‘หมอประเวศ’แนะทางออก’หมอรัชตะ’

มติชน ฉบับวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557
เมื่อวันที่ 17 กันยายน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “ทางออกกรณีความขัดแย้งเรื่องหมอรัชตะ” ระบุว่า กรณีความขัดแย้งเรื่องอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลควบตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นสถานการณ์ใหม่ของความขัดแย้ง เดิมไม่มีกรณีเช่นนี้ เพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และข้อบังคับมหาวิทยาลัยกำหนดให้อธิการบดีเป็นผู้ทำงานเต็มเวลา แต่รัฐธรรมนูญฉบับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดข้อยกเว้น ทำให้เกิดความขัดแย้งหลายมิติ ดังนี้
1.ปัญหาที่ซับซ้อนหลายมิติ (1.) มิติทางกฎหมายที่ขัดกันดังกล่าวข้างต้น (2.) ความรู้สึกของประชาคมในมหาวิทยาลัยที่คัดค้านการควบตำแหน่ง ถือเอาจิตสำนึกและความเป็นจริง (ว่าไม่สามารถทำงานเต็มเวลา) สำคัญกว่ากฎหมาย และเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณา สภาไม่สามารถมีมติขัดกฎหมาย แต่กฎหมายก็ขัดกัน โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญมีสถานะสูงกว่า (3.) ความรู้สึกของประชาคมระหว่างมหาวิทยาลัย เพราะ สธ.เป็นองค์กรระดับชาติต้องทำงานร่วมกับทุกมหาวิทยาลัยอย่างเสมอกัน (4.) มิติทางการเมือง รัฐบาล และ คสช.คงไม่ต้องการให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ลาออกจากตำแหน่ง เพราะกลัวจะเป็นไฟลามทุ่ง ไปยังรัฐมนตรีอื่นๆ อีกหลายคนควบตำแหน่ง รัฐบาลและ คสช.สามารถอ้างว่ารัฐธรรมนูญมีฐานะทางกฎหมายสูงกว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหิดล และแม้ที่สุดหัวหน้า คสช.ยังมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ที่ก้าวข้ามกฎหมายได้ แต่ถ้าถึงขั้นนั้น ก็จะดึงประชาคมมหาวิทยาลัยตามข้อ (2) เข้ามาขัดแย้งกับ คสช. คสช.คงจะไม่ต้องการหรือไม่สบายใจ
2.ปัญหาที่ซับซ้อนแก้ไขไม่ได้แบบ yes หรือ no เมื่อมีปัญหาที่ซับซ้อน คำตอบสำเร็จรูปแบบ yes หรือ no แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะไม่ว่า yes หรือ no ความขัดแย้งก็ยังอยู่และอาจบานปลายมากขึ้น ที่จริงปัจจุบันเป็นปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่าปัญหาง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่สังคมไทยชอบคำตอบสำเร็จรูปมากกว่ากระบวนการ (process) จึงแก้ปัญหาไม่ได้และขัดแย้งกันมากขึ้น
3.Deliberative democracy-ประชา ธิปไตยแบบสุนทรียสนทนา เราควรรู้จักกระบวนการประชาธิปไตยที่ผ่านการพูดคุยปรึกษาหารือกันด้วยวิจารณญาณ กระบวนการนี้มีคุณภาพมากกว่าประชาธิปไตยแบบใช้อำนาจ เพราะเป็นการใช้ปัญญาด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ใช้สัมมาวาจา ใช้เหตุใช้ผล ใช้ข้อมูลใช้ความรู้ อาจใช้คำของท่านอาจารย์พุทธทาสว่าใช้ สุทธิ ปัญญา เมตตา ขันตี เมื่อใช้ “สุทธิ” คือ ความบริสุทธิ์ และ “ปัญญา” แล้ว ก็ยังไม่พอที่จะฝ่าความยากไปได้ ยังต้องใช้ “เมตตา” และ “ขันตี” อีกด้วย
กระบวนการประชาธิปไตยแบบใช้วิจารณญาณ หรือ Deliberative democracy หรือประชาธิปไตยแบบสุนทรียสนทนานี้ในที่สุดจะนำไปสู่ทางออกร่วมกัน บอกไม่ได้ล่วงหน้าว่าคืออะไร แต่ผุดบังเกิด (emerge) ออกมาจากกระบวนการร่วมกันด้วยโยนิโสมนสิการ

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทั่วไป และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร