‘สิทธิประกันสังคม’ยังเข้าถึงยาแพงยาก

บ้านเมือง ฉบับวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
น.ส.วันทนีย์ กุลเพ็ง นักวิจัยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) กล่าวว่า จากการวิจัยเรื่อง “การเพิ่มการเข้าถึงยาราคาแพงในบัญชียาหลักแห่งชาติ” เพื่อศึกษากระบวนการเพิ่มการเข้าถึงยาราคาแพงในบัญชียา จ. (2) หรือยาที่จำเป็นต้องใช้สำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย มีจำนวนผู้ป่วยไม่มากและยามีค่าใช้จ่ายสูงและอยู่นอกเหนือจากบัญชียาอื่น ซึ่งได้วิจัยทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ คือ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สวัสดิการข้าราชการ และประกันสังคม พบว่าทั้ง 3 กองทุนมีการเพิ่มการเข้าถึงยาในบัญชี จ. และมีเกณฑ์การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาการดำเนินโครงการระบบประกันสุขภาพ และการดำเนินการของโรงพยาบาล ตั้งแต่ปี 2550-2553 พบว่า ระบบข้าราชการและโครงการประกันสังคม ไม่มีข้อกำหนดเฉพาะยาบัญชี จ. (2) จากระเบียบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั่วไปที่จะนำไปใช้กับโรงพยาบาลคู่สัญญา ซึ่ง 50% เป็นกลุ่ม รพ. เอกชน ทำให้ส่วนของผู้ป่วยประกันสังคมเข้าถึงยาเป็นไปได้ยาก เพราะส่วนใหญ่เป็นยาราคาแพง และการบริหารจัดการแบบเหมาจ่ายรายหัว ยังทำให้การบริหารจัดการงบประมาณและติดตามการให้บริการผู้ประกันตนเป็นไปได้ยาก
ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการแก้ปัญหาการเข้าถึงยาราคาแพง แต่ด้วยข้อจำกัดของการบริหารจัดการแต่ละโครงการประกันสุขภาพ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขในการสั่งยา ยังยากต่อการปฏิบัติและเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงยา อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังมีการจัดซื้อร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำให้เกิดการต่อรองราคามากขึ้น ซึ่งในส่วนของ สปสช.มีการจัดซื้อ 92 รายการ เป็นเงิน 7 พันล้านบาทจากเดิมที่ต้องใช้งบประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท แต่ไม่มีตัวเลขว่าแต่ละปีกองทุนประกันสังคมสั่งซื้อและสามารถเข้าถึงยาได้เท่าไร

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน 3 กองทุนสุขภาพ, การเข้าถึงยา และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร