สกู๊ปแนวหน้า: ‘สมัชชาสุขภาพเมืองตรัง’ รวมใจ ‘คืนความสุข’ ให้ชุมชน

แนวหน้า ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เรื่อง : นนทิยา ตาน้อย
ภาพ : จารึก ไชยรักษ์
SCOOP@NAEWNA.COM

สุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ แต่เป็นเรื่องของคนทุกคน..คำกล่าวนี้ถือเป็นแนวคิดในการพัฒนาระบบสาธารณสุขสมัยใหม่ จากเดิมที่ต้องรอให้เจ็บป่วยกันก่อนแล้วมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานเชิงรุก ในการป้องกันเหตุแห่งความเจ็บป่วยมิให้เกิดขึ้น ผ่านการแสวงหาแนวร่วมภาคประชาชน เป็นเครือข่าย
พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 กำหนดให้จัดตั้ง “สมัชชาสุขภาพ” เพื่อเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย ในสังคม ได้เข้ามาทำงานด้วยกันด้วยการใช้องค์กรความรู้ทางวิชาการและความสมานฉันท์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อสร้างนโยบายสาธารณะที่ดี และผลักดันให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติงานในหลายพื้นที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ
25-26 ก.ย. 2557 เรามีโอกาสลงพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งเป็นอีก พื้นที่หนึ่งที่มีกระบวนการพัฒนาสุขภาวะอย่างจริงจัง มีการลงนาม ข้อตกลงร่วมกัน(MOU) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการและภาคประชาชน รวม 36 องค์กร ไปเมื่อ 18 มี.ค. 2551 มียุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน คือ 1.พฤติกรรม บริโภคปลอดภัย 2.การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชน การดูแล ผู้สูงอายุ ผู้พิการและครอบครัว 3.มาตรฐานหน่วยงานบริการ ปฐมภูมิ และ 4.เกษตรปลอดภัย
นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า ที่ผ่านมา โรงพยาบาลในพื้นที่มีเตียงคนไข้ไม่เพียงพอ อีกทั้งผู้ป่วยเอง ก็อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า จึงเกิดแนวคิดในการนำญาติ ผู้ป่วยมาอบรมเรื่องวิธีการปฐมพยาบาล การรักษาและดูแล ผู้ป่วยเบื้องต้น เพื่อลดปัญหาผู้ป่วยมีจำนวนมากจนเกินกำลังของ โรงพยาบาล อีกทั้งผู้ป่วยจะได้มีสุขภาพจิตที่ดี มีความสุขเพราะได้อยู่กับครอบครัวด้วย
เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ด้านเยาวชน ที่เน้นในเรื่องของ “กีฬา” ทั้งการก่อสร้างสนามกีฬาในเขตเทศบาลและสามารถ ให้ประชาชนทั่วไปมาใช้ได้ รวมทั้งจัดอบรมทักษะพื้นฐานของกีฬาหลายประเภทที่เด็กๆ สนใจในช่วงปิดภาคเรียน อันเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ดีกว่าปล่อยให้อยู่ว่างๆ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะถูกชักชวนไปทางอบายมุข โดยเฉพาะยาเสพติดได้
“เราพยายามผลักดันงานกีฬาทุกชนิด ช่วงปิดเทอมก็จัดให้มีการอบรมเด็กเรื่องกีฬาที่เด็กสนใจ และเริ่มการมองหาเด็กกลุ่มเสี่ยง และเด็กที่ยังไม่ถึงขนาดเสี่ยง ซึ่งเด็กในโรงเรียนสังกัดเทศบาล 4,000 กว่าคน ส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ พ่อแม่แยกกันอยู่ แต่ไม่ได้หมายถึงการหย่าร้าง แต่อาจเป็นเพราะต้องไปทำงาน ต่างจังหวัดจึงปล่อยให้เด็กอยู่กับ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย แทน เด็กอาจจะมีปัญหาการขาดความอบอุ่น และหันไปพึ่งสิ่งเสพติด”นายกเล็กเมืองตรัง ระบุ
ขณะที่ นายนิพันธ์ ศิริธร ปลัดจังหวัดตรัง กล่าว เพิ่มเติมว่า ในส่วนของปัญหา “ยาเสพติดและการพนัน” เบื้องต้น นอกจากทำฝึกอบรมอาสาสมัครดูแลหมู่บ้านและชุมชนแล้ว ยังนำศาสนาเข้ามาบูรณาการในการแก้ไขปัญหาด้วย ซึ่งวัดก็ต้องมีบทบาทในการใช้หลักธรรมชี้แนะประชาชนเช่นกัน
“การพนันที่ท่านก็รู้ว่ามันแก้ไม่ได้คือหวยหุ้น จึงต้องใช้ศีล 5 เข้ามาช่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่เล่นการพนันเขาบอกเขา มีความสุข เมืองตรังก็เป็นเมืองแห่งความสุข เราเลยต้องใช้ศาสนามาอธิบายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ว่าไม่ใช่ความสุขอย่างแท้จริง”ปลัดจังหวัดตรัง ยกตัวอย่างโครงการที่กำลังดำเนินการ
หลายปีหลังริเริ่มความร่วมมือนี้ นายธีรยุทธ เอี่ยมตระกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เล่าว่า แนวคิดสมัชชาสุขภาพที่เป็น การทำงานร่วมกันของภาครัฐและภาคประชาสังคม ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าชาวเมืองตรังมีการพัฒนาในหลายๆ ด้านที่ดีขึ้น เช่น ในเรื่องของปัญหายาเสพติด เท่าที่สอบถามชาวบ้านก็บอกว่าลดลงจริง แน่นอนว่าย่อมนำมาซึ่งความสงบสุขของจังหวัดด้วย
“ในความรู้สึกผม การทำงานราชการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม หรือประชาชน จะทำให้สำเร็จและดีจะทำด้วยความเต็มอกเต็มใจมัน ต้องเกิดจากความเชื่อ พอเป็นความเชื่อแล้วมันก็จะมีความศรัทธา พอมีความศรัทธามันจะทำให้มีความคิดแล้วก็จะเกิดผลตามใน สิ่งที่ทำ ถ้าเราบอกว่าความสุขมันคืออะไร ความสุขไม่มีความหมายตายตัวนะ ทุกคนสามารถแปลได้ตามสิ่งที่ต้องการ” อดีต ผวจ.ตรัง ฝากทิ้งท้าย

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทั่วไป และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร