ชี้ชะตา! ปรากฏการณ์”คัดค้านเขื่อนแม่วงก์”

Untitled2ASTVผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
การคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เป็นกระแสฮือฮาขึ้นในสังคมอีกครั้ง หลังคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ด้านแหล่งน้ำเตรียมพิจารณาว่าจะสร้างเขื่อนหรือไม่! และถ้าหากผลสรุปออกมาว่าต้องสร้างเขื่อน สัตว์ป่าชาวบ้านจะไปอยู่ที่ไหน?
บล็อกเฟซบุ๊กไม่เป็นไร “ศศิน” เล่นทวิตเตอร์แทน
กลับมาเป็นที่สนใจ และเกิดแรงกระเพื่อมในสังคมขึ้นอีกครั้ง สำหรับโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ หลังคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ด้านแหล่งน้ำ โครงการเขื่อนแม่วงก์ เตรียมพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA (Environmenter Health Impact Assessment) ในวันที่ 19 พ.ย.2557 ทำให้ผู้ชายที่เคยออกมาตะโกนแทนป่าอย่าง ‘ศศิน เฉลิมลาภ’ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ที่คัดค้านโครงการ ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการส่งเสียงดังๆ อย่างสุภาพเพื่อคัดค้าน พร้อมเสนอทางเลือกจัดการน้ำที่คุ้มค่ากว่าการทำลายป่าเพื่อแลกเขื่อน
ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ที่ทำให้การสื่อสารของชายคนนี้ถูกปิดกั้น อาจเพราะเขาพูดความจริงหรือพูดบางอย่างที่ขัดต่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม แต่การปิดกั้นครั้งนี้ก็ไม่สามารถหยุด “ศศิน เฉลิมลาภ” เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียรไปจากการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่ออนุรักษ์และหยุดยั้งเขื่อนแม่วงก์
“ขอทางเลือกจัดการน้ำไม่เอาเขื่อน แม่วงก์” คือข้อความตัวที่อยู่บนเสื้อของเขาเมื่อปีก่อนการเดินเท้ายาวไกลกว่า 388 กิโลเมตรของเขา จากป่าแม่วงก์ถึงกรุงเทพฯ ปลุกกระแสให้เขื่อนแม่วงก์เข้ามาอยู่ในความสนใจ จากป่าสู่เมือง ทว่า ปีนี้เขาเลือกที่นั่งลงแทนการเดิน แต่เป็นการนั่งเพื่อให้กำลังใจยาวนานกว่า 3 วัน กับกำลังใจคณะกรรมการพิจารณาโครงการ (คชก.) ด้านแหล่งน้ำ
มองในแง่กระแส “การนั่ง” ดูจะเงียบเหงากว่า “การเดิน” แต่ท่าทีของเขาใน วันนี้กลับยังคงมีพลังเต็มเปี่ยม แม้ล่าสุดเขาจะถูกปิดกั้นจากทั้งการจัดเวทีเสวนา และจากการใช้เฟซบุ๊กในการโพสต์ข้อความรณรงค์
“ไม่เป็นไรครับ เวทีนี้ผมตั้งใจจะให้ผู้ที่เข้ามาให้กำลังใจผมหายเหงา ได้มีกิจกรรมทำ แค่นี้แหละครับ ไม่ได้มีประเด็นอะไรเลย ส่วนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ไม่ยากอะไรครับ คราวก่อนผมเดิน คราวนี้ผมนั่ง นั่งมันง่ายกว่าอยู่แล้ว”
การปิดกั้นเฟซบุ๊กที่เกิดขึ้น เขาเผยว่า ไม่ได้ถูกบล็อก แต่ถูกแทรกแซงจนไม่สามารถ โพสต์หน้าวอลได้เท่านั้น เขายังคงต่อสู้และใช้ช่องทางอื่นในการสื่อสารสถานการณ์การทำงานอยู่เขาได้
“จริงๆ ต้องขอขอบคุณคนที่ทำเฟซบุ๊กผมเล่นไม่ได้มากเลยครับ เพราะ 1. มันทำให้ผมเล่นทวิตเตอร์เป็น 2. มันยิ่งทำให้เรามีความชอบธรรมในการทำงาน แสดงว่าสิ่งที่เราทำมันมีประสิทธิภาพสูงมากจนกระทั่งต้องโดนโจมตีขนาดนี้ ด้วยวิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะจากฝ่ายไหนทั้งสิ้นก็ต้องขอขอบคุณเพราะได้กระแสตีกลับเยอะมาก”
ในส่วนของรัฐบาลนั้น เขาพูดอย่างถ่อมตัวว่า คงมองตัวเขาเป็นเพียงเอ็นจีโอกิ๊กก๊อกเท่านั้น แต่กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ เขาเผยว่ามีท่าทีที่ดีต่อเขา ทำงานร่วมกัน รู้จักกัน แต่ก็ตอบไม่ได้ว่า ท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะได้รับบทสรุปอย่างไร
อย่างไรก็ตาม กับกระแสครั้งนี้ที่ดูเหมือนจะน้อยลงกว่าเมื่อครั้งเดินต้านเขือนแม่วงก์ปีก่อน เขามองว่า ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานของเขานัก เป็นไปตามเหตุและปัจจัยเท่านั้น
“เพราะว่าเราไม่ได้ต้องการอะไรเยอะแยะนะครับ เราใช้เหตุใช้ผลทำงาน การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากคนจำนวนมาก แต่เกิดจากความถูกต้อง เกิดจากคนส่วนน้อยที่มีพลัง เกิดจากความตั้งใจจริง คนส่วนมากที่ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาด ก็มีแต่ความเปลี่ยนแปลงที่ไปในทางฉิบหายเท่านั้นแหละครับ”
งานของเขาคือการพูดแทนเสียงบางเสียงที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เสียงของป่า เสียงสัตว์ในพื้นที่แม่วงก์ หลังจากวันนี้การต่อสู้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรกระบวนการก็ยังคงมีอยู่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติคือที่หมายต่อไป แต่กับผู้คนทั่วไปที่อยากจะช่วยเหลือ พวกเขาสามารถแสดงพลังใดๆ ได้บ้าง ศศิน เฉลิมลาภ ให้คำตอบว่า ต้องเปิดหน้าตัวเองออกมาแสดง ความเห็น
“ทุกวันนี้ก็กดไลค์กดแชร์ทางเฟซบุ๊กอยู่แล้ว ผมว่าลงชื่อมันไม่เห็นจะเปลี่ยนอะไรเลย ผมว่าต้องแชร์กันเยอะๆ น่ะครับ การแชร์ การแสดงออก มันต้องลงชื่อบนวอลล์ตัวเองว่า ฉันไม่เอาเขื่อนแม่วงก์ แล้วเอาหน้าตัวเองออกมา ผมว่าอันนี้แหละคือการลงชื่อจริงๆ ส่วนการจะรวบรวมกี่ร้อยรายชื่อ ผมว่ามันไม่เวิร์กน่ะ คราวที่แล้วตอนที่เดินลงชื่อในเว็บไซต์หนึ่งบอกว่าเป็นการลงชื่อที่คนเยอะที่สุดในเอเชียเลยก็ไม่เห็นจะมีผลอะไรเลย ต้องแสดงออก เปิดชื่อจริง หน้าจริงออกมา คุณคิดอย่างไรก็แสดง ออกมา”
คนไม่เอาเขื่อน แสดงจุดยืน!
แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงเสียงของ อ.ศศิน เป็นคนดำเนินเรื่องเท่านั้น ยังมีประชาชนหลายภาคส่วนต่างไม่เห็นด้วยในโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป นักแสดงหรือนักศึกษาเองก็ตามต่างแสดงจุดยืนที่ชัดเจน และร่วมออกมารณรงค์กับโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
คนนับพันมีเป้าหมายเดียวกันคือปกป้องสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะถูกทำลายประชาชนมากกว่า 120,000 คน ลงชื่อสนับสนุนเพื่อยุติโครงการ โดยในกิจกรรมวันนั้นจัดขึ้นที่หน้าหอศิลป์มีเป้าหมายคือเดินทางไปที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อเป็นการประกาศชัยชนะที่ยืดเวลาโครงการก่อสร้างออกไปได้อย่างไม่มีกำหนดได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักศึกษาที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “กลุ่มแนวร่วมนิสิต ม.เกษตรรักธรรมชาติ” จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมารวมตัวกว่า 20 คน ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เดินเท้าคัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์ หากมีการอนุมัติให้มีเดินหน้าสร้างเขื่อนแม่วงก์
โดยนักศึกษาบางคนได้แต่งตัวเป็นเสือโคร่ง เป็นสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อต้องการสะท้อนว่าหากเขื่อนแม่วงก์ถูกสร้างขึ้นจริง พวกสัตว์ป่าเหล่านี้จะต้องได้รับผลกระทบเป็นแน่
ในขณะที่นักศึกษากำลังดำเนินกิจกรรมและคัดค้านอยู่นั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. บางเขน นำกำลังเชิญตัวนักศึกษาไปสอบถามและขอให้ยุติกิจกรรมดังกล่าว ต่อมาภายหลังการเจรจาจบไปด้วยดีและกลุ่มนักศึกษาไม่มีท่าทีคัดค้านการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ อย่างใด
เช่นเดียวกับนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กว่า 80 คน มาร่วมให้กำลังใจและร่วมฟังบรรยายจากอ.ศศิน ที่ปักหลักนอนค้างคืนแสดงจุดยืนคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ บริเวณด้านหน้าสำนักงานแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
นอกจากมีตัวแทนจากกลุ่มนักศึกษาแล้วยังมีกลุ่มเด็กนักเรียนจาก โรงเรียนบ้านใหม่แม่เรวา ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ออกมาเขียนความรู้สึกที่มีต่อโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ลงในกระดาษ และเดินขบวนรณรงค์ไปตามถนนในหมู่บ้าน “ถ้าเขื่อนแม่วงก์ถูกสร้างขึ้นจริง ชุมชนจะต้องได้รับความเดือดร้อนและส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะชาวบ้านต้องหาที่อยู่และที่ทำกินใหม่” นี่คือหนึ่งเสียงของเด็กที่ร่วมขบวนได้แสดงความคิดเห็น
เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นสีสันที่สุดคงหนีไม่พ้นทับดาราคนดังในวงการบันเทิง ที่ต่างออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจน โดยเป็นการโพสต์รูปต่อต้านการสร้างเขื่อนลงอินสตาแกรมและยังสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ร่วมรณรงค์คัดค้านการสร้างเขื่อมแม่วงก์อีกด้วย อาทิ
“ขอร้อง หยุดเถอะครับ ทุกคนช่วยกัน ลงนะคะ เราคนไทยเราต้องช่วยกัน” พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
“ธรรมชาติจะปลอบใจยามเราสิ้นหวัง #หยุดเขื่อนแม่วงก์เพื่อธรรมชาติของเรา” ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย
“มันน่าคิด!! คนไทยมารวมกันเยอะขนาดนี้ ไม่แบ่งสี ไม่แบ่งพวก เพื่อคัดค้าน มีทั้งคนรุ่นใหม่ เด็ก นิสิต นักศึกษา นักวิชาการมาเพื่อผืนป่า สัตว์ป่าและเพื่อแหล่งน้ำชั่วชีวิต หยุดสร้างเถอะค่ะ” จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหานอกจากนี้ ยังมีดาราได้เข้าไปร่วมกิจกรรมเดินเท้าคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ กับ นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร อย่างพระเอกช่อง 7 “โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ” และดารารุ่นใหญ่ “นง-ทนงศักดิ์ ศุภการ”อีกด้วย
ย้อนรอย แม่วงก์สู่เมืองป่า
ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน การเดินคัดค้านการสร้างเขื่อนนำโดย “อ.ศศิน เฉลิมลาภ” ได้เคยสร้างปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมมาแล้ว สำหรับการเดินจากป่าสู่เมือง 388 กิโลเมตร จากแม่วงก์ถึงกรุงเทพฯ เพื่อคัดค้านการอนุมัติอีเอชไอเอ (รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ) โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ นำโดย ‘ศศิน เฉลิมลาภ’ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรีในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 ที่อนุมัติให้ดำเนินโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยให้เหตุผลเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ภายใต้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 13,280 ล้านบาท
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดกระแสการคัดค้านในวงการอนุรักษ์และกลุ่มประชาชน โดยเฉพาะผลการศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพ หรือ EHIA ซึ่งก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคมอย่างมากเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.2556 โดยเฉพาะในโลกโซเชียลฯ ที่มีการพูดคุยเรื่องนี้ถึงขั้นที่เรียกว่ากลายเป็นกระแส ส่งผลให้มีผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพมาร่วมเดินรณรงค์นับหมื่นคน โดยเฉพาะศิลปิน ดารา คนดังที่ถือว่าช่วยกระพือกระแสได้มากทีเดียว
แม้รัฐบาลสั่งชะลอโครงการเขื่อนแม่วงก์ และมีคำสั่งให้ทำรายงานอีเอชไอเอใหม่ให้รัดกุมมากขึ้น แต่ ‘ศศิน’ รวมไปถึงกลุ่มคนที่ออกมาตะโกนแทนป่าแม่วงก์ก็ยังเดินหน้าคัดค้านเขื่อนต่อไป โดยปรากฏการณ์ในครั้งนั้น ไม่เพียงแต่พลังต้านเขื่อนจากมูลนิธิสืบฯ แล้ว ยังมีกลุ่มพลังสังคมหลายกลุ่มออกมาร่วมด้วยช่วยตะโกนแทนป่า
หนึ่งในนั้นคือ เครือข่ายสื่ออาสาภาคประชาชนเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Move Thailand ที่ ดร.สมิทธ์ ตุงคะสมิต อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้ริเริ่มแคมเปญรณรงค์คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ผ่าน โดยมีกลุ่มประชาชนจิตอาสา ประชาชน และนิสิตนักศึกษาที่ได้ร่วมเดินกับศศิน เฉลิมลาภ ได้ตกลงจัดตั้งเครือข่ายนี้ขึ้น รวมไปถึงกลุ่มพลังจากเครือข่ายอื่นๆ อีกจำนวนมาก
จาก 2 ก้าวของชายผู้รักป่า ส่งเสียงเรียกเท้าอีกนับแสนคู่ให้ออกมาช่วยกันตะโกนไม่เอาป่าแลกเขื่อนอย่างสุภาพ เพราะมองว่า ไม่คุ้มค่าการลงทุนและสูญเสียผืนป่า สร้างปรากฏการณ์ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่ดึงให้คนไทยตระหนักถึงการรักษ์ป่า หวงแหนป่า รวมไปถึงสัตว์ป่าผ่านการร่วมเดินเท้าคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ในครั้งนั้น
ที่สำคัญคือการประท้วง EHIA (รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ) เพื่อไม่ให้กลไกการป้องกันสิ่งแวดล้อมจากโครงการพัฒนาต้องถูกลดมาตรฐาน เพราะถ้ามาตรฐานตัวนี้ถูกทำลาย อนาคตเรื่องสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยก็ไม่มีอะไรเหลือ

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HIA และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร