กระทรวงอุตฯ เอาแน่!!!เลิกใยหิน พร้อมชงเข้า ครม.

Global Business ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557 – 04 มกราคม พ.ศ. 2558
เครือข่ายภาควิชาการ-ภาค ประชาชน พบผู้ช่วย รมว.อุตฯ ทวงถาม ความคืบหน้ายกเลิกแร่ใยหิน โดยบังคับใช้ กฎหมาย ตามมติ ครม. ปี 2554 ด้านรองอธิบดีกรมโรงงาน ขอเวลาให้ผู้ประกอบการปรับตัว ย้ำใน 2-5 ปี อาจพิจารณายกเลิกรายชนิด เตรียมชงเรื่องให้ ครม. พิจารณา พร้อมยืนยันวัสดุทดแทน PVA มีราคาส่วนต่างไม่มาก ส่วน “บะซอลต์” อาจต้องใช้เวลาศึกษาอีกสักระยะ ขณะที่ “เครือข่ายต่อต้านแร่ใยหิน” เรียกร้องให้รัฐบาล – คสช. ลงมาช่วยแก้ปัญหา
รศ.พญ.พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธานกรรมาธิการสาธารณสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำคณะ เครือข่ายวิชาการ กลุ่มแรงงาน เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน และกลุ่มแรงงานจากเครือข่าย ต่อต้านแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (ทีแบน) เข้าหารือ พร้อมยื่น หนังสือต่อนายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยผ่านไปยังรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการยกเลิกแร่ใยหินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2554
นายเสรี อติภัทธะ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเปิดเผยภายหลังการหารือว่า “มีความเป็นไปได้อย่างเป็นรูปธรรม จากแผนการยกเลิกแร่ใยหินใน 2-5 ปี โดยในสินค้าบางชนิด อาทิ กระเบื้องลอนใหญ่ กระเบื้องลอนคู่ และกระเบื้องแผ่นเรียบ อาจมีการพิจารณายกเลิกก่อนภายใน 2 ปี และที่เหลือจะพิจารณายกเลิกภายใน 5 ปี พร้อมยอมรับขณะนี้วัสดุทดแทนในท้องตลาดมีราคาใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน แต่ขอเวลาให้ผู้ประกอบการปรับตัว”
ทั้งนี้ ยอมรับว่าในส่วนของกระเบื้องหลังคา มีการเสนอให้ใช้หินบะซอลต์ มาเป็นสารทดแทนการใช้แร่ใยหิน แต่มีสารทดแทนประเภท PVA ที่มีการใช้อยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน และมีการใช้มาแล้วนานหลายปี มีความเหมาะสม และมีราคาใกล้เคียงกับวัสดุที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินในปัจจุบัน ซึ่งไม่ส่งผล กระทบต่อผู้บริโภค หากมีการยกเลิก และทางกระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันจะนำเรื่องการยกเลิกแร่ใยหินเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้
ด้าน นางสมบุญ ศรีคำดอกแค ผู้ประสานงานเครือข่ายทีแบน ระบุว่า “ทางกระทรวงอุตสาหกรรมควรยกเลิกแร่ใยหินโดยทันที เนื่องจากมีกฎหมายจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2554 รองรับอยู่แล้ว และต้องการให้ทางภาครัฐตระหนักถึงสุขภาวะอนามัยของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ เนื่องจากแร่ใยหินมีผลสรุปจากกระทรวงสาธารณสุขชัดเจนแล้วว่า เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด ซึ่งกลุ่มเสี่ยงจะอยู่ในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน รวมถึงประชาชนทั่วไปก็อาจจะได้รับอันตรายจากการรื้อถอนวัสดุ และภัยพิบัติที่ทำให้แร่ใยหินฟุ้งกระจาย”
ขณะที่ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานกรรมาธิการด้านคุ้มครองผู้บริโภค สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพที่ดูแลประชาชนโดยรัฐ หากไม่มีการยกเลิกการใช้ใยหินและเกิดอันตรายเจ็บป่วย ระบบหลักประกันสุขภาพจะต้องรักษาคนไทยประมาณ 1,000 คนต่อปี ค่ารักษาคนละประมาณ 1.2 ล้านบาท คิดเป็นเงิน 1,200 ล้านบาท จะเป็นภาระของระบบด้านการเงินการคลังในด้านสุขภาพของประเทศอย่างมาก

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร