คอลัมน์ Hello เซเลบ: นักธุรกิจเอ็นจีโอ ศิรินา ปวโรฬารวิทยา

มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ในจำนวน “สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านสังคม” หรือ สปช.ด้านสังคม หนึ่งในนั้น คือ “ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬาร วิทยา” ประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป หนึ่งในทายาทของ ดร.เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้ง บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และ สายพิณ ดารกานนท์ โชควัฒนา
เป็น “นักธุรกิจ” แต่มาทำงานด้าน “สังคม” หลายคนอาจสงสัย แต่หากได้ติดตามข่าวคราวของเธอคนนี้จะทราบว่า เธอแบ่งเวลามาทำงานเพื่อสังคมนานนับ 10 ปีแล้ว
ศิรินาจบปริญญาตรี 2 ใบ จากคณะบริหารธุรกิจ ม.แบรดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง จบปริญญาโทคณะเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาเอกคณะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ม.รามคำแหง และกำลังศึกษาปริญญาเอกอีกหนึ่งใบ คณะบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ส่วนงานด้านสังคม เริ่มงานแรกเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าเซนต์โยเซฟในพระบรมราชินูปถัมภ์ จากนั้นก็เข้าร่วมงานกับองค์กรอื่น อาทิ รองประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ผู้พิพากษาสมทบศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา คณะสมัชชาปฏิรูปประเทศ ชุดของ นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ปี 2554 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสหพันธ์สตรีเพื่อสตรี กรรมการคณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย กรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น
“ดิฉันเป็นเอกชนที่เข้าไปอยู่แบบเอ็น จีโอ” ศิรินาในวัย 71 ปี แต่ยังกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วบอก
“ส่วนงานด้านปฏิรูปก็คุ้นเคยอยู่ เพราะเคยเป็นกรรมการในคณะสมัชชาปฏิรูปประเทศชุดคุณหมอประเวศ 3 ปี” และจากการได้ร่วมงานกับ นพ.ประเวศ ทำให้เธอเข้าใจปัญหาของคนเล็กคนน้อยมากขึ้น
“คุณหมอประเวศอดทนมาก ท่านให้แกนนำชุมชนต่างๆ ผู้ด้อยโอกาส คนชายขอบ มาเล่าถึงปัญหาที่ขาดการดูแลจากรัฐซึ่งมีปัญหาเยอะมาก บางเรื่องดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับเรา แต่มันเป็นความทุกข์ของคนคนหนึ่ง เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา จากจุดนี้คุณหมอประเวศมองว่า ประเทศไทยเป็นเจดีย์สามเหลี่ยม ความเข้มแข็งของเจดีย์อยู่ที่ฐานราก ถ้าฐานรากไม่เข้มแข็ง เจดีย์ข้างบนก็เป็นเจดีย์ทรายที่ล้มเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งฐานรากคือประชาชน แล้วเราจะทำอย่างไรให้ประชาชนช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะถ้าประชาชนช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อไหร่ ก็หมายถึงฐานรากของเราแข็งแรง”
ส่วนการเข้ามาเป็นหนึ่งใน “สปช.” ชุดนี้ ศิรินาได้รับการเสนอชื่อจาก “สมัชชาสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งเธออยู่ในวงการนี้มา 6 ปี
“ที่นี่ เราไม่ได้ทำงานด้านสุขภาพร่างกายอย่างเดียว แต่ดูทั้งจิตใจและสิ่งแวดล้อมด้วย คนเราเกิดมาเพื่อที่จะทำความสำเร็จให้กับชีวิต ชีวิตที่ดีก็ต้องมีทั้งสุขภาพดี จิตใจดี สิ่งแวดล้อมดี นี่คือความสุขสูงสุดของมนุษย์ งานของเราคือการทำให้ชุมชนหรือประชาชนลุกขึ้นมาช่วยตัวเองให้ได้”
“รากของปัญหา” ที่ศิรินาลงไปสัมผัส เธอว่าเป็นปัญหาที่เป็นความจริงของโลกที่หลายคนมองเลยไป นั่นคือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
“รัฐจะทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยช่วยให้ประชาชนเกิดดี อยู่ดี ตายดี” ศิรินาบอก และขยายความว่า “เกิดดี รัฐต้องดูแลเด็กที่เกิดให้มีสุขภาพดี มีปัญญา โดยต้องดูแลตั้งแต่อยู่ในท้องมารดา และส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆ ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กเกิดมาตามมีตามเกิดแล้วเป็นคนสุขภาพไม่ดี ไม่ฉลาด ขาดปัญญา”
“อยู่ดี รัฐช่วยโดยให้การศึกษา ดูแลความเจ็บไข้ได้ป่วย รวมทั้งสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ความเจริญ ความสงบสุขในประเทศ
“ฉะนั้น อยู่ดี คือ รัฐต้องทำทุกอย่างให้คนที่อยู่ในประเทศอยู่อย่างมีสุขภาพดี มีการศึกษา มีอาชีพ มีรายได้ที่ดี”
“ตายดี รัฐต้องดูแลผู้สูงอายุ ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต นี่เป็นหน้าที่ของรัฐที่รัฐต้องดูแลให้คนเกิดดี อยู่ดี และตายดี”
งานสมัชชาสุขภาพเป็นงานที่ศิรินาบอกว่า ไม่ต่างกับงานสมัชชาปฏิรูป เพราะมีแนวคิดคล้ายกันคือ “ชุมชนต้องเข้มแข็ง””เวลา 6 ปีที่อยู่ตรงนี้ได้หลอมให้เข้าใจว่า คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ อย่างดิฉันเป็นคนโชคดี มีโอกาสดีกว่าคนอื่น และการช่วยเหลือคนอื่นไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะฉะนั้น ถ้าทำอะไรให้ได้ก็อยากทำให้”
ไม่ใช่คนรุ่นใหม่แต่ไฟแรงไม่เบา ในบทบาท สปช. เธอตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายซัพพอร์ตข้อมูลในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะ “อยากลงไปสัมผัสพื้นที่ อยากรู้จักชีวิตจริงของประชาชนทุกระดับ”
ด้วยวิสัยนักธุรกิจ ก่อนลงมือทำอะไรจะมี “วิสัยทัศน์” เพื่อเป็นเป้าหมายในการดำเนินกิจการให้สำเร็จ การปฏิรูปประเทศครั้งนี้ก็เช่นกัน เธออยากเห็นประเทศไทยเป็น “ดินแดนที่คนอยู่อย่างมีความสุข”
“ความสุขในที่นี้คือ 1.สุขภาพดี คือ ร่างกายแข็งแรง อายุยืน 2.จิตใจดี คือ เป็นคนดี มีคุณธรรม 3.รายได้ดี คือ เป็นคนมีรายได้ 4.สิ่งแวดล้อมดี เรียกว่ามี 4 ดี นี่คือ วิสัยทัศน์ที่อยากให้เกิดขึ้น กระบวนการปฏิรูปทั้งหมดแก้ไปที่ 4 ตัวนี้ได้ไหม”
อย่างไรก็ตาม ทุกวิสัยทัศน์และทุกเป้าหมายในวันนี้ นอกจากนำ “คำสอนพ่อ” ที่ให้ขยันหมั่นเพียร อดทน ซื่อสัตย์ รักษาเครดิต คบคนดี ไม่เอาเปรียบคน และไม่สร้างศัตรู มาใช้ในการดำเนินชีวิตแล้ว ศิรินายังน้อมนำพระราชดำรัสของ “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” มาเป็นหลักในการทำงานด้วย
“นี่คือรูปที่ดิฉันชอบมาก” ว่าพลางก็ชี้ไปที่รูปภาพฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯ ที่ทรงวาดพระราชทานแก่สมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งเธอไปเห็นในงานของสมาคมและประทับใจในความหมายของภาพนี้ จึงขอซื้อภาพดังกล่าวมาติดในสำนักงานเพื่อเป็นข้อเตือนใจทั้งแก่ทั้งตนเองและพนักงานในบริษัท
“พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพสูงมาก ทรงรู้ปัญหาทั้งประเทศ จึงทำให้ทรงวาดภาพนี้ออกมา ภาพนี้เป็นภาพตึก 4 ตึก ตึกแรกไม่ได้ตั้งตรงแต่โน้มลงมาได้ อันนี้เป็นตึกมหัศจรรย์ รับสั่งว่า ดัดแปลงให้เป็นยานวิเศษได้ เปลี่ยนแปลงได้ อย่าตั้งตรงอย่างเดียวจนทำอะไรไม่ได้ เป็นข้อคิดที่ทรงสื่อให้รู้ว่า ทุกอย่างยืดหยุ่นได้ นอกจากนี้ การสร้างบ้านต้องมีความประหยัด ไม่รังแกเพื่อนบ้าน สวยงาม และคนอยู่อาศัยต้องอยู่สบาย”
“ดิฉันชอบมาก และนำมาเป็นนโยบายในการทำงานทำหมด”
รวมถึงนำมาเป็นหลักในภารกิจครั้งนี้ด้วย “ที่ผ่านมาทำบุญด้วยเงินมาแล้ว ทำบุญด้วยการสอนมาแล้ว ตอนนี้ขอเป็นการทำบุญด้วยใจ ด้วยการให้เวลา 1 ปีเพื่อประเทศไทย” ศิรินากล่าวทิ้งท้าย

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทั่วไป และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร