คอลัมน์ คิดอย่าง ธีระชัย: ปฏิรูปการเงินการคลัง

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ตอนที่แล้วผมได้นำเสนอเรื่อง “แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย”โดยอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ผสมกับข้อคิดเห็นของผมไปใน 2 เรื่องสำคัญที่เป็นปัญหาของประเทศ คือ การทำให้การคลังมีความยั่งยืน และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
วันนี้ เรามาดูข้อเสนอในการปฏิรูปประเทศด้าน การปรับปรุงวิธีการช่วยเหลือเกษตรกร 1.ควรประกันภัยธรรมชาติสำหรับเกษตรกรที่ผ่านมารัฐบาลชดเชยความเสียหายจากภัยธรรมชาติเพียงบางส่วนจึงควรเปลี่ยนไปใช้วิธีประกันภัยเพื่อชดเชยเต็มจำนวน และนำมาชำระหนี้ของเกษตรกร การมีบริษัทประกันภัยเข้ามาร่วมจะช่วยป้องกันการทุจริตด้วย โดยอาจจะหาแหล่งเงินจากการเก็บค่าพรีเมียมส่งออกเพื่อจ่ายเบี้ยประกัน หรือ ธ.ก.ส.อาจขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้
2.ควรตั้งกองทุนเพื่อซื้อที่ดินให้แก่กลุ่มเกษตรกรควรเริ่มในวงเงิน1 แสนล้านบาท ตามข้อเสนอ คปร. โดยโฉนดที่รัฐจัดหาให้นั้น ควรบังคับให้เป็นในรูปโฉนดชุมชนเท่านั้น เพื่อจะไม่ถูกยึดไปขายทอดตลาดอีกต่อไป
3.ควรช่วยเหลือด้านอุปกรณ์แก่กลุ่มเกษตรกร ควรสำรวจความต้องการด้านอุปกรณ์การเกษตรของชุมชน เช่น โกดังข้าวแบบทันสมัยโรงสีชุมชน อ่างเก็บน้ำชุมชน เป็นต้น เพื่อรัฐจะช่วยเหลือจัดสร้างเครื่องมือหากินให้แก่ชุมชน
4.ควรห้ามมิให้รัฐบาลเข้าไปถือกรรมสิทธิ์ในสินค้าเกษตร เนื่องจากการเข้าไปเป็นเจ้าของสินค้าเกษตร จะมีปัญหาการเก็บสต๊อกและการเสื่อมสภาพ จึงควรห้ามมิให้รัฐบาลในอนาคตเข้าไปถือกรรมสิทธิ์ในสินค้าเกษตรอีกต่อไป แต่ให้อุดหนุนเป็นเงินแทน หรือช่วยเหลือเกษตรกรด้านสวัสดิการต่างๆ แทน
5.ควรห้าม ธ.ก.ส. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดหาปัจจัยการผลิตให้แก่ลูกหนี้ เพื่อป้องกันมิให้ ธ.ก.ส. หรือนักการเมืองเอาเปรียบเกษตรกรจึงควรห้าม ธ.ก.ส. มิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดหาปัจจัยการผลิตตามข้อเสนอ คปร.
การป้องปรามทุจริตคอร์รัปชั่น 1.ควรปฏิรูปการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ควรกำหนดให้การจัดซื้อต้องแสดงข้อมูลในเว็บไซต์ทั้งของหน่วยงานที่จัดซื้อ และของกรมบัญชีกลาง คือ ราคากลางเงื่อนไขประมูล รายชื่อผู้ยื่นประมูลพร้อมราคา ชื่อผู้ที่ชนะ และผลการปฏิบัติงาน โดยอาจเริ่มสำหรับรายการ 30 ล้านบาทขึ้นไป
2.ควรปฏิรูปการกำกับควบคุมรัฐวิสาหกิจ ควรกำหนดให้รัฐวิสาหกิจต้องเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างตามแนวทางราชการด้วยและให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งต้องเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินต่อสาธารณะในเว็บไซต์ของสำนักรัฐวิสาหกิจ เทียบเท่ากับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งควรมีผู้สอบบัญชีภายนอกในระดับสากล ทำหน้าที่ประเมินระบบการควบคุมภายในอีกด้วย
3.ควรควบคุมงบประมาณที่ใช้ในการโฆษณาและดูงานต่างประเทศ เพื่อป้องกันการโฆษณาและจัดงานอีเวนต์ที่ไม่เหมาะสมและการดูงานต่างประเทศเป็นคณะเกิน 5 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกึ่งท่องเที่ยวที่ไม่จำเป็น ควรกำหนดให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นแก่ สตง. และสำนักงบประมาณก่อน ยกเว้นกรณีหลักสูตรการศึกษา เพราะเงื่อนไขการดูงานต่างประเทศขณะนี้ ก็มีการใช้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยเป็นผู้จัดทำรายงานขึ้นภายหลังให้ดูเหมาะสมเท่านั้น
ควรเพิ่มการควบคุมค่ารักษาพยาบาลภาครัฐ 1.ควรปฏิรูปวิธีการดูแลสุขภาพของข้าราชการตามข้อศึกษาของ คปร. การจ่ายยาแก่ข้าราชการ ขณะนี้มีความหละหลวม จึงควรดำเนินการตามข้อเสนอบางอย่างทันที เช่น ยกเลิกการเบิกตรง บังคับให้เบิกเฉพาะจากบัญชียาหลัก กำหนดให้ข้าราชการที่บรรจุใหม่ไปใช้โครงการบัตรทอง เป็นต้น
และควรศึกษาวิธีการเสริมอื่น เช่น การเปิดให้ข้าราชการร่วมในการจ่าย (co-pay) สำหรับค่ารักษาบางอย่างที่เกินระดับ และเปลี่ยนไปใช้วิธีประกันสุขภาพแทนบางส่วน เป็นต้น
การปกป้องสิ่งแวดล้อม 1.ควรเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ ควรเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้ำในอุตสาหกรรม และรวมสนามกอล์ฟด้วย
2.ควรเก็บค่าธรรมเนียมธุรกิจที่สร้างมลพิษ เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง ควรเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้ำเพิ่มเป็นพิเศษสำหรับธุรกิจที่มีน้ำเสียเกิดขึ้นจากกระบวนการทำงานค่าธรรมเนียมในการใช้อากาศสำหรับธุรกิจที่มีอากาศเสียเกิดขึ้นจากกระบวนการทำงาน และค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดินสำหรับธุรกิจที่มีขยะพิษเกิดขึ้นจากกระบวนการทำงาน
แต่ควรเปิดให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถขอยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ ถ้าหากมีหลักฐานการควบคุมที่ผ่านการตรวจสอบโดยบริษัทสอบสิ่งแวดล้อมรับอนุญาต หรือมีการใช้บริการของบริษัทกำจัดขยะรับอนุญาต
3.ควรเก็บภาษีที่ดินที่ใช้วางขยะแบบฝังกลบ เนื่องจากการฝังกลบขยะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จึงควรเก็บภาษีที่ดินที่ใช้วางขยะในอัตราก้าวหน้า โดยเริ่มจากระดับต่ำ แต่ประกาศล่วงหน้าปรับสูงขึ้นทุกปี เพื่อกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนไปใช้วิธีเผาแทน และสำหรับที่ดินของภาครัฐควรกำหนดห้ามมิให้มีการฝังกลบเพิ่มอีก
การกระจายอำนาจการปกครอง 1.ควรเริ่มการถ่ายโอนอำนาจในการเก็บภาษีบางอย่างไปให้แก่ท้องถิ่น ควรเริ่มกระบวนการถ่ายโอนอำนาจในการเก็บภาษีบางอย่างไปให้แก่ท้องถิ่น และควรเก็บค่าธรรมเนียมสูงเป็นพิเศษสำหรับการอุปโภคบริโภคที่เป็นการอวดร่ำอวดรวย เช่น รถยนต์ราคาแพง Super Caพ ควรเก็บภาษีรายปีในอัตราที่สูงมากเป็นพิเศษ โดยกำหนดเป็นอัตราก้าวหน้าตามราคาของรถยนต์
2.ควรปรับปรุงวิธีการตรวจสอบบัญชีองค์กรท้องถิ่น ในขณะที่มีการกระจายอำนาจและงบประมาณไปให้แก่ท้องถิ่นมากขึ้น ควรจะมีการปรับปรุงการบริหารจัดการ และระบบตรวจสอบบัญชีควบคู่ไปด้วย โดยมีเงื่อนไขหากท้องถิ่นใดไม่ปรับปรุงกระบวนการทำงานและการควบคุมภายใน ให้ระงับการเบิกจ่ายเงินชั่วคราว เป็นต้น
3.ควรยกระดับกองทุนหมู่บ้าน ควรให้ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินและมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด เป็นพี่เลี้ยงเพื่อช่วยยกระดับการบริหารกองทุนหมู่บ้าน เพื่อกระตุ้นการออมในชุมชน ให้คำแนะนำด้านการเงินแก่ชุมชน และช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
ผมหวังว่านักวิชาการทุกสถาบัน จะช่วยกันถกเถียงวิจารณ์ข้อเสนอเหล่านี้ และขอให้ช่วยกันทำและเผยแพร่ข้อเสนอด้านอื่นๆด้วยอย่างเต็มที่

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร