เสียงสะท้อนความหวังปฏิรูประบบสาธารณสุข

Untitled4คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ยังได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นเหมือนเดิม สำหรับ “เวทีพลเมืองปฏิรูป” พันธกิจสำคัญที่ กรุงเทพธุรกิจ และ NOW 26 ทีวีดิจิทัลในเครือเนชั่น ร่วมกันสร้างสรรค์และสานต่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีคุณภาพของประเทศและประชาชน
ก่อนหน้านี้ เวทีพลเมืองปฏิรูป ครั้งที่ 7 วาระ “น้ำท่วมน้ำแล้ง มิติใหม่บริหารจัดการน้ำ” สัญจรไปร่วมฟังความคิดเห็นชาวบ้านและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ จ.นครนายก เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ปรากฏว่ามีข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำที่น่าสนใจหลายมิติ ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกนำไปประมวลผลเพื่อเตรียมจัดทำเป็นแผนงานนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปแล้ว
เช่นเดียวกับที่ เวทีพลเมืองปฏิรูป ครั้งที่ 8 วาระ “เดินหน้าใหม่ สาธารณสุขไทย” ที่โรงแรมเซ็นทรัลเพลส เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน มีชาวบ้าน ผู้นำชุมชน รวมถึงนักธุรกิจ แพทย์ และผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมระดมความคิดกันอย่างกว้างขวาง เพื่อหาแนวทางปฏิรูปงานด้านสาธารณสุข ให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างมีคุณภาพในอนาคต สุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น ผู้ดำเนินรายการ มองว่า ปัญหาสุขภาพเป็นวาระสำคัญของประเทศ ดังนั้น เวทีนี้จึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะระดมสมองทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปงานสาธารณสุขของประเทศ
ขณะที่ ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ต่อสู้เพื่อลูกมาตลอด 23 ปี ทำให้เห็นช่องว่างของปัญหา โดยพุ่งประเด็นที่ไปความอ่อนด้อยทางด้านหลักประกันสุขภาพ ทำให้มีคดีฟ้องร้องกันระหว่างคนไข้กับบุคลากรทางการแพทย์เข้าสู่ศาลจำนวนมาก และส่วนใหญ่คนไข้เป็นฝ่ายแพ้
กระนั้น ปรียนันท์ มองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นสร้างความทุกข์ให้ทั้งคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อการตั้งกองทุนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบทางการแพทย์
“การที่จะฝากความหวังไว้ที่กระทรวงสาธารณสุข คงเป็นเรื่องยาก อยู่ในภาวะที่พึ่งพาไม่ได้ หลายรัฐบาลต่างก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อกองทุนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบทางการแพทย์ และคาดหวังว่า รัฐบาลชุดนี้จะหันมาให้ความสำคัญ” นพ.สมยศ ศรีจารนัย ผู้อำนวยการสำนัก
นโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข เห็นพ้องว่า อยากให้ พ.ร.บ.ชดเชยผลกระทบทางการแพทย์ ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะที่ผ่านมาบุคลากรด้านนี้ผิดพลาดจนถูกฟ้องร้อง จนทำให้ช่องว่างระหว่างคนไข้กับแพทย์ถูกถ่างออกอยู่ตลอดเวลา “จะเห็นว่า ในอดีตความสัมพันธ์ระหว่างคนไข้กับแพทย์ถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไป ทำให้ปัจจุบันคนป่วยเสียค่ารักษาพยาบาลสูงมาก และมีความคาดหวังต่อการรักษาสูง ดังนั้น เมื่อได้รับผลกระทบจึงเกิดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย”
อย่างไรก็ดี ปัญหาเหล่านี้กลับได้รับการแก้ไขในทางที่ดีใน โรงพยาบาลบ้านแพ้ว นพ.สุรพงษ์ บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการโรง
พยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) อธิบายว่า การให้บริการของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ที่ประสบความสำเร็จ เพราะมี พ.ร.บ.โรงพยาบาลมหาชน เข้ามารองรับ ถือเป็นกฎหมายในตัวเอง มีคณะกรรมการบริหารที่มาจากท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ดังนั้น เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างคนไข้กับแพทย์ คณะกรรมการชุดนี้จะเข้ามาดูแล หากพบว่าแพทย์ผิดก็จะสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุใด เช่น เครื่องมือไม่พร้อม คณะกรรมการก็จะประสานกับชุมชนจัดหาเครื่องมือให้ ถือเป็นการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ขณะที่ พ.ต.ท.สุรินทร์ ชัยพานิช รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร เสนอว่า ควรยกเลิกคณะกรรมการต่างๆ ที่ตั้งขึ้นโดยรัฐมนตรีให้หมด เพราะที่ผ่านมาโรงพยาบาล และแพทย์ เป็นเหยื่อความเสียหาย และเป็นจำเลยทางสังคมเวลามีเหตุความขัดแย้ง ที่สำคัญต้องปรับวิธีคิดต่อ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ แพทย์จะต้องทบทวนเรื่องที่คิดว่าตัวเองเป็นบุคคลแตะต้องไม่ได้เสียใหม่ นิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ มองว่า ประเด็นขัดแย้งระหว่างแพทย์กับคนไข้เกิดจากมิจฉาทิฐิ ตอนนี้มีความหวาดกลัวต่อร่าง พ.ร.บ.ผลกระทบทางการแพทย์ ทั้งที่กฎหมายตัวนี้จะเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ดี แต่กลับถูกต่อต้านจากแพทย์และนักการเมืองที่ไม่รู้ข้อมูลจริง ดังนั้นหากต้องการปฏิรูปต้องฟังความเห็นแพทย์ให้น้อยลง
บุญยืน ศิริธรรม เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพ ภาคตะวันตก มองว่า ระบบสาธารณสุขไทยผิดพลาดตั้งแต่ให้โรงพยาบาลเอกชนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเกิดความผิดพลาดมีกองทุนชดเชยเข้ามาดูแล ไม่สามารถที่จะปฏิรูปเพื่อยก ระดับได้ นพ.โมลี วนิชสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร สะท้องปัญหาที่เชื่อมโยงกับแรงงานต่างด้าวว่า จ.สมุทรสาคร มีแรงงานต่างด้าว 2 กลุ่ม ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย กลุ่มที่ถูกกฎหมายจะได้รับการบริการด้านสาธารณสุข แต่กลุ่มที่ไม่ถูกกฎหมายเมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาน่าเป็นห่วงมาก เพราะเสี่ยงต่อการเป็นพาหะของโรค และที่ผ่านมาโรงพยาบาลสมุทรสาครต้องใช้จ่ายเพื่อดูแลผู้ป่วยซึ่งเป็นคนต่างด้าว 7 ปี เป็นวงเงิน 57 ล้านบาท
ขณะที่ อองโกลัด ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) กลับมองว่า แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายพอใจที่ได้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่สมุทรสาครสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพใน 2 แบบ คือ มีบัตรประกันสุขภาพ และบัตรประกันสังคม แต่ปัญหาอยู่ที่กลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข เพราะเมื่อป่วยเข้าโรงพยาบาล ไม่มีเงินรักษา ไม่มีญาติ ทำให้ภาระตกอยู่ที่โรงพยาบาล นพ.โมลี กล่าวเสริมว่า การจะรวมกองทุนด้านสุขภาพที่มีอยู่ทั้ง 3 กองทุนเข้าด้วยกันหรือไม่ ก็ไม่มีผล เพราะแพทย์ที่โรงพยาบาลสมุทรสาครไม่ได้รักษาตามกองทุนทั่วไป แต่ทำด้วยบทบาทหน้าที่ เมื่อคนไข้มารับการรักษาก็ไม่ได้คำนึงว่ามาจากส่วนใด
จะเห็นได้ว่า เวทีพลเมืองปฏิรูป ว่าด้วยระบบบริการสาธารณสุข ครั้งนี้ มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ สะท้อนปัญหาต่างๆ ในอดีตและปัจจุบันได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสิ่งที่มีค่าเหล่านี้จะถูกนำไปประมวลผล เพื่อการปฏิรูปที่แท้จริงในอนาคต อันใกล้นี้

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร