จี้รัฐเลิกนำเข้าใยหินหวั่นแหล่งก่อมะเร็งต่อเนื่อง

ข่าวสด (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2557
รศ.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผอ.สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลการส่งออกและการผลิตใยหิน ระหว่างปี 2555-2556 พบว่า ตลาดใยหินเริ่มมีแนวโน้มลดลง จากที่เคยส่งออก 1,327,592 ตัน ในปี 2555 เหลือ 974,871 เมตริกตัน ในปี 2556 ทั้งนี้ พบว่า ประเทศรัสเซียกำลังตกอยู่ในภาวะกดดันจากการที่ขายใยหินไครโซไทล์ไม่ได้ โดยมีปริมาณการใช้ใยหินในประเทศเพิ่มถึงสามเท่า แสดงให้เห็นว่า หลายประเทศในโลกกำลังลดปริมาณการใช้แร่ใยหินลง อย่างไรก็ตาม ประเทศจีน รัสเซีย อินเดีย บราซิล อินโดนีเซีย ใช้ใยหินรวมกันร้อยละ 79 ของปริมาณทั้งโลก หรือ 1,486,207 ตัน โดยในกลุ่มนี้พบว่า ประเทศอินเดียใช้ใยหินลดลงชัดเจน
รศ.ภก.วิทยากล่าวว่า แม้ว่าปริมาณการใช้โดยรวมจะลดลง แต่พบว่าผู้ผลิตยังคงปริมาณการผลิต และเร่งขายประเทศต่างๆ ที่ยังไม่ยกเลิกการใช้ โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ถือเป็นประเทศที่ติดหนึ่งใน 10 ที่ใช้ใยหินมากที่สุดในโลก โดยพบว่าไทยมีปริมาณการใช้เป็นลำดับที่ 9 ของโลก และเวียดนาม ลำดับที่ 8 แต่เวียดนามมีปริมาณการใช้ใยหินลดลงถึงร้อยละ 27 จากที่เคยใช้อยู่ที่ 78,909 ตันในปี’55 เหลือ 57,123 ตัน ไทยลดปริมาณการใช้ลงเพียงร้อยละ 8 จาก 58,008 ตันในปี’55 เป็น 53,123 ตันในปี’56
รศ.ภก.วิทยากล่าวว่า พบว่าอุตสาหกรรมแร่ใยหิน พยายามที่จะทำให้เกิดการใช้ใยหิน เช่น การให้ทุนนักวิทยาศาสตร์ศึกษาวิจัย เพื่ออ้างว่าปลอดภัย หรือล็อบบี้นักการเมืองในประเทศต่างๆ ให้ไม่ออกมาตรการเลิกใช้แร่ใยหิน หรือการกดดันองค์กรระหว่างประเทศไม่ให้ยืนยันอันตรายของใยหินไครโซไทล์ ทั้งนี้ หากกระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่ห้ามนำเข้าใยหิน ในอนาคตไทยจะเป็นแหล่งสะสมใยหินไครโซไทล์ก่อมะเร็งต่อเนื่อง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงบทบาทยกเลิกใยหิน เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร