‘สมบัติ’ฉะต่อต้านไม่ใช้สมองเลือกตรงนายกฯเดินหน้าดันปฏิรูปสุดลิ่ม’บิ๊กตู่’ชูธงวาระแห่งชาติพลังแสงอาทิตย์-น้ำ-ลม

Untitled2ร่ว่มสวนา…ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส, ศ.ภิชาน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. และ ศ.กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. นั่งหารือกันในระหว่างงานเสวนา เรื่อง “สานพลัง ปฏิรูปสังคม ให้ชุมชนเข้มแข็ง” ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เขตบางกะปิ กทม.

บ้านเมือง ฉบับวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ดันสุดลิ่มเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง “สมบัติ” ไม่สนแรง ต่อต้าน มั่นใจช่วยแก้ปัญหา ซื้อสิทธิ์-ขายเสียงได้แน่ ซัดประชาชนคัดค้านไม่ใช้สมอง ส่วน “สมคิด” แนะปฏิรูปแบบทอดปลาที่จะจุด ปูทางปฏิรูปทั่วถึง-เป็นธรรม ด้าน “เทียนฉาย” ปลุกสังคมตื่นร่วมปฏิรูปประเทศ วางโครงสร้างพื้นฐานชาติ ขจัดเหลื่อมล้ำสังคม เสริมแกร่งพลังพลเมือง ขณะที่ “วิชัย” ร่วมวงเสนอ 9 ประเด็นร่วมปฏิรูปสุขภาพ ด้าน “บิ๊กตู่” ชู “พลังงานแสงอาทิตย์-ลม-น้ำ” เป็นวาระแห่งชาติ สร้างความมั่นคงพลังงานไทย พร้อมกล่อมนักลงทุนเกาหลีมาลงทุนไทย ชวน “ซัมซุง-แดว” ตั้งโรงงานในไทย ช่วยสร้างงาน-ดันจีดีพีโต ด้าน “อัยการ” เดินหน้าร่างสรุปคำฟ้อง “สรยุทธ-ไร้ส้ม” มุบมิบค่าโฆษณา 138 ล้าน
“เทียนฉาย” ปลุกสังคมร่วมปฏิรูปชาติ
ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) วันที่ 13 ธ.ค. นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวในงานสัมมนา สานพลังปฏิรูปสังคม ให้ชุมชนเข้มแข็ง จัดโดย กมธ.ปฏิรูปสังคมฯ ว่า คำถามสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้ จะต้องนำไปสู่ประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความเหมาะสมกับประเทศไทย มีระบบการเลือกตั้งที่สุจริตเป็นธรรม ขจัดความทุจริตและประพฤติไม่ชอบ ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และทำให้กลไกของรัฐบริการประชาชนอย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขณะที่องค์ประกอบสำคัญนำไปสู่เป้าหมายคือการปฏิรูปสังคมที่มีความสลับซับซ้อนมากมาย ทั้งในเรื่องของปัญหาหรือจุดอ่อน เป้าหมายที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต ดังนั้นจะต้องเลือกปฏิรูปสังคมที่มีผลกระทบอย่างมากมาปฏิรูป โดยทาง สปช.พร้อมทำเต็มที่ แต่จะสำเร็จได้ต้องให้ทุกฝ่ายช่วยกัน โดยเข้ามาร่วมคิด สร้างไทย ร่วมใจ สร้างอนาคต
สร้างกลไกส่งเสริมพลังสังคมเข้มแข็ง
ขณะที่ น.พ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส กล่าวปาฐกถาว่า กมธ.สังคม จะเป็นข้อต่อการปฏิรูปประเทศที่สำคัญ ว่า ชุมชนเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป คืนอำนาจให้กับชุมชนท้องถิ่น เริ่มจากลดความเหลื่อมล้ำ เปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ซึ่ง กมธ.จะทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อมสร้างกลไกส่งเสริมสนับสนุนความเข้มแข็งของพลังสังคม เราอยากเห็นพลังพลเมือง ชุมชนเข้มแข็ง โดยมีกฎหมายรองรับให้พลังชุมชนได้แสดงพลัง รวมทั้งเราจะปลดล็อกกฎหมายที่บั่นทอนอำนาจของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ เวที กมธ.ปฏิรูปด้านสังคมฯ สัญจร ยังมีการระดมความคิดเห็นร่วมกับ 15 ขบวนองค์กร ภาคประชาชน ร่วมกันหาคานงัดนำไปสู่การปฏิรูปด้านสังคมที่เน้นชุมชนเป็นฐานต่อไป
เสนอ 9 ประเด็นประกันสุขภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการสัมมนาของ พอช. และสภาปฏิรูป คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิ และหน้าที่ด้านสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่มี น.พ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการที่ปรึกษาเพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ (สช.) ได้สรุปข้อเสนอเพื่อพิจารณาให้บรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ร่วม 9 ประเด็นเกี่ยวกับการประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญฯ ปี 50 เคยให้การรับรองไว้ รวมทั้งการกำหนดหลักการสำคัญเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการทุนในชุมชนด้วยตนเอง การส่งเสริมคุ้มครองสุขภาพผู้หญิง เด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และด้อยโอกาสในสังคมอย่างเหมาะสม รวมทั้งสิทธิของประชาชนที่ควรได้รับเมื่อประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินในภาวะวิกฤติที่สถานพยาบาลต้องรับดูแล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะที่รัฐควรสร้างบริการสาธารณสุข ดูแลสุขภาพประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
“สมบัติ” ชูธงนำเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวปาฐกถา เรื่องปฏิรูปอย่างไร ให้ก้าวไกลมั่นคง โดยย้ำถึงข้อเสนอการปรับกระบวนการและระบบเลือกตั้งใหม่ เพื่อยึดหลักการแบ่งแยกอำนาจที่เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบถ่วงดุลและแก้ปัญหาทุจริต คอรัปชั่นอย่างเป็นระบบ สำหรับการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงนั้นยังเป็นประเด็นสำคัญ เพราะมองว่าหากให้มีการเลือกตั้งนายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรงจะแก้ปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้ เนื่องจากการเลือกตั้งในระบบเดิม ที่ให้ ส.ส.ลงคะแนนเลือกนายกฯ ในสภาฯ พบปัญหาคือผู้สมัครจ่ายเงินซื้อเสียง เมื่อ ส.ส.มาด้วยวิธีการที่ทำผิดกฎหมายแล้วไปเลือกนายกฯ ทำให้นายกฯ ต้องดูแล ส.ส. ด้วยการจัดสรรงบประมาณลงไปให้ในจังหวัดของส.ส. และเมื่อรัฐบาลมีเสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภาจะทำให้ระบบตรวจสอบอ่อนแอ ขณะที่ระบบราชการจะมีการซื้อขายตำแหน่ง ดังนั้นเมื่อให้มีนายกฯ จากการเลือกตั้งจะทำให้การซื้อขายเสียงลดน้อยลง ทั้งนี้แนวคิดการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรงยังถูกโต้แย้งว่าประชาชนไม่เห็นด้วย แต่ผลการสำรวจความเห็นประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบกับแนวทางนี้ โดยมีผลชี้วัดจากสำนักโพลต่างๆ
นายสมบัติ กล่าวด้วยว่า ตนขอตำหนิประชาชนที่ไม่ใช้ปัญญารับฟังข้อมูลหรือฟังความเห็นจากบุคคลอื่นแล้วเชื่อทันที ไม่มีการค้นหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นความล้มเหลวของระบบการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรงที่ประเทศอิสราเอล ทั้งที่ข้อเท็จจริงการล้มเลิกระบบเลือกตั้งนายกฯ โดยตรงดังกล่าวในอิสราเอล ไม่สามารถแก้ปัญหาความแตกแยกของรัฐบาล หรือพรรคการเมืองขนาดเล็กในระบบการเมืองของอิสราเอลได้
“สมคิด” ปลุกพลังประชาชนตื่นปฏิรูป
ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่องการปฏิรูปสังคม สร้างสัมมาชีพชุมชน ว่า วันนี้ได้เห็นการเริ่มต้นของพลังพลเรือนที่แท้จริงของประเทศ ซึ่งได้ประกาศไว้ ว่ามีความต้องการเข้าร่วมปฏิรูปประเทศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ของไทย ทุกคนทราบดี ขณะนี้แนวคิดการปฏิรูปประเทศเป็นหัวใจการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นศูนย์กลางของความคาดหวังประชาชนที่อยากเห็นการพลิกฟื้นประเทศให้ดีขึ้น และฟื้นฟูความสุขสมบูรณ์ ขณะเดียวกันเรารู้ดีว่าความคาดหวังให้เกิดการปฏิรูปมีมานานแล้ว แต่ไม่เคยสัมฤทธิผลสักครั้ง ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น สำหรับตนตั้งแต่เรียนหนังสือก็อยากเห็นประเทศดีขึ้น และเมื่อมาเล่นการเมืองก็ได้มีส่วนในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ โดยตลอด 6 ปีเต็มทางการเมืองมาถึงตอนนี้ได้ยินข้ออ้างที่มากที่สุด นั่นคือ โอกาสการปฏิรูปไม่เปิด แต่ที่ผ่านมากลับเข้าใจว่า โอกาสจะเปิดก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองจะชนะเลือกตั้งกลับมามีอำนาจในการบริหารประเทศ ทั้งที่การปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องใหญ่ต้องใช้เวลานาน แต่ตอนนี้โอกาสเปิดแล้ว อุปสรรคข้อนี้ตกไปแล้ว แต่จะทำได้หรือไม่อีกเรื่อง
“การปฏิรูปต้องเริ่มจากผู้นำทำหน้าที่ชี้ปัญหา ทิศทาง จูงใจให้เกิดการปฏิรูปประเทศ ที่ผ่านมามีความจริงใจ แต่ความจริงจังไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้ความจริงจัง จริงใจเริ่มเห็น ซึ่งผู้นำได้ประกาศแน่วแน่ให้มีการปฏิรูปประเทศ โดยให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้ที่จะไปปฏิรูป ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่สามารถเป็นจุดศูนย์กลาง ในการรวบรวมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ส่งไปยังสภาปฏิรูป ขณะที่การปฏิรูปการคอรัปชั่น ทางนายกรัฐมนตรีก็ประกาศจะเอาจริง และ คสช.จะดำเนินการในเรื่องนี้เอง” นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวชี้ว่า การปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากพลังพลเมืองไม่ขับเคลื่อนจนเกิดการรวมตัวของภาคประชาชนอย่างสร้างสรรค์ จากประสบการณ์ตนมองว่ายังมีข้อจำกัด แม้จะมีประชาชนล้านคน แต่พลังที่แท้จริงยังไม่ถูกผลักดันออกมา เกิดจากประการแรก ยังขาดการรวมตัวเหนียวแน่น และจัดการอย่างเป็นระบบ มวลหมู่ประชาชนเหมือนกับน้ำที่ถูกขัง ดูนิ่ง ถ้าเราต้องนำมารวมตัวกันจะสร้างพลังมหาศาลได้ ประการที่สอง ขาดความรู้ข้อมูลและสื่อสารระหว่างประชาชนและระดับชุมชน อย่างฟิลิปปินส์พลังประชาชนเข้มแข็งสามารถโค่นล้มประธานาธิบดีมาร์กอสได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีการคอรัปชั่นเหมือนเดิม ทำให้ต้องหาทางจัดระบบการบริหารภายในประเทศกันใหม่ใช่เวลากว่า 40 ปี จะสามารถปรับอันดับของประเทศตนเองให้อยู่ในระดับคอรัปชั่นดีขึ้น หรือประเทศเกาหลีใต้ มีการจัดตั้งเครือข่ายการรวมตัวภาคพลเมือง สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อระดมความคิด 54 ประการในการปฏิรูปประเทศ และผลักดันจนออกมาเป็นกฎหมายได้สำเร็จ เช่น การใช้ชื่อจริงทำธุรกรรมทางการเงิน กฎหมายการต่อต้านคอรัปชั่น การให้รางวัลผู้ชี้เบาะแสที่ทำคอรัปชั่น และมีกิจกรรมเฝ้าระวังการเลือกตั้ง หรือการใช้งบประมาณของประเทศอย่างเห็นผิดสังเกต ก็ให้แจ้งมายังเครือข่าย มีการเคลื่อนไหวทันที เพื่อให้เกิดการพิจารณาของสภา โดยจะไม่มีการใช้อารมณ์ปลุกปั่น ถึงขนาดมีการรณรงค์เชิงลบ ถ้านักการเมืองคนไหนมีประวีติคอรัปชั่นก็จะไม่ให้เลือกตั้งเข้ามาเป็นนักการเมือง
สำหรับประเทศไทย เรามีพลังทั่วประเทศ จะตั้งโจทย์อย่างไร เมื่อคอรัปชั่นมี การเมืองยังเลว อย่าหวังจะทำได้ เราต้องเปล่งเสียงออกมาสร้างเครื่องมือสื่อสาร เราต้องอาศัยสื่อมวลชน ถ้าเราเชื่อมโยงให้ดี รากหญ้าเข้มแข็ง จะเป็นพลังที่บริสุทธ์ จะไม่มีใครปลุกปั่นเราได้เลย คืนความรักใคร่รอมชอมให้ได้ ทั้งนี้การเสนอข้อคิดเห็น การเคลื่อนไหวอย่างเป็นแบบแผน สร้างผู้นำสมัยใหม่ให้กับประเทศ โดยต้องทำอย่างประณีตเหมือนกับการทอดปลา ต้องค่อยทำในแต่ละจุดอย่างทั่วถึง และสักวันหนึ่งเราจะสามารถปฏิรูปได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม
ทีมเศรษฐกิจ พท.ชง 3 แนวทางปฏิรูป
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเสนอ 3 แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจดังนี้ 1.พัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียน โดยต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความรู้และกรอบความคิดของประชาชน ตลอดจนการยอมรับของประชาคมโลก 2.ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของหน่วยธุรกิจไทยให้เข้มแข็งและแข่งขันในเวทีโลกได้ และส่งเสริมบริษัทไทยให้มีขนาดใหญ่ระดับโลกมากๆ โดยให้มีธุรกิจทั่วอาเซียนและทั่วโลก และ 3.ยกระดับความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อย่าไปติดกรอบความคิดว่าจะเป็นประชานิยมหรือไม่ใช่ประชานิยม ขอให้สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนใหญ่ให้ดีขึ้น และต้องเป็นการส่งเสริมให้หารายได้ให้มากขึ้น ไม่ใช่แจกเงินฟรี รวมทั้งจะต้องไม่กระทบการเงินการคลังของประเทศ อย่าไปคิดว่าประเทศเป็นบริษัท เพราะจุดมุ่งหมายของประเทศไม่ใช่กำไรหรือขาดทุน มีหนี้หรือไม่มีหนี้ แต่เป็นความสุขสูงสุดของคนส่วนใหญ่ในชาติ ทั้งนี้ หากพัฒนาใน 3 แนวทางดังกล่าวได้จะทำให้เกิดการโยกย้ายประชาชนจากภาคเกษตรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการที่มีรายได้มากกว่า ทำให้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรเช่นข้าวและยางจะลดน้อยลงไปหรือหมดลงในระยะยาว
แจกการบ้านข้อเสนอแนะยกร่าง รธน.
นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.วิสามัญติดตามฯ ได้พิจารณาและรวบรวมประเด็นของ กมธ.ปฏิรูป 18 คณะ ที่ให้ข้อเสนอแนะและความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรายงานที่จะเข้าสู่การประชุม สปช. วันที่ 15-17 ธ.ค. เสร็จเรียบร้อยแลัว โดยเนื้อหาของความเห็นนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ความเห็นโดยรวม ทุกประเด็นที่ กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะได้นำเสนอโดยไม่ตัดทอน ที่มีทั้งสิ้น 246 ประเด็น และ 2.ประเด็นข้อเสนอที่จำแนกและจัดกลุ่มตามโครงร่างของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการพิจารณาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเนื้อหาทั้ง 2 ส่วนประชาชนและสื่อมวลชนที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่หน้าเว็บไซต์ http://www.parliament.co.th ในส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อพิจารณาและนำเสนอประเด็นเพิ่มเติมต่อ กมธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ นอกจากนั้น กมธ.ยังได้พิมพ์เอกสารดังกล่าวแจกให้สมาชิก สปช. เพื่อนำไปศึกษาและพิจารณาว่ามีประเด็นใดที่ควรเพิ่มเติมไปในข้อเสนอแนะดังกล่าวด้วย เพื่อให้การนำเสนอแนะความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์สูงสุด
ผบ.ทอ.อยากได้ รธน.ประชาชนต้องการ
พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ว่าตนไม่ขอก้าวล่วงเพราะมีสภาปฏิรูปแห่งชาติอยู่แล้ว โดยคณะกรรมาธิการร่าง รธน.กำลังดำเนินการอยู่เช่นกัน ขอให้รอดูข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ เมื่อถามว่า ต้องการเห็น รธน.แบบไหน ผบ.ทอ.กล่าวว่า “แบบที่ประชาชนอยากได้” พร้อมกันนี้ยังยืนยันพื้นที่กองบิน 23 กองทัพอากาศไม่มีคุกลับตามที่สหรัฐระบุ
สนช.นัดประชุมถกภาษีมรดก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้นัดประชุม สนช.ครั้งที่ 32/2557 และครั้งที่ 33/2557 ในวันที่ 18 ธ.ค.และ 19 ธ.ค. เวลา 10.00 น. โดยส่วนใหญ่เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อาทิ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการรับมรดก ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยร่างดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ การเก็บภาษีจากการรับมรดก โดยผู้ที่รับมรดกจะต้องเสียภาษีหากได้รับมรดกที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจะเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ร่าง พ.ร.บ.หอพัก นอกจากนี้ยังมีร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับกองทัพที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาในวาระแรก คือ ร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และร่าง พ.ร.บ.เหรียญพิทักษ์เสรีชน
ปธน.เกาหลีรับปากซื้อไก่สด-ผลไม้ไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์พิเศษถึงผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งช่อง 11 นำมาออกอากาศว่า ในการหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้มีการพูดคุยหลายมิติทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจตนร้องขอในเรื่องของการซื้อไก่สด ผลไม้ ซึ่งท่านรับปากว่าจะไปดูแลให้ ในส่วนของเรา ปธน.เกาหลีขอเรื่องน้ำตาลซึ่งเรามีคณะกรรมการฯ อยู่แล้วก็คงจะไปหารือกัน แต่ทั้งนี้เราคิดอะไรก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการปรับกฎระเบียบของเราให้ทันสมัย ใกล้เคียงเป็นสากล ไม่เช่นนั้นตกปากรับคำก็ทำไม่ได้หมด ก็ต้องมาแก้ไขหมด นี่คืองานที่ยากของรัฐบาลในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามตนเสนอว่าน่าจะมีการหารือกันในทุกมิติได้หรือไม่ ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีก็รับปากว่าจะทำให้ดีขึ้น
ตนได้บอกอีกว่าแม้ไทยจะมีความสัมพันธ์ที่ดีในอดีตกับเกาหลีด้วยการที่เป็นประเทศแรกที่ส่งทหารมาร่วมรบในสงครามเกาหลีที่เขายังซาบซึ้งกับเราอยู่ อย่างไรก็ตามตนก็ชื่นชมคนเกาหลีที่มีความขยันขันแข็ง แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนเป็นดินแดนแห่งความสุข มีอาหารการกินเหลือเฟือ กับข้าวจะเลือกกินอะไรก็ได้ แต่ก็ต้องมีความขยันขันแข็ง รู้จักคิด มีเหตุมีผล หลายอย่างเกาหลีได้มาจากไทย เห็นที่มีตรงกันคือนโยบายในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและดูแลคนยากไร้ ส่วนไทยก็มีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เราน่าจะแลกเปลี่ยนตรงนี้ได้ อย่างไรก็ตามอะไรที่ดีก็อยากให้นำมาเป็นตัวอย่าง และสิ่งสำคัญคือคนเกาหลีเขาเคารพกฎหมาย ไม่มีเรื่องไม่มีราว เขารับรองความปลอดภัยทุกที่ในเรื่องของการท่องเที่ยว
ตนสังเกตว่าคนของเขาให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการทำงาน เขาเห็นขบวนรถเขาก็ไม่รู้หรอกว่าใครเขาก็โบกมือให้ทุกคนก็ให้เกียรติกับทุกประเทศ แม้ว่าภายในประเทศเขาจะมีปัญหาทางการเมือง แต่เมื่อใดเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำงานเขาไม่ขัดแย้งเพราะเขาเอาประเทศชาติมาก่อน ตนจึงอยากจะพูดกับคนไทยทุกคนว่านี่เป็นสิ่งสำคัญว่าประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ เรื่องอื่นเป็นเรื่องภายในเราก็ต้องแก้กันเองให้ได้อย่าให้เสียชื่อประเทศ
“ผมอยากจะบอกว่าแล้วเราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป เราจะพัฒนาประเทศอย่างไรให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่วันนี้หลายเวทีเขาพูดกันเรื่องการสร้างเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ทั้งทางทะเล พลังงานสีเขียว ลดโลกร้อน เศรษฐกิจมีความเชื่อมโยง ธุรกิจเอสเอ็มอีมีความเชื่อมโยงไปในห่วงโซ่อุปทาน ถ้ารัฐบาลเราไม่มีเสถียรภาพทำไม่ได้เลย ความเชื่อมโยง การก่อสร้างถนนไม่ได้เลย นี่ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่จะต้องแก้ไข แก้ไขโดยไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่รัฐบาลหรือรัฐบาล แต่ทั้งหมดต้องช่วยกัน ต้องหาจุดยืนของตัวเองให้ได้ว่าเราจะเดินยุทธศาสตร์ประเทศไปอย่างไร เราต้องมีการพัฒนา” พลเอกประยุทธ์ กล่าว
เชิญนักลงทุนมาไทยจ้างงานเพิ่ม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยให้การเดินทางมาประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและช่วยกันทำงานเต็มที่ ทั้งทีมไทยแลนด์ ทูตพาณิชย์ บีโอไอ แต่ทั้งนี้แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน การพูดคุยความยากง่ายในการเจรจาไม่เหมือนกัน จึงได้ฝากให้เอกอัครราชทูตไทยที่เกาหลีช่วยสานต่อเพราะท่านเข้าใจในนโยบายของรัฐบาล คิดว่าจะสานต่อได้ดี อย่างไรก็ตามตนได้ชวนให้นักลงทุนของเกาหลีไปไทยให้มากขึ้น วันนี้ก็อยากจะเชิญบริษัทใหญ่ๆ เช่น ซัมซุง แดวู ไปตั้งโรงงานหรือโรงงานชิ้นส่วนในไทย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสิทธิประโยชน์ที่จะให้เขาและปริมาณลูกค้า ประเทศเราต้องมีการส่งเสริมนวัตกรรมอิโนเวชั่นใหม่ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะที่ผ่านมามีแต่นวัตกรรมเล็กๆ จำนวนมากแต่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ยังน้อย ถ้าเราทำกิจการใหญ่ได้และเป็นของคนไทยและมีคนนิยมคิดว่าเราไปได้ไกลแน่นอน
ย้ำต้องหาพลังงานทดแทนแก๊ส
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมหารือกันเรื่องพลังงานทดแทน โดยหลายประเทศมีแนวคิดเรื่องลดสถานการณ์ภาวะเรือนกระจกอย่างไร การใช้รถยนต์ที่ไม่สร้างคาร์บอน มอนอกไซด์ ตนก็ชี้แจงว่าประเทศไทยทำอยู่แล้ว โดยเราต้องปรับสัดส่วนพลังงานที่ใช้แก๊สและน้ำมัน เพราะเราใช้สูงมากในการผลิตไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ ที่เราต้องนำแก๊สหรือน้ำมันมาเผาเพื่อให้เกิดพลังงานไฟฟ้า 70% ตนจึงต้องการให้ลดลงมาเหลือ 30% ซึ่งต้องใช้พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกทั้งพลังงานลม แสงแดด พืชพลังงานหรือขยะมาทดแทน แต่เป็นเรื่องยากเพราะต้องใช้เวลาหลายปี เราอาจจะยังช้าไปหน่อยกับเรื่องเหล่านี้ แต่รัฐบาลได้ยกเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติทั้งเรื่องขยะและเรื่องของการสร้างพลังงานใหม่ ซึ่งกติกาสากลระบุว่าต้องลดภาวะเรือนกระจกให้ได้ 30% ดังนั้นไทยต้องระมัดระวังเรื่องนี้
ทอ.จ่อซื้อเครื่องบินฝึกใหม่ 4 ลำ
พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เปิดเผยว่า กองทัพอากาศอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือกแบบเครื่องบินฝึกและเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่แทนเครื่องบินฝึกแอล-39 ที่ใกล้ปลดประจำการ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบงบประมาณปี 2558 วงเงิน 3.7 พันล้าน ในโครงการแรกรวม 4 ลำ โดยมีหลายประเทศที่ยื่นแบบเข้ามาเช่น จีน รัสเซีย อิตาลี เกาหลี อเมริกา คงใช้ระยะเวลาซักพักในการศึกษารายละเอียดให้มั่นใจ
อัยการร่างฟ้องคดีไร่ส้มแล้ว
นางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการฟ้องดำเนินคดี นายสรยุทธ สุทัศนจินดา กรรมการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด, น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม และนางพิชชาภา หรือชนาภา เอี่ยมสะอาด หรือบุญโต เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธการตลาด บมจ.อสมท ผู้ถูกกล่าวหารวม 4 ราย จากกรณีที่บริษัทไร่ส้มกระทำการโฆษณาเกินเวลาในการจัดทำรายการคุยคุ้ยข่าว ที่ออกอากาศทาง อสมท ปี 48-49 โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับ อสมท รวมเป็นเงินกว่า 138,790,000 บาท ว่า หลังจากที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุดได้มีความเห็นตามคณะทำงานว่าพยานหลักฐานพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ตามข้อกล่าวหา แล้วมอบให้คณะทำงานฝ่ายอัยการทำความเห็นไปประชุมร่วมกับคณะทำงาน ป.ป.ช. อีกครั้ง เพื่อให้ข้อยุติยืนยันการฟ้องดำเนินคดี ขณะนี้คณะทำงานร่วมก็มีความเห็นยืนยันการจะฟ้องดำเนินคดี โดยกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการร่างคำฟ้อง เพื่อจะเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาและลงนามตามขั้นตอนต่อไป ก่อนที่จะส่งร่างฟ้องให้คณะทำงาน ป.ป.ช.รับทราบ และนัดให้ผู้ต้องหามาพบเพื่อนำตัวมายื่นฟ้องต่อศาลอาญาตามขั้นตอน โดยกระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาดำเนินการระยะหนึ่ง จึงยังไม่แน่ชัดว่ากระบวนการฟ้องจะทันภายในปีนี้หรือไม่
มท.สั่งขู่ฟันทุจริตโกงเงินชาวสวนยาง
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งจังหวัดให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บริหารแก้ไขปัญหายางพาราอย่างครบวงจรในระดับจังหวัด และแต่งตั้งคณะดำเนินการแก้ไขปัญหาสินค้ายางพารา ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พ.ย.57 ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแนวทางและวิธีการจ่ายเงินโครงการชดเชยรายได้แก่เกษตรชาวสวนยางโดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหนวยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจ่ายเงินตามโครงการดังกล่าวให้ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ตรวจสอบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการตรวจสอบสิทธิของเกษตรกรที่มีพื้นที่กรีดสวนยางมากกว่า 15 ไร่ ให้ได้รับเงินชดเชยไม่เกิน 15,000 บาท โดยต้องไม่แบ่งเอกสารสิทธิการถือครองที่ดินเพื่อให้ได้รับเงินชดเชยเพิ่มขึ้น และใช้ระบบดาวเทียมในการตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกเพื่อให้เกิดความถูกต้อง
“กรมส่งเสริมการเกษตรได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการชดเชยรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัด และระดับอำเภอ และคณะทำงานตรวจสอบสิทธิโครงการชดเชยรายได้แก่เกษตรกรระดับตำบล ทางกระทรวงมหาดไทยเห็นควรให้จังหวัดสั่งการให้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราทราบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ” ปลัด มท. กล่าว
ปลัด มท. กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ว่าฯ ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ ชี้แจงทำความเข้าใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ชุมนุม ควบคุมกำกับดูแลการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารโครงการชดเชยรายได้ให้สามารถจ่ายเงินได้ถูกต้องและเป็นธรรม โปร่งใส กำชับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการด้วยความสุจริต ซึ่งหากพบว่ามีการร้องเรียนหรือกล่าวหาว่าทุจริตให้นายอำเภอรีบดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินคดีทางวินัย และอาญาได้ทันที

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
ข้อความนี้ถูกเขียนใน งานส่งเสริมสิทธิ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร