แก้จุดด้อย-เพิ่มจุดเด่น ‘เขตสุขภาพ’ อีกกลไก ‘การเข้าถึง’

1-9-2557 16-52-02เดลินิวส์ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557
การให้ ’บริการด้านสาธารณสุข“ ในประเทศไทยในปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมากแล้ว แต่กระนั้น…การรับบริการของประชาชน โดยเฉพาะที่มิได้จ่ายเองโดยตรง แต่เป็นในรูปแบบ ’สิทธิ“

การให้ ’บริการด้านสาธารณสุข“ ในประเทศไทยในปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมากแล้ว แต่กระนั้น…การรับบริการของประชาชน โดยเฉพาะที่มิได้จ่ายเองโดยตรง แต่เป็นในรูปแบบ ’สิทธิ“ ต่าง ๆ ก็ยังมี “จุดด้อย-จุดบกพร่อง” อยู่บ้าง อย่างประเภท “หน้างอ-รอนาน-ระดับการให้บริการเป็นไปตามลักษณะสิทธิ” ก็ยังมี หรือกรณีทางฝ่ายคนไข้เจอประเภท “ไม่ได้รับการอธิบายสิทธิ หรือวิธีการใช้สิทธิ ให้เข้าใจอย่างชัดเจนพอ” จนเกิดประเด็น เช่น คนไข้ขาดยาที่ต้องรับประทานต่อเนื่อง ฯลฯ…อย่างนี้ก็มี หรือที่เจอประเภท “เสียงดังจนฟังยังไงก็เหมือนข่มขู่” หรือ “มีพฤติกรรมดั่งเจ้าขุนมูลนายปฏิบัติต่อผู้วอนขอความเมตตา”…นี่ก็ยังมี

ณ ที่นี้…เอาเป็นว่ายังไม่ขยายความจุดด้อย

แต่ที่ด้อย-บกพร่อง…ก็ควรแก้ไขให้ดีขึ้น

พร้อมไปกับ…การพัฒนาระดับนโยบาย

ทั้งนี้ กล่าวสำหรับการพัฒนาระดับนโยบาย เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เป็นประธาน ซึ่งมีผู้บริหารหน่วยงานระบบสุขภาพเข้าร่วม ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.), เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และอธิบดีกรมบัญชีกลาง โดยที่ประชุมมีมติ เสนอ คสช.ให้ความเห็นชอบการจัดตั้ง ’เขตสุขภาพเพื่อประชาชน“ เพื่อเป็นอีกกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพ …เรื่องนี้ก็น่าสนใจ

“การจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชนจะถือเป็นของขวัญที่ประชาชนคนไทยทุกคนจะได้ร่วมเป็นเจ้าของ เพราะ จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น ได้รับการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ใกล้บ้าน และเบ็ดเสร็จ ภายในเขตสุขภาพ รวมถึงลดการส่งต่อเพื่อมารักษาในส่วนกลาง นอกจากนี้ยังถือเป็นการปฏิรูประบบสาธารณสุขครั้งสำคัญ ซึ่งจะทำให้เกิดการวางแผนระบบบริการสุขภาพ โดยคำนึงถึงขนาดของประชากรในพื้นที่รับผิดชอบที่เหมาะสม มีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมภายในเครือข่าย เพื่อสร้างความร่วมมือ ทั้งสถานพยาบาลภาครัฐ ในสังกัด สธ. และนอกสังกัด เช่น มหาวิทยาลัย กระทรวงกลาโหม ท้องถิ่น รวมทั้งภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ ทั้งด้านกำลังคน งบประมาณและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น”…ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ระบุถึงเรื่องนี้ไว้อย่างนี้

อีกทั้งยังแจกแจงไว้ว่า…แนวคิด ’เขตสุขภาพ“ นี้ มีการศึกษาและคิดกันมานานแล้ว การจัดตั้งจะเกิดประโยชน์มาก จะทำให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชน ได้เข้าร่วมคิด ร่วมกำหนดทิศทางการจัดการสุขภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเองก็ได้เริ่มพัฒนา ’เขตบริการสุขภาพ“ มาแล้วกว่า 2 ปี และจะเชื่อมโยงเสริม ’เขตสุขภาพเพื่อประชาชน“ อย่างเต็มที่ต่อไป

นพ.ณรงค์ ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของการบริหารจัดการแบบ “เขตบริการสุขภาพ” เช่น ภาคเหนือ เขตบริการสุขภาพที่ 1 ที่เชียงใหม่ ซึ่งมีโรงพยาบาลเครือข่าย 24 แห่ง ที่โดดเด่นคือพัฒนาระบบส่งต่อ ช่องทางด่วน ผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะ โดยร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สปสช. ทำให้ในปี 2556 มีผู้ป่วยได้รับการ ผ่าตัดสมอง 895 ราย เพิ่มจากปี 2554 ที่ผ่าตัดได้ 124 ราย และในปี 2555 ผ่าตัดได้ 691 ราย

สาขา ศัลยกรรมกระดูก เช่น แพทย์ในเขตบริการสุขภาพเดียวกัน คือ โรงพยาบาลนครพิงค์ ลำปาง ลำพูน ศรีสังวาล ได้ใช้ไลน์แอพพลิเคชั่นให้คำปรึกษาการรักษาผู้ป่วยแก่แพทย์โรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่ภูเขาสูง เดินทางลำบาก เริ่มดำเนินการ มี.ค. 2556 ผลในรอบ 1 ปี มีผู้ป่วยที่รับการรักษา 186 ราย ในจำนวนนี้ไม่ต้องส่งต่อ 105 ราย คิดเป็นร้อยละ 56 ซึ่ง ได้รับการรักษารวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลใหญ่

สาขาศัลยกรรม ได้พัฒนาโรงพยาบาลชุมชน 6 แห่ง ให้ ผ่าตัดไส้ติ่ง ได้ ลดความแออัดในโรงพยาบาลนครพิงค์ลงได้เกือบร้อยละ 50 หรือ 1,000 กว่ารายในปี 2556 สาขาทารกแรกเกิด เพิ่มเตียงไอซียูเด็กไปยังโรงพยาบาลชุมชน 7 แห่ง จาก 30 เตียง เพิ่มเป็น 40 เตียงในปี 2557 เพื่อให้การดูแลรักษา ทารกแรกเกิดที่มีภาวะวิกฤติ เช่น คลอดก่อนกำหนด ได้ปีละ 500 กว่าราย ลดการเสียชีวิต และไม่ต้องส่งต่อไปจังหวัดข้างเคียง

ภาคอีสาน เขตบริการสุขภาพที่ 7 ดูแลประชากรราว 5 ล้านคน มีโรงพยาบาลขอนแก่นเป็นแม่ข่าย ลูกข่ายคือโรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ 63 แห่ง ได้พัฒนาระบบรักษาผู้ป่วย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยยาละลายลิ่มเลือด เพิ่มโรงพยาบาลที่สามารถให้ยาเป็นร้อยละ 58 พัฒนาระบบส่งต่อ ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการมากขึ้นจากร้อยละ 85 เป็น 92 ลดอัตราตาย จากโรคนี้ได้ชัดเจน

ตัวอย่างเขตบริการสุขภาพที่ว่ามาก็น่าสนใจ

และน่าติดตาม ’เขตสุขภาพเพื่อประชาชน“

’เพิ่มจุดเด่น “พร้อม ๆ กับ ’แก้จุดด้อย”

ที่มา : http://www.dailynews.co.th

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เขตสุขภาพ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร