ปฏิรูประบบสุขภาพทศวรรษใหม่ ‘หมอครอบครัวคนไทยทุกคน’

Untitled3มติชน ฉบับวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วารุณี สิทธิรังสรรค์
warunee11@yahoo.com
สัปดาห์ที่ผ่านมา ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีคำสั่งลงนามวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และทีมหมอครอบครัว ขึ้น โดยมี นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. เป็นประธาน มี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ.เป็นรองประธาน ที่สำคัญยังมีรายชื่อที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ อย่าง นพ.อมร นนทสุต ผู้วางรากฐานสาธารณสุขมูลฐาน บ่อเกิดอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และ นพ.อุทัย สุดสุข อดีตปลัด สธ. เมื่อปี 2533 ผู้พัฒนาระบบสาธารณสุข ร่วมอยู่ในคณะกรรมการ ชุดนี้ โดยภารกิจคือ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพและก่อประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี และมีผลต่อเนื่องในระยะยาวอย่างยั่งยืน…
แน่นอนว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่แค่ต้องการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ หรือพัฒนาการบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยเดิม รวมทั้งโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) เท่านั้น แต่ต้องการปรับระบบการบริการรูปแบบใหม่ที่เน้นทำงานเชิงรุกอย่างแท้จริง รวมทั้งเน้นการส่งเสริมป้องกันโรค ไม่ใช่แค่การรักษาโรคเหมือนที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นการปรับระบบการบริการรูปแบบใหม่ในทศวรรษที่ 2 หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงจนมีระบบหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติเมื่อปี 2545 ในทศวรรษที่ผ่านมากว่า 12 ปี
แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา “นพ.สมศักดิ์” มีความพยายามขับเคลื่อนเรื่องการบริการปฐมภูมิมาตลอด เห็นได้จากการหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายใน สธ.และนอก สธ. ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมอนามัย กรมควบคุมโรค (คร.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กรมสุขภาพจิต รวมไป ถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จนเกิดแนวคิดดังกล่าว และนำไปสู่การร่างแนวทางการดำเนินงาน “หมอครอบครัวทั่วไทย คนไทยเข้มแข็ง แข็งแรง” ขึ้น
เบื้องต้นได้หารือกันว่า การเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง จำเป็นต้องออกเป็นนโยบายระดับชาติขึ้น ซึ่งจะมีการทำเวิร์กช็อปที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเดือนธันวาคม 2557 รูปแบบคล้ายกับช่วงการผลักดันกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแรกๆ สมัย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ซึ่งสมัยนั้นมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานผลักดันโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค มาครั้งนี้ ไม่แตกต่างจากเมื่อตอนผลักดันโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามากนัก โดยคาดการณ์ว่าการทำเวิร์กช็อปที่ทำเนียบครั้งนี้ อาจมีประธานคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เป็นได้ สำหรับการเดินหน้าสร้างหมอครอบครัวทั่วไทยฯ คอนเซ็ปต์ คือ การสร้างระบบสุขภาพแนวใหม่ทั้งประเทศ โดยการสร้างทีมหมอครอบครัวขึ้นในระดับตำบล เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลและดูแลปัญหาสุขภาพที่ไม่ซับซ้อน เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ คุ้มครองผู้บริโภค ให้การดูแลผู้ป่วยในระยะฉุกเฉิน และประสานการส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย เป็นต้น
โดยทีมหมอครอบครัวจะเป็นทีมงานใหญ่ มีบุคลากรวิชาชีพทำงานร่วมกัน ทั้งระดับโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) และ รพ.สต. ซึ่งในทีมนั้นจะมีหัวหน้าทีม คือ บุคลากรวิชาชีพใน รพช. โดยเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป หรือแพทย์เฉพาะทางที่มีความสนใจและได้รับการเรียนรู้เพิ่มเติมด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ส่วนทีมงานจะเป็นพยาบาลเวชปฏิบัติ พยาบาลวิชาชีพ หรือพยาบาลชุมชน ทันตแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิก นักโภชนาการแพทย์แผนไทย และสหวิชาชีพอื่นๆ ซึ่งในการทำงานนั้น จะมีการแบ่งทีมย่อย โดยมีหัวหน้าทีมเป็นที่ปรึกษา เป้าหมายคือ บุคลากรแต่ละคนจะดูแลประชากร 1,250 ในตำบลนั้นๆ
จุดสำคัญคือ ทีมหมอครอบครัวจะต้องมีการสื่อสารกับแต่ละครอบครัวที่ตนเองดูแล ผ่านการสื่อสารอย่างโทรศัพท์ การเยี่ยมบ้าน ยกตัวอย่าง ทีมหมอครอบครัวระดับตำบลจะมีข้อมูลสุขภาพของ ผู้ป่วยและครอบครัว อาจมีการจัดเก็บประมวลผลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ ที่สามารถระบุตำแหน่งบ้าน และรายละเอียดของปัญหาสุขภาพ มีเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อกันของแพทย์ที่ปรึกษา มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นและทันสมัย
ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นทีมหมอครอบครัวได้ การเดินหน้าเรื่องนี้จำเป็นต้องพัฒนาทีมหมอครอบครัวขึ้นด้วยการอบรม โดยมี รพช.เป็นฐานในการพัฒนาศักยภาพในการให้บริการสุขภาพของทีมหมอครอบครัว โดยตั้งเป้าภายในปี 2558 จะต้องมีทีมหมอครอบครัวอำเภอละ 1,000 ทีม และในระดับตำบลเท่ากับ 10,000 ทีม
ในการเดินหน้าภายหลังการทำเวิร์กช็อปในเดือนธันวาคมนี้ ขั้นต่อไปคือการลงพื้นที่จริงของทีมหมอครอบครัว เพื่อจัดทำเป็นแคมเปญตรวจภาวะสุขภาพของคนในระดับตำบลอย่างแท้จริง
คำถามคือ ประชาชนได้อะไรจากหมอครอบครัว อันดับแรกคือ มีช่องทางการสื่อสารกับผู้ให้บริการสุขภาพมากขึ้น มีชื่อทีมหมอครอบครัวที่เป็นเจ้าของในการดูแลครอบครัวอย่างชัดเจน การบริการสุขภาพที่จะมีอย่างทั่วถึงและครอบคลุม โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เป็นต้น ที่สำคัญมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาล จะมีผู้คอยช่วยประสานงานอำนวยความสะดวกให้ โดยไม่ต้องถือใบส่งตัวไปโรงพยาบาลเหมือนในอดีต
หากทำได้จริง จะถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบบริการสุขภาพในทศวรรษนี้ และลดปัญหาโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ เนื่องจากเมื่อมีหมอครอบครัว การดูแลส่งเสริมสุขภาพมีระบบการตรวจคัดกรองโรค ซึ่งจะทำให้พบโรคเร็วขึ้น การรักษาก็จะไม่ยากอีกต่อไป
หวังว่าโปรเจ็กต์นี้ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่จะเป็นความจริงเพื่อประโยชน์ของคนไทย โดยเฉพาะชาวชนบทที่ห่างไกล มีหมอดูแลประจำครอบครัวได้จริงๆ…

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ระบบสุขภาพ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร