จ่อยกเลิกแร่ใยหิน อุตฯเตรียมชงครม. สั่งห้ามใช้ใน2-5ปี วอนรบ.เร่งปิดเกม

แนวหน้า ฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน รศ.พญ.พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธานกรรมาธิการสาธารณสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยความคืบหน้าในการผลักดันให้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินในประเทศไทย ว่าหลังจากที่ได้ นำคณะเครือข่ายวิชาการ กลุ่มแรงงาน เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เครือข่าย ผู้ป่วยจากการทำงาน และกลุ่มแรงงานจากเครือข่ายต่อต้านแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (ทีแบน) เข้ายื่นหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านไปยังรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้ช่วยเร่งยกเลิกการใช้แร่ใยหินตามมติ ครม. ปี 2554 และหารือ นายเสรี อติภัทธะ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ก็ได้รับคำยืนยันว่า มีความเป็นไปได้ ที่จะยกเลิกการใช้แร่ใยหินใน 2-5 ปี โดยในสินค้าบางชนิด อาทิ กระเบื้องลอนใหญ่ กระเบื้องลอนคู่ และกระเบื้องแผ่นเรียบ อาจพิจารณายกเลิกภายใน 2 ปี และกระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่าจะนำเรื่องการยกเลิกแร่ใยหินเข้าที่ประชุม ครม.ในเร็วๆ นี้
นางสมบุญ ศรีคำดอกแค ผู้ประสานงานเครือข่ายทีแบน ระบุว่า ทางกระทรวงอุตสาหกรรมควรยกเลิกแร่ใยหินโดยทันที เนื่องจากมีกฎหมายจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2554 รองรับอยู่แล้ว เนื่องจากมีผลสรุปจากกระทรวงสาธารณสุขชัดเจนแล้วว่า แร่ใยหินเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด จึงขอวิงวอน กระทรวงอุตสาหกรรมอย่าได้ถ่วงเวลาทำให้เรื่องนี้ล่าช้าออกไป ที่ผ่านมา ตนได้พบเห็นความทุกข์จากการเจ็บป่วยมากมาย ส่วนสาเหตุที่ทำให้การดำเนินการล่าช้านั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากแรงกดดันของประเทศที่ส่งแร่ใยหินมาขาย ที่พยายามให้ข้อมูลว่าใยหิน ไครโซไทล์ มีความปลอดภัย ซึ่งประเทศที่ส่งใยหินมาขายประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง คือ ประเทศรัสเซีย โดยส่งมากกว่าห้าหมื่นตันต่อปี
ขณะที่ รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ล่าสุดองค์การอนามัยโลกได้ออกเอกสารเกี่ยวกับอันตรายของใยหินไครโซไทล์และ ผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งได้แจกแจงปัญหา ข้อข้องใจต่างๆ ทุกประเภท ซึ่งทางเครือข่ายภาควิชาการได้จัดเสวนาในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับผลกระทบจากแร่ใยหิน โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิตทั่วโลกปีละ 107,000 คน
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานกรรมาธิการด้านคุ้มครองผู้บริโภค สปช. กล่าวว่า หากไม่มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน และเกิดอันตรายเจ็บป่วย ระบบหลักประกันสุขภาพ จะต้องรักษาคนไทย ประมาณ 1,000 คนต่อปี ค่ารักษาคนละประมาณ 1.2 ล้านบาท คิดเป็นเงิน 1,200 ล้านบาท จะเป็นภาระของระบบด้านการเงินการคลังในด้านสุขภาพของประเทศอย่างมาก ดังนั้นจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนที่จะหยุดยั้งอันตรายที่จะเกิดกับประชาชนในอนาคต โดยตนจะนำเรื่องเข้าหารือในกรรมาธิการด้านคุ้มครอง ผู้บริโภค เพื่อปฏิรูประบบการตัดสินใจเกี่ยวกับ สินค้าอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร