มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ รวมพลังภาคีเครือข่ายเร่งผลักดัน ‘พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกฯ’

Untitled2แนวหน้า ฉบับวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557
มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ร่วมกับ ตำบลนมแม่ เทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ประกาศสัญญา ประชาคม จับมือองค์กรภาคีเครือข่าย และภาคประชาสังคม เร่งผลักดัน “พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (CODE)” เพื่อปกป้องสิทธิ์ของเด็กทารกให้ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน พร้อมกระตุ้นสังคมไทยให้ตระหนักและรู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาดของนมผง
แพทย์หญิงยุพยง แห่งเชาวนิชเลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การละเมิด CODE ของบริษัท ผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก ด้วยการทำการสื่อสารการตลาดในรูปแบบต่างๆ ล้วนเป็นอุปสรรคที่สำคัญของการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในปัจจุบัน ด้วยอิทธิพลของการโฆษณาที่สร้างภาพและ ความเชื่อว่านมผงดีเทียบเท่านมแม่ โดย ระบุว่ามีสารอาหารต่างๆ ครบถ้วน ทำให้ แม่เกิดความเข้าใจผิด ตัดสินใจหันไปใช้ นมผงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่มีอาหารอะไรที่ มีคุณค่าและสามารถทดแทนนมแม่ได้ ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของไทยลดต่ำลงเหลือเพียงร้อยละ 12 ซึ่งน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดในกลุ่มประเทศอาเซียน
“ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตนมผงได้รุกเข้าไปทำตลาดถึงในชุมชน เป็นผลให้ชุมชนต้องออกมาปกป้องแม่และเด็กในชุมชนของตนเอง ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับชาวตำบลท่าม่วง ดังนั้น หากมีพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริม ตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ก็จะช่วยปกป้องเด็กไทยทั่วประเทศจากการละเมิด CODE ของบริษัทนมผงได้” พญ.ยุพยง กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพียงอย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน ให้ได้ ร้อยละ 60 ภายในปี 2558 หรือตั้งเป้า ให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก ให้ได้ 4.8 แสนคน และส่งเสริมให้นมแม่อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับอาหารตามวัยเป็นระยะเวลา 2 หรือนานกว่านั้น ดังนั้น จึงมี ความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทย จะต้องช่วยกันสนับสนุนและผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว”
ด้าน ดร.บวรสรรค์ เจี่ยดำรงตัวแทนคณะผู้วิจัยจาก “โครงการการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนนมแม่และผลักดันร่างพ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและ เด็กเล็กฯ” เปิดเผยว่า การวิจัยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของบริษัทนมผงและการละเมิด CODE พบว่า อุตสาหกรรมนมผงได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการโดยมีเครื่องมือการสื่อสารที่สำคัญ 7 ประการ ได้แก่ การโฆษณา, การส่งเสริม การขาย, พนักงานขาย, การขายตรง, การตลาด อินเตอร์เนต, การแสดงสินค้า ณ จุดขาย และบรรจุภัณฑ์ โดยรูปแบบดังกล่าวล้วนแต่เป็นการละเมิด CODE ทั้งสิ้น จากอิทธิพล ของการสื่อสารการตลาดเหล่านี้ได้สร้างวาทกรรมและมายาคติที่ส่งผลต่อความคิดและความเชื่อแก่แม่ว่าสารอาหารในนมผงมีเทียบเท่ากับนมแม่ผ่านการใช้ภาษาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ อีกทั้ง การใช้ภาษาโฆษณายังสร้างความกังวลใจให้กับแม่ว่า นมแม่อาจมีสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความลังเลใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก
การสื่อสารการตลาดที่ละเมิด CODE ในปัจจุบัน มีผลให้แม่เชื่อและลังเลว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แล้วใช้นมผงร่วม หรือจะใช้นมผงอย่างเดียว แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจ คือการใช้บุคลากรทางการแพทย์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดใน รูปแบบต่างๆ อาทิ การเป็นวิทยากร การแจกตัวอย่างนม หรือการใช้พื้นที่ของสถานพยาบาลแสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของนมผง ดังนั้นเราจึงควรเร่งผลักดันให้ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้โดยเร็ว”
นางศิริพรรณ ภัทรสิริวรกุล อสม.ดีเด่น ประจำปี 2553 เปิดเผยว่า ตำบลท่าม่วง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นชุมชนนมแม่ ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตั้งแต่ปี 2551 ด้วยการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับโรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 เริ่มตั้งแต่กระบวนการฝากครรภ์ มี อสม. คอยดูแล ติดตามช่วยเหลือหลังคลอดถึงที่บ้าน มีการ จัดมุมนมแม่ในโรงงาน การให้ความรู้ในโรงเรียน รวมไปถึงการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ให้มีจิตสำนึก เกิดความตระหนัก และเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่บริษัทนมผงขอติดต่อเข้ามาจัดกิจกรรมแจกนมผงในโรงพยาบาล โรงเรียนและชุมชน ทำให้ชมรม อสม. ร่วมกันหาวิธีการรับมือป้องกัน จึงจัดการรณรงค์ไม่ให้มีการจำหน่ายนมผงในร้านค้าที่อยู่พื้นที่ของชุมชน ซึ่งปัจจุบันร้านค้าทั้ง 7 แห่งในตำบลท่าม่วงไม่มีนมผงจำหน่าย นอกจากนี้ให้ อสม.ลงเยี่ยมเยียนช่วยเหลือสนับสนุนแม่หลังคลอดทุกคน เพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้อย่างน้อย 6 เดือน หรือมากกว่านั้น
“การจัดเวทีสัญญาประชาคม CODE ของชาวท่าม่วงในครั้งนี้ ต้องการแสดงให้ทุกคนรู้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีประโยชน์ และมีคุณค่าทั้งกับตัวแม่และเด็กมากกว่านมผง และจะเป็นการดีหาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ สามารถประกาศบังคับใช้ ก็จะช่วยให้เป้าหมาย ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ นั้นเป็นจริงได้เร็วมากขึ้น”
สำหรับ “พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้อง” ได้ผ่านการขับเคลื่อนจาก หน่วยงานต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขและ ภาคประชาสังคมมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึง การได้รับการรับรองจากภาคีเครือข่ายในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 เมื่อปี 2553 โดยคณะรัฐมนตรีได้รับรองมติของ ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในปี 2554 และปัจจุบัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอยู่ในระหว่าง การนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบและประกาศเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ต่อไป

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เด็กเล็ก และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร