ศิริราชตั้งศูนย์หลอดเลือดสมองดูแลคนไข้’อัมพฤกษ์-อัมพาต’

มติชน ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 15 ล้านคน ค่ารักษา 2 หมื่นล้านต่อปี หมอแนะเลี่ยงอาหารไขมันสูง ออกกำลังกาย เตือนผู้ป่วยไมเกรน หญิงกินยาคุมระวัง ยาทำเลือดข้นเสี่ยงอุดตัน ศิริราชเตรียมตั้งศูนย์หลอดเลือดสมองเฉียบพลันขึ้น เพื่อดูแลคนไข้เป็นพิเศษ
วันที่ 29 ตุลาคม ที่โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “โรคหลอดเลือดสมอง ตระหนัก ลดเสี่ยง เลี่ยงอัมพาต” เนื่องในวันโรคหลอดเลือดสมองโลก ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณว่าทุกปีทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 15 ล้านคน พิการถาวร 5 ล้านคน เสียชีวิตอีก 5 ล้านคน โดย 2 ใน 3 อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา สำหรับประเทศไทยพบว่าโรคหลอดเลือดสมองมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับที่ 3 รองจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ คาดว่าในปี 2559 จะมีผู้สูงอายุที่ป่วยจากโรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพฤกษ์ อัมพาต ประมาณ 995 คนต่อประชากร 100,000 คน หากประมาณการผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 5 แสนคน จะต้องเสียค่ารักษาประมาณ 20,632 ล้านบาทต่อปี เรียกได้ว่าผู้ป่วยตายและพิการจากโรคนี้เป็นจำนวนมาก
“การป้องกันเป็นทางเลือกที่ดีกว่า คือ การให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป ศิริราชจึงจัดกิจกรรม ดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2557 เพื่อให้ความรู้ในการป้องกันตัวเองจากโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงมีบริการตรวจคัดกรองความเสี่ยงของโรค การตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดสมองในผู้ที่มีความเสี่ยง เป็นต้น” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว
รศ.นพ.ยงชัย นิละนันท์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมไปถึงคนที่นิยมบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง มีภาวะน้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย จะต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดปัญหาหลอดเลือดสมองได้ โดยเฉพาะต้องระวังเรื่องการรับประทานยาบางชนิด อย่างยาคุมกำเนิด เนื่องจากเมื่อใช้แล้วจะทำให้เลือดข้นขึ้น เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการอุดตันในหลอดเลือด รวมทั้งผู้ป่วยไมเกรนก็ควรระมัดระวัง โดยก่อนใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกสารเสพติดต่างๆ ก็เป็นตัวกระตุ้นก่อโรคด้วย เช่น ทั้งแอมเฟตามีน เฮโรอีน ฯลฯ ทั้งนี้ หากลดความเสี่ยงก็จะลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ถึงร้อยละ 80-90
รศ.นพ.ยงชัยกล่าวอีกว่า การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้ได้ผลดีขึ้นอยู่กับเวลา ยิ่งรับการรักษาเร็วเท่าไร โอกาสหายเป็นปกติจะมาก ซึ่งการรักษาที่ได้ผลดี คือการให้ยาสลายลิ่มเลือด แก่ผู้ป่วยภายในเวลา 3 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ จะเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวจากความพิการให้กลับมาใกล้เคียงปกติ 1.5-3 เท่า ทั้งนี้ ศิริราชเตรียมตั้งศูนย์หลอดเลือดสมองเฉียบพลันขึ้น เพื่อดูแลเป็นพิเศษ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแผนกต่างๆ ทั้งอายุรแพทย์โรคสมอง ความดัน เวชศาสตร์ฟื้นฟู ศัลยแพทย์ รวมไปถึงนักกายภาพบำบัด นักสังคม สงเคราะห์มาร่วมกันทำงานเพื่อดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะ ถือเป็นการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ได้ให้เขตสุขภาพ ทุกเขตจัดระบบบริการโรคหลอดเลือดสมอง มีช่องทางด่วนพิเศษ ให้การรักษาภายในไม่เกิน 4 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อลดความพิการและการเสียชีวิตของผู้ป่วย โดยขณะนี้ได้ขยายบริการไปถึงโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งให้เป็นเครือข่ายดูแลในระยะฉุกเฉิน ให้ผู้ป่วยปลอดภัยก่อนนำส่งโรงพยาบาลใหญ่
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้พัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้ทัดเทียมนานาชาติ ได้ตั้งหออภิบาลโรคหลอดเลือดสมองในทุกเขตสุขภาพซึ่งมี 13 เขตรวม กทม. ดำเนินการแล้ว 57 แห่ง และได้พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลในต่างจังหวัดให้สามารถฉีดยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคนี้ 122 แห่ง เป็นโรงพยาบาลศูนย์ 32 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป 38 แห่ง

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เขตสุขภาพ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร