สกู๊ปแนวหน้า: “สิ่งแวดล้อม-สิทธิชุมชน” บทเรียนจาก”ชาวท่าศาลา”

แนวหน้า ฉบับวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557
SCOOP@NAEWNA.COM
ใครคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “โลกหมุนด้วยทุนนิยม” ซึ่งก็คงจะเป็น เช่นนั้น เพราะแม้จะมีผู้คิดค้นแนวทางสังคมแบบอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ยังต้องผ่อนปรนในหลายๆ เรื่องให้ทุนนิยมได้มีบทบาท ถึงกระนั้น หากทุนนิยมไม่ถูกควบคุมหรือจำกัดขอบเขตเสียเลย ย่อมจะส่งผลร้ายมหาศาลแก่สังคมมนุษย์เอง เห็นได้จากพื้นที่ก็ดี ประเทศก็ดีที่ระบบกฎหมายและกลไกทางสังคมเข้มแข็ง กลุ่มทุนก็จะย้ายการลงทุนไปสู่พื้นที่หรือประเทศที่สภาพดังกล่าวอ่อนแอ เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินโครงการของตนด้วยวิธีเบียดเบียนคนตัวเล็กตัวน้อย
อำเภอท่าศาลา..ในอดีตอาจเป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก แต่วันนี้กลายเป็น ต้นแบบที่เครือข่ายภาคประชาสังคมต้องมาดูงาน หลังใช้เวลากว่า 3 ปี ต่อสู้จนโครงการขุดเจาะน้ำมันของ บริษัทปิโตรเลียมยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันแห่งหนึ่งต้องล้มเลิกไป
สุพร โต๊ะเส็น ผู้ประสานงานเครือข่ายประมงและชุมชนท่าศาลา บอกเล่าเรื่องราวที่ทำให้ชาวท่าศาลาต้องลุกขึ้นมาชี้แจง ต่อสาธารณชน เนื่องจาก “รายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ” (EHIA) ที่บริษัทแห่งนี้ทำเพื่อเสนอให้ภาครัฐอนุมัติโครงการนั้น ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง
“ข้อแรก..เขาบอกว่าท่าศาลาทั้งอำเภอมีเรือแค่ 19 ลำ แต่คำยืนยันจากประมงอำเภอท่าศาลาคือ 2,000 ลำ ข้อสอง..เขาบอกว่าท่าศาลาเป็นอ่าวร้าง”
คุณสุพรกล่าวถึงรายงาน EHIA ที่คลาดเคลื่อน ด้วยเหตุนี้ ประชาคมชาวท่าศาลา จึงต้องหาข้อมูลมายืนยัน ซึ่งจากการสำรวจตลอดแนวพื้นที่ พบว่าจริงๆ แล้วพื้นที่นี้อุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์น้ำถึง 260 ชนิด โดยเฉพาะ “กุ้งแชบ๊วย-กั้งตั๊กแตน-ปูม้า” สัตว์เศรษฐกิจขึ้นชื่อที่ทำรายได้ให้กับชาวประมงที่นี่อย่างมาก
“กุ้งแชบ๊วย กั้งตั๊กแตน ปูม้า..มาให้คนกรุงเทพฯ คนต่างจังหวัด หรือคนต่างประเทศได้บริโภค กั้งตั๊กแตนนี่มากรุงเทพฯทุกวัน น้ำหนัก 4 ตัวต่อกิโลกรัม ชาวประมงขายขึ้นมา 1,100 บาท 40 เปอร์เซ็นต์พี่น้องกรุงเทพฯได้กิน อีก 60 เปอร์เซ็นต์ไปต่างประเทศ จากที่เราเก็บข้อมูลกว่า 7 เดือน เฉพาะพื้นที่หมู่ 5 กับหมู่ 6 ในตำบล ท่าศาลา..3 ล้านบาท”
ผู้ประสานงานภาคประชาสังคม อ.ท่าศาลา ระบุ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเหตุใดชาวท่าศาลาก็ดี หรือในภาพรวมของผู้คนในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดก็ดี รู้สึกกังวลทุกครั้งเมื่อมีข่าวว่า จะมีโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เข้ามาตั้งในพื้นที่ ทั้งโครงการสำรวจแหล่งน้ำมันใกล้เกาะสมุยและเกาะพะงัน แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อระดับโลก หรือโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล เพราะกลัวว่าจะทำให้อาชีพประมงและธุรกิจการท่องเที่ยว อันเป็นวิถีชีวิตหลักในการดำรงชีพของพวกเขาไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เพราะผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม
แม้กระทั่งวิกฤติการเมืองที่ผ่านมา เครือข่ายรักษ์บ้านเกิดท่าศาลา สมาคมเครือข่ายประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา และชาวประมง ชายฝั่ง ได้ร่วมกันแสดงออกผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์หลายรูปแบบ เพื่อการประท้วงต่อท่าทีของชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่มีพฤติกรรมแทรกแซงการเมืองไทย เนื่องจากชาติเหล่านี้มี ผลประโยชน์จากสัมปทานธุรกิจพลังงานในประเทศไทย
ด้วยความมุ่งมั่นและสามัคคีของชุมชน..ชาวท่าศาลา ถูกเสนอชื่อเข้ารับรางวัลจาก สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประจำปี 2556 (ประเภทกรณีศึกษา) เพราะนำเอาเครื่องมือ HIA หรือการประเมิน ผลกระทบทางสุขภาพ ไปใช้อย่างได้ผลเป็นที่ประจักษ์!!!
ปัจจุบัน..อำเภอท่าศาลา เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยว โดยทุกปีจะมีการจัดงาน “รวมพลคนกินปลา และของดีท่าศาลาเมืองน่าอยู่” ที่เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่ง ของประเทศไทย และในปีนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 ก.ย. 2557
และจากบทเรียนครั้งนี้ คุณสุพร และชาวท่าศาลา อยากเสนอแนะไปยังผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง ขอให้กำหนดเขตให้ชัดเจนว่าพื้นที่แนวชายฝั่งไม่สมควรให้ทำกิจการเหล่านี้ เพราะจะกระทบต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชน
“เรื่องพื้นที่การให้สัมปทาน เราน่าจะมีโซนในการตั้งแท่น ขุดเจาะน้ำมัน เพราะว่าเรามีพื้นที่ติดชายทะเลก็เยอะในประเทศ เมื่อมีแท่นขุดเจาะใกล้ฝั่ง มันก็จะเกิดการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน แล้วก็เรื่องชาวบ้านเข้าไม่ถึงสิทธิของชาวบ้านเอง” คุณสุพร ฝากทิ้งท้าย
บรรยายใต้ภาพ
สุพร โต๊ะเส็น

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HIA และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร