ดันพ.ร.บ.ยาสูบใหม่ไม่กระทบค้าปลีกสธ.ยันไม่กีดกันการค้า-ช่วยลดจำนวนเยาวชนนักสูบ

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557
สธ.เดินหน้าออก พ.ร.บ.ยาสูบฉบับใหม่ มั่นใจช่วยลดเยาวชนนักสูบ ยันไม่มีการกีดกันการค้า-ไม่กระทบร้านค้าปลีก สงสัยขึ้น คัตเอาท์ค้าน บริษัทข้ามชาติอยู่เบื้องหลัง
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฉบับใหม่ พ.ศ….ว่า ขณะนี้ได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ต่อ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม ผ่านถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ซึ่งขอยืนยันว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ไม่มีประเด็นใดที่เป็นการกีดกันการค้าหรือขัดต่อกฎกติกาการค้าโลก แต่หาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะช่วยลด
จำนวนเยาวชนไทยที่จะติดบุหรี่ใหม่ปีละ 1 แสนคน ให้มีจำนวนลดลงได้ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า หากป้องกันเด็กไทยไม่ให้ติดบุหรี่ได้1 คน จะประหยัดค่ารักษาโรคและลดความ สูญเสียทางเศรษฐกิจอื่นๆ ได้คนละราว 156,000 บาท ดังนั้นหากปล่อยให้เด็กสูบบุหรี่เพิ่มปีละ 1 แสนคน จะเกิดการสูญเสียมากถึง 15,600 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการขึ้นป้าย คัตเอาท์ขนาดใหญ่ระบุข้อความคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ในทำนองว่าจะทำให้เกิดผล กระทบต่อร้านค้าปลีกหรือโชห่วย ว่า “ขายของก็ลำบากอยู่แล้ว อย่าออก พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบใหม่มาให้กระทบปากท้องพวกฉันอีกเลย” ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ต้องเอาความจริงมาพูดกัน โดยพบว่า ยอดจำหน่ายบุหรี่ต่อปีคือ 2,008 ล้านซอง โดย
ร้านค้าปลีกขายได้ประมาณ 8 ซองต่อวัน หรือ 240 ซองต่อเดือน เท่ากับกำไรเฉลี่ยต่อซองเท่ากับ 3.5 บาท ต่อเดือน จะอยู่ที่ 840 บาทต่อเดือน แต่กำไรของอุตสาหกรรมยาสูบอยู่ที่ปีละ 9,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นของโรงงานยาสูบ 6,000 ล้านบาท หากการออกกฎหมายฉบับใหม่จะทำให้กำไรลดลงประมาณ 10% ก็เท่ากับรายได้ของร้านค้าปลีกจะหายไป 84 บาทเท่านั้น แต่กำไรที่หายไปส่วนใหญ่เป็นของอุตสาหกรรมบุหรี่ จึงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการขึ้นป้ายต่อต้านในลักษณะดังกล่าว
นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษา รมว.สาธารรสุข กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ไม่ได้ห้ามร้านค้าปลีกหรือโชห่วยขายบุหรี่ และไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้ร้านค้าเหล่านี้ แต่เป็นการกำหนดอายุผู้ที่จะซื้อต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งสอดคล้องกับพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี จึงเป็นสิ่งที่ผู้ค้าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ที่สำคัญ กำไรของร้านค้าปลีกส่วนใหญ่มาจากสินค้าชนิดอื่น บุหรี่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
อนึ่ง สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ยาสูบ ฉบับใหม่ พ.ศ…. อาทิ การปรับปรุงความหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ครอบคลุมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่มีสารนิโคตินเป็นส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ และมอระกู่ เป็นต้น กำหนดอายุขั้นต่ำ ของผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบเพิ่มจากเดิม 18 ปีเป็น 20 ปี ห้ามขายบุหรี่แบบแบ่งซอง และเพิ่มการห้ามขายด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทางอินเทอร์เน็ต ห้ามแสดงราคาผลิตภัณฑ์ยาสูบ ณ จุดขาย ในลักษณะจูงใจให้อยากสูบบุหรี่ เป็นต้น

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน บุหรี่/ยาสูบ/เหล้า และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร