คอลัมน์ จริยธรรมการวิจัย…

มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557
เฉลิมพล พลมุข
ความจริงของชีวิตมนุษย์ประการหนึ่งก็คือการแสวงหาความรู้เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองและสังคมส่วนรวม การที่จะได้มาขององค์ความรู้นั้นจะต้องประกอบด้วยการหาข้อเท็จจริง การเก็บข้อมูลทั้งที่เป็นทางการและมิได้เป็นทางการ การรวบรวมเรียบเรียงข้อมูลอย่างเป็นระบบมาตรฐาน รวมไปถึงการหาค่าสถิติตามสมัยนิยมและการวิเคราะห์อย่างเที่ยงธรรม ยุติธรรม เป็นธรรม ในที่สุดผลแห่งการศึกษาหรือวิจัยนั้นก็จะนำไปสู่ความมีคุณธรรม น่าเชื่อถือทั้งผู้วิจัย องค์กรหน่วยงาน หรือแม้กระทั่งสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยที่ผู้วิจัยได้ทำงานสังกัดอยู่
ภาระหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสถาบัน อุดมศึกษานอกจากการให้องค์ความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ แก่ผู้เรียนแล้วยังมีงานอื่น อาทิ บริการวิชาการแก่สังคม เกื้อกูลอนุเคราะห์ให้การช่วยเหลือในปัญหาของสังคมประชาชน ชาวบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ เชื่อมโยงองค์ความรู้ของชุมชนสังคมอย่างเป็นระบบซึ่งจะนำมาในความหวังของรัฐหรือองค์ กรอื่นที่ต้องการสนับสนุนทั้งงบประมาณ บุคลากร รวมถึงการบริหารจัดการในด้านการวิจัยอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ
มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือ มีสื่อออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา เดอะสเลทและดิแอตแลนติค ได้มีบทความพาดพิงไปยังเฟซบุ๊กที่มีการลักลอบเก็บข้อมูลวิจัยโดยไม่แจ้งผู้ใช้บริการ รวมถึงทดลองการควบคุมการรับรู้และส่งต่อสภาวะอารมณ์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กโดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้ ซึ่งเป็นการอ้างอิงผลวิจัยร่วมกันระหว่างเฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยคอร์แนล มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในซานฟรานซิสโก ซึ่งมีการเผยแพร่ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ “โพรซีดดิ้งส์ ออฟ เดอะ เนชั่นแนล อคาเดมี ออฟ ไซน์” ฉบับวันที่ 16 มิถุนายน งานวิจัยดังกล่าวได้มีการสุ่มเก็บข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กประมาณ 700,000 ราย เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในปี พ.ศ.2555
ผู้วิจัยได้ใช้ชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์จัดการระบบแสดงผลข้อความบนหน้าเพจของผู้ใช้ เฟซบุ๊กที่เป็นกลุ่มทดลอง โดยคัดเลือกข้อความแสดงอารมณ์ทั้งด้านลบและด้านบวกเพื่อไปแสดงผลในหน้ารวมข้อมูลข่าวสารของผู้ใช้ เฟซบุ๊กเพื่อทดสอบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กมีปฏิกิริยาเช่นใดกับข้อความที่ได้เห็น ผลการวิจัยมีข้อสรุปที่ว่า ภาวะอารมณ์ความรู้สึกทั้งในด้านลบและบวกสามารถส่งต่อถึงกันได้ในกลุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊กโดยผ่านการรับรู้ข้อความที่ปรากฏบนหน้าเพจ แต่ทางเฟซบุ๊กยืนยันว่าการวิจัยและเก็บข้อมูลไม่ได้ละเมิดข้อตกลงที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตยอมรับตั้งแต่สมัครเข้าใช้เฟซบุ๊ก และเป็นการสร้างความเข้าใจนิสัยของผู้ใช้เพื่อพัฒนา ระบบให้ดีขึ้น…(ไทยรัฐ 1 กรกฎาคม 2557 หน้า 2)
เรื่องราวในข้อมูลดังกล่าวผู้เขียนเข้าใจว่าท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะมีความวิตกกังวลต่อชีวิตครอบครัวและสังคมในบางบริบท อาทิ ในวิถีชีวิตของเราท่านทั้งหลายมีความจำเป็นจะต้องติดต่อสื่อสารด้วยระบบโทรศัพท์ไร้สาย หรือการใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ทุกอย่างเข้ามาบริหารจัดการชีวิตอย่างเป็นระบบ
การที่เราท่านทั้งหลายได้มีการติดต่อสื่อสารกันโดยหลักการของสิทธิการไม่ถูกล่วงละเมิด การไม่เปิดเผยความลับที่เป็นข้อมูลเฉพาะบุคคล องค์กรหน่วยงาน การดักฟังเสียง การลักลอบล้วงข้อมูลบางอย่างเป็นสิ่งที่พึงกระทำของบริษัท องค์กรหน่วยงานที่ได้ทำธุรกรรมกับคนจำนวนหมู่มากทางด้านจริยธรรมด้วยหรือไม่…
ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเพียงกรณีหนึ่งที่ได้มีการเปิดเผยต่อสังคมสาธารณะ ยังมีงานวิจัยทดลอง ศึกษาอีกหลายชิ้นที่อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงละเมิดต่อพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้วิจัย และกลุ่มประชากรตัวอย่างที่มิได้มีการ รับรู้ในข้อเท็จจริง ให้การยินยอมอนุญาตตลอดถึงรับรู้ผลของการวิจัยในการให้ข้อมูลของตนเองเพื่อผลประโยชน์ดังกล่าวโดยเฉพาะการ วิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคม ศาสตร์ ซึ่งจะมีผลต่อสภาพจิตใจ สถานะทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และทางด้านอื่นๆ ที่ตามมา
สังคมไทยเราผู้เขียนเข้าใจว่ายังไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายเกี่ยวกับการทดลองวิจัยในคนเป็นการเฉพาะซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างในเรื่องดังกล่าว นอกจากพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 คำประกาศสิทธิผู้ป่วย พ.ศ.2541 และข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2549 พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.2551 และข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม เรื่องการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อการรักษา พ.ศ.2552 รวมไปถึงการวิจัยทางคลินิก การวิจัยทางระบาดวิทยา การวิจัยเกี่ยวกับวัคซีน เนื้อเยื่อ พันธุศาสตร์ เซลล์สืบพันธุ์ ตัวอ่อน ทารกในครรภ์ ผู้ที่ต้องทำการวิจัยต้องเคารพยอมรับในหลักการไม่ละเมิดต่อจริยธรรมแห่งการวิจัยระดับสากลด้วยหรือไม่…
กฎหมายไทยได้มีข้อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ที่ว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านว่าผู้นั้นทำการละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น” ในข้อเท็จจริงมีหลายกรณีที่ ผู้ถูกกระทำมิได้มีการพิจารณาในเรื่องให้ความคุ้มครองความเสียหายทางด้านจิตใจ…
หลายครั้งคราข้อบังคับทางด้านกฎหมาย หลักการทางจริยธรรม ประเพณีปฏิบัติ และพฤติกรรมของผู้ที่ต้องการศึกษาวิจัย ทดลอง ดูเสมือนว่าในแนวทางของการปฏิบัติการจะดูสวนทางกัน อาจจะมีบางคำถามที่ต้องการคำตอบจากนักวิชาการ ผู้วิจัย กลุ่มองค์กรหน่วยงานวิจัยที่ว่า ในความเป็นจริงจะมีองค์กรหน่วยงานที่เป็นมาตรฐานให้การยอมรับระดับสากลเข้ามามีบทบาทเพื่อตรวจสอบ ชี้แนะ ควบคุม รวมไปถึงกระบวนการลงโทษให้รางวัล ให้การรับรองในความเป็นมาตรฐานวิชาชีพของเหล่าบรรดาผู้วิจัย หน่วยงานองค์กรเหล่านั้นทั้งในเมืองไทยเราและสังคมโลกมีหรือไม่
เมื่อไม่นานมานี้เมืองไทยเราได้มีการเลือกตั้งผู้นำทางด้านการเมืองในวาระหนึ่งเพื่อเข้าไปบริหารจัดการองค์กรเมือง มีโพลจากสำนักวิจัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งได้เก็บข้อมูล สำรวจกลุ่มประชากรเพื่อต้องการหาผลสรุปที่ว่า ใคร พรรคใดจะได้รับการชนะการเลือกตั้งของการสำรวจโพลดังกล่าว มีผลของโพลหลายสำนักต่างก็เสนอผลการสำรวจข้อมูล ดังกล่าวต่อสาธารณชนที่มิได้ตรงกับความเป็นจริงเมื่อมีการประกาศการเลือกตั้งได้ผู้ชนะตัวตนที่เป็นจริง คำถามที่อาจจะค้างคาในใจของผู้คนอีกเป็นจำนวนมากทั้งระดับชาวบ้านและบรรดาผู้รู้นักวิชาการนั่นก็คือ การศึกษาทำโพลของสถาบันการศึกษาควรมีมาตรฐานในข้อเท็จจริงนำเสนอต่อสังคมได้อย่างไร ความเชื่อมั่น
ของกลุ่มผู้วิจัยในสถาบันนั้นยังคงมีอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ศรัทธา มีความเป็นมาตรฐานในวิชาการแค่ไหน เพียงไร…
หลักการของผู้วิจัย กลุ่มคณะที่จะทำการวิจัยทดลองต่างมีหลักที่มีความชัดเจนทั้งในเรื่องของการเคารพในบุคคลในการให้ความยินยอม ความเป็นส่วนตัว และการรักษาความลับ การวิจัยที่มีคุณประโยชน์ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ความเชื่อ จารีตประเพณี ศีลธรรม การเข้าถึงข้อมูล และการเก็บกลุ่มตัวอย่าง บางกรณีมีความสุ่มเสี่ยงต่อผลที่ได้รับมิได้มีมาตรฐาน อาทิ กลุ่มผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ทางจิต ผู้ป่วยหมดสติ ผู้พิการ นักโทษ นักเรียนนักศึกษา ทหารในกลุ่มที่มีพลังอำนาจน้อย ผู้อพยพ ชนกลุ่มน้อย กลุ่มเบี่ยงเบนทางเพศ กลุ่มที่เปราะบางทางสังคมเช่น ผู้ขายบริการทางเพศ ผู้ติดยาเสพติด รวมไปถึงกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์…
ผู้เขียนได้มีประสบการณ์ตรงที่เกี่ยวข้องกับผู้วิจัยหลายกลุ่ม คณะ สถาบันโดยเฉพาะการวิจัยในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ หลายครั้งคราผู้ติดเชื้อเหล่านั้นได้มีคำถามที่ว่า กระบวนการเจาะเลือดไปตรวจหาค่าซีดีโฟร์ และการทดลองวัคซีนยาเวชภัณฑ์บางอย่าง มีผู้ป่วยจำนวนมากได้เสียชีวิตไปก่อนการทราบผลของการวิจัยทดลอง ใคร หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบชะตาชีวิตของเขาเหล่านั้น
การวิจัยทดลองในโลกนี้มีทั้งในคนและสัตว์ สินค้า ยา อาหาร เครื่องสำอางเสริมสวย ระบบเทคโนโลยีที่เราท่านได้เสพดื่มกินหลับนอนทุกวัน เราท่านจะมีหลักประกันใดในชีวิตที่ว่าการศึกษาวิจัยทดลองนั้นจะสร้างคุณประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติอย่างยั่งยืนเป็นธรรม…

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ม.7, ระบบสุขภาพ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร