มะกันจวก ไทยไม่ฉลาด เลื่อนลงคะแนนปี59 กมธ.เคาะเลือกส.ส.ใช้วิธีแบบ’เยอรมัน’

เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557
กมธ.ยกร่างฯเคาะเลือกตั้งส.ส.แบบเยอรมัน ให้มีส.ส. 450 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 250 คน ส.ส.สัดส่วน 200 คน พร้อมกำหนดให้ส.ส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองเผยไทยเป็นประเทศที่ 10 ในโลกใช้ระบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ รับไม่รู้เลือกตั้งเมื่อไหร่ ชี้รธน.ต้องจบ ก.ย.2558 ไม่ตอบทำประชามติ ลั่นไม่สมัครเป็นรัฐบาลขอ ปชช.อย่ากังวล ก.ต่างประเทศสหรัฐตบหน้าไทยไม่ฉลาด-ไร้เหตุผล เลื่อนเลือกตั้งไปปี 2559 นักวิเคราะห์เชื่อ “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯยาว 2-3 ปี ป.ป.ช.ฮึ่มปมจำนำข้าวเคลียร์ไม่รู้เรื่องลุยฟ้องเอง จ่อฟัน 268 อดีตส.ส.ปมแก้รธน.-เสียบบัตรแทนกัน ตั้ง “บิ๊กป้อม” คุมงานรัฐมนตรี
“บิ๊กตู่”ปัดตอบเลือกตั้งปี59
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า จะเลื่อนการเลือกตั้งจากเดิมปลายปี 2558 เป็นต้นปี 2559 ว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบ ขอให้ไปดูโรดแม็พว่าเขียนอย่างไร ทราบเพียงว่า รัฐธรรมนูญต้องจบในเดือน ก.ย. 2558 และเมื่อรัฐธรรมนูญออกมา ก็ยังต้องมีกฎหมายลูกตามออกมาอีก จากนั้นการเลือกตั้งจะใช้เวลาเมื่อไหร่ จะเป็นปี 2559 หรือไม่ ตนไม่ทราบ เมื่อถึงเวลานั้นตนซึ่งเป็นเสมือนรัฐบาลรักษาการ ก็จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการเลือกตั้ง และให้รัฐบาลใหม่เข้ามาขับเคลื่อนประเทศ
“อย่ามาห่วงว่าผมอยากอยู่ในตำแหน่งไปถึงเมื่อไหร่ ถ้าผมอยากอยู่มีเหตุผลเดียวคือ ต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจให้ได้ แล้วมันได้ไหมล่ะ ในเมื่อผมเข้ามาอย่างนี้ ผมจะอยู่ด้วยอะไร อยู่ได้ไหม ประชาชนยอมรับผมหรือเปล่า มันก็มีทั้งส่วนได้ส่วนเสีย กฎหมายเป็นอย่างไรก็ว่ากันมา หากลไกให้เป็นไปตามที่ต้องการ อย่ามากังวลผม หากเบื่อหน้าก็รีบบอกว่าให้ผมไปได้แล้ว ถ้าอยากจะไม่มีอนาคตก็เอาสิ ซึ่งปลายปี 2558 ก็ไปดูการ เลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้อย่างไร กกต.ก็ทำไป รัฐธรรมนูญจะออกได้ไหม จะทำประชามติหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย เพราะไม่ได้เขียนไว้ว่าจะต้องทำหรือไม่ สถานการณ์จะเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง หากบ้านเมืองสงบเรียบร้อยก็เลือกตั้งได้ ยังไงผมก็ไม่สมัครเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว”นายกรัฐมนตรี กล่าว
ตั้ง “บิ๊กป้อม” ขันนอต รมต.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มีการ แต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อติดตามการขับเคลื่อนการทำงานของรัฐมนตรี ยืนยันไม่ใช่เป็นการจับผิด เนื่องจากเห็นว่า พล.อ.ประวิตร เป็นทหารมีความรวดเร็ว เก่ง และมีความรู้แบบที่ต้องการ จึงให้ไปไล่ติดตามดูว่ามีอะไรติดขัดตรงไหน เช่น การจ่ายเงินให้สหกรณ์ยางพาราที่ยังกู้ไม่ได้ เนื่องจากหนี้เก่ายังมีอยู่ จึงต้องมาคุยในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะทำอย่างไร หรือเรื่องอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาทุกฝ่าย ได้ดำเนินการอยู่แล้ว แต่คนตามเรื่องเหล่านี้อาจยังไม่ทราบ จึงต้องมีคนไปไล่ตาม ซึ่งพล.อ.ประวิตร คงไม่ได้ดูเองทั้งหมด แต่จะแต่งตั้งคณะกรรมการ และอนุกรรมการ และให้ คสช. ไปร่วมด้วย
ปัดตั้งกรรมการพิทักษ์ รธน.
“ยืนยันว่าการแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร ติดตามการทำงานของรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับการปรับ ครม. ไม่มีใครมาทำให้ผมปรับครม.ได้ หากจะปรับผมปรับของผมเอง ผมไม่ถามใครอยู่แล้ว เพราะผมรู้ ผมสั่งใครแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง ถ้าไม่ได้กลับมาผมก็ปรับของผมเอง ไม่เห็นต้องถามใคร ผมไม่ใช่รัฐบาลปกติ ไม่ใช่พรรคการเมือง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธกระแสข่าว คสช.เตรียมเสนอตั้งคณะกรรมการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า “ไม่รู้ ผมไม่เคยมีแนวคิดในเรื่องดังกล่าว ใครจะคิดก็คิดกันไป”
สหรัฐตบหน้าไทยไม่ฉลาด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ระบุว่า การเลื่อนเลือกตั้งในไทย จากกำหนดเดิมปลายปี 2558 มาเป็นต้นปี 2559 เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลย และรัฐบาลสหรัฐเชื่อว่า คนไทยอยากได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นอเมริกา จึงเชื่อว่า การเลื่อนแผนเลือกตั้งจากปลายปี 2558 เป็นต้นปี 2559 เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดและไร้เหตุผล
เชื่อ”บิ๊กตู่”นั่งนายกฯ3ปี
ขณะที่แหล่งข่าวทางการทูตอาวุโส ของประเทศตะวันตก แสดงความเห็นว่า เขาไม่อาจมองในแง่ดีสำหรับการเลือกตั้งในปี 2559 เพราะเกรงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะอ้างเหตุผลเลื่อนการเลือกตั้ง และไม่ยากเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในอำนาจอีก 2-3 ปี
คำกล่าวนี้มีขึ้น ภายหลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การเลือกตั้งในไทยจะมีขึ้นในเดือนก.พ. 2559 เพื่อให้เวลาสำหรับการปฏิรูป และนำความสงบสุขมาสู่ประเทศ หลังเกิดความแตกแยกทางการเมืองในไทยมาเป็นเวลาสิบปี สหรัฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของไทย ได้แสดงความผิดหวังที่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารในไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ทำให้สหรัฐระงับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงเป็นเงิน 4.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 155 ล้านบาท และยกเลิกการติดต่อระดับสูง รวมทั้งระงับการร่วมซ้อมรบทางทหารและโครงการฝึกซ้อมต่าง ๆ สำหรับทหารและตำรวจ
บัวแก้วสวนหมัดสหรัฐ
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข่าว ว่าฝ่ายสหรัฐมีการให้สัมภาษณ์ วิพากษ์วิจารณ์ การเลือกตั้งในประเทศไทย ปี 2559 และระบุว่าเป็นเรื่องไม่ฉลาดจริงหรือไม่อย่างไรก็ตาม ในหลักการแล้ว ตนเห็นว่าใครก็ตามที่พูดคำว่าไม่ฉลาด นั้นถือเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเช่นกัน
เคาะเลือกตั้งแบบเยอรมัน
วันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมา ธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมว่า กมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณาเรื่องระบบการเลือกตั้ง และผู้นำการเมืองที่ดี โดยที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ มีมติสอดคล้องไปในทางเดียวกันโดยให้ใช้ “ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม” (Mixed-Member Proportional : MMP) โดยให้สภาผู้แทนราษฎร มีผู้แทนจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ที่ควรมีทั้งผู้แทนที่เป็นผู้แทนของประชาชนในเขตจังหวัดหรือการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และผู้แทนที่เป็นผู้แทนของประชาชนที่ไม่มีฐานเสียงในเขตจังหวัดหรือการเลือกตั้งแบบสัดส่วน
ส.ส.เขต250-สัดส่วน200
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จะมี ส.ส.เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 250 คน และแบบระบบสัดส่วน 200 คน รวม 450 คน ซึ่งคำนึงถึงเสียงสะท้อนของภาคประชาสังคม ยกตัวอย่าง เช่น หากพรรค ก. ได้คะแนนแบบบัญชีสัดส่วนคิดเป็น ร้อยละ 10 หรือได้จำนวน ส.ส. 45 คน และพรรค ก. ยังชนะการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตอีก 45 เขต ผลก็คือ พรรค ก. จะมี ส.ส.ในสภาทั้งสิ้นเพียง 45 คน ที่มาจากระบบเขตเท่านั้น ขณะที่พรรค ข.ได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อคิดเป็นร้อยละ 10 ของทั้งหมด หรือคิดเป็นจำนวน ส.ส.ที่ควรจะมี 45 คน แต่พรรค ข. ชนะการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเพียง 30 เขต ผลก็คือ พรรค ข. จะมี ส.ส. 45 คน ที่มาจากแบบแบ่งเขต 30 คน แต่จะได้ ส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อเข้ามาอีก 15 คน รวมเป็น 45 คน เช่นกัน
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับข้อดีของระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม คือ เสียงของประชาชนจะไม่สูญเปล่า พรรคขนาดเล็ก และภาคประชาสังคมจะมีตัวแทนในสภามากขึ้น ส่งผลให้พรรคการเมืองมีบทบาทมากขึ้น กล่าวคือพรรคขนาดเล็ก และขนาดกลาง จะมีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากขึ้น ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่ไม่ต้องการให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งจนเกินไป เพราะจะให้เกิดการตรวจสอบยาก ที่ผ่านมาพรรคใหญ่คุมเสียงเบ็ดเสร็จ
ส.ส.ไม่จำเป็นสังกัดพรรค
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการแบ่งโซนพื้นที่เลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วน จะแบ่งเป็น 8 กลุ่ม โดยใช้ภูมิภาคเป็นตัวแบ่งเขต และจะพยายามให้มีจำนวนประชากร หรือผู้ มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้น ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ เห็นพ้องกันว่าให้นายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการคัดเลือก ครม. ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง เพื่อความเป็นอิสระในการทำงานในสภา แต่สามารถสมัครเป็นกลุ่มได้ ซึ่งจะต้องมีการออกแบบวิธีการลงทะเบียนกลุ่มอีกครั้ง ส่วนนายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากส.ส.หรือไม่ ขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯ ยังไม่ได้ ข้อสรุป
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับระบบการเลือกตั้งดังกล่าว มี 9 ประเทศที่ใช้ก่อนหน้านี้แล้วได้แก่ เยอรมนี แอลเบเนีย เลโซโท โบลิเวีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เวเนซุเอลา อิตาลี และฮังการี โดยทุกประเทศมี ส.ส.ที่ไม่สังกัดพรรค ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ 10 ที่เตรียมจะเลือกตั้งในระบบนี้
ขอ กมธ.ยกร่างฯฟังทุกฝ่าย
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ ต้องฟังความเห็นทุกฝ่าย โดยเฉพาะความเห็นของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต้องฟังอย่างมาก เพราะเมื่อร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องขอความเห็นชอบจาก สปช. ขณะที่ความเห็นของ สนช. เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะนำไปพิจารณา เมื่อถามว่า กมธ.ยกร่างฯ ตีตกการเลือกนายกฯ ทางตรง เป็นสัญญาณความขัดแย้งหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า อย่าพูดว่าตีตก เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ กมธ.ยกร่างฯ ขอให้รอดูร่างรัฐธรรมนูญที่จะออกมาฉบับแรกช่วงเดือนเม.ย.2558 จะเห็นชัดเจนว่า กมธ.ยกร่างฯ คิดอย่างไร
“พรเพชร” ยอมรับมีขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง โต้เถียงประเด็นดังกล่าว กับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ถือเป็นความขัดแย้งหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ถือเป็นสีสันความคิด ตอบได้อย่างหนึ่งว่าไม่ได้มีใครมาสั่งหรือบอกว่าต้องทำอย่างไร และถ้าจะพูดตามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าลงเรือแป๊ะนั้น ก็ไม่ได้มีการสั่งว่าจะลงเรืออย่างไร พิสูจน์ได้ว่าเรือลำนี้คนที่ลงเรือมีอิสระในแนวความคิด ส่วนกรณีที่นายวิษณุระบุว่า บางคนเหาะเกินลงกานั้น เป็นความคิดส่วนตัวนายวิษณุที่อาจเตือนไว้ว่าขอบเขตแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่งความคิดสร้างสรรค์บ้านเมือง สร้างรัฐธรรมนูญเป็นความคิดของทุกฝ่าย มีขอบเขต และไม่ได้ผูกขาดแนวความคิด
“ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง กมธ.ยกร่างฯ คงดูเสียงประชาชน ดูหลักกฎหมาย การคิดนอกกรอบไม่ใช่สิ่งเสียหายและคงไม่เกินลงกา บางครั้งต้องคิดอะไรที่เป็นตัวของเราเอง ถ้าไม่ได้แอบแฝงด้วยนัยอื่น” นายพรเพชร กล่าว
“คณิต” เสนอกรอบ รธน.
ที่อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) พร้อมคณะ แถลงข้อเสนอกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในหลายประเด็น อาทิ หมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ ว่าด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึก โดย การประกาศดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่สถานการณ์ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องมีระยะเวลา ขอบเขตพื้นที่ และการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ต้องชัดเจนและใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น หมวดคณะรัฐมนตรี เสนอให้การแต่งตั้งนายกฯ ให้เป็นไปโดยชอบของสภาผู้แทนราษฎร หมวดศาลและกระบวนการยุติธรรมเสนอให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร และเสนอปฏิรูปตำรวจให้มีลักษณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนไม่มียศเหมือนทหาร ขณะที่หมวดการสร้างความปรองดองเสนอว่าต้องนำข้อเท็จจริงและรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งมาเป็นบทเรียน
“หม่อมอุ๋ย”แจงปัญหาข้าว-ยาง
อีกเรื่องหนึ่ง ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ภายในงานสัมมนาสภาเกษตรกรแห่งชาติฯ ตอนหนึ่งความว่า ปีนี้ชาวนาและชาวสวนยางเผชิญปัญหาราคาตลาดที่ไม่สูง ในเรื่องของข้าวเกิดจากผลกรรมโครงการรับจำนำข้าวที่ทำให้รัฐมีสต๊อกข้าว 17 ล้านตัน ส่งผลให้กดราคาตกต่ำ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาหลายวิธี อาทิ ส่งเสริมเปลี่ยนจากการปลูกข้าวไปปลูกอ้อย และ พัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพสูงขึ้น
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องยาง เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกได้ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ราคายางเทียมลดลง ทำให้ความต้องการใช้ยางธรรมชาติลดลงตามไปด้วย ที่ผ่านมาตนได้หารือกับนักลงทุนชาวจีน เพื่อเปิดโรงงานผลิตล้อยางในไทย คาดว่าภายใน 2-3 ปี จะมีกำลังซื้อยางในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านตัน นอกจากนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยังแสดงความเป็นห่วงสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่าอาจถูกการเมืองครอบงำ และขอให้สมาชิกเกษตรกรอย่าเลือกนักการเมืองเข้ามาในสภาเกษตรกรฯเด็ดขาด
ป.ป.ช.ทุบโต๊ะขอคำตอบ 25 ธ.ค.
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะทำงานร่วม ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด (อสส.) ในการพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ที่จะมีการประชุมในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ว่า การประชุมครั้งที่ผ่านมา อสส. มองว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์ เพราะในสำนวนมีการพูดถึงเรื่องทุจริต จึงต้องการให้ ป.ป.ช. สอบพยานในส่วนของการระบายและซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เพิ่มเติม แต่ ป.ป.ช. ก็ได้ยืนยันไปแล้วว่า โดยหลักของสำนวนแล้วไม่ได้ฟ้องในเรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเรื่องจีทูจี หรือเรื่องทุจริตนั้นมีอีกสำนวนหนึ่งซึ่ง ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งการประชุมของคณะทำงานร่วมฯ ในวันที่ 25 ธ.ค. จะมีการยืนยันเรื่องดังกล่าว และคงจะทราบว่าจะเอาอย่างไร เพราะจะปล่อยเวลาเลื่อนไปอย่างนี้ไม่ได้แล้ว วันที่ 25 ธ.ค. ต้อง สรุปได้แล้วว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง
ขอเวลา 7 วันฟ้อง “ปู”
“หากที่ประชุมของคณะทำงานร่วมฯ ไม่สามารถตกลงกันได้ เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานร่วมฝ่าย ป.ป.ช. ก็อาจจะนำผลการหารือรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทันภายในวันที่ 25 ธ.ค. ส่วนการดำเนินการต่อไปต้องรอ อสส. ส่งหนังสือให้ ป.ป.ช. ว่า คณะทำงานร่วมฯ ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และให้ ป.ป.ช. ฟ้องเอง พร้อมทั้งส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. จากนั้นกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าจะฟ้องเอง หลังจากนั้นก็ต้องตั้งคนฟ้อง โดยมี 2 แนวทางคือให้สำนักคดี ป.ป.ช. ร่างฟ้องเอง หรือให้สภาทนายความฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป” นายปานเทพ กล่าว เมื่อถามว่าหาก ป.ป.ช. ดำเนินการฟ้องเองจะใช้เวลานานหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่นาน อาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะเรื่องนี้ต้องทำให้เร็ว ทั้งนี้ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ก็มีคดีที่ฟ้องเอง อาทิ คดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิง เป็นต้น
จับตาฟัน 268 อดีต ส.ส.
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีถอดถอนอดีต ส.ส. จำนวน 268 คน กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. โดยมิชอบว่า ขณะนี้มีการสรุปสำนวนเสนอเข้ามาในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว โดยได้ให้แยกแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1. ส.ส. ที่แก้ข้อกล่าวหาจบหมดแล้ว แบ่งว่า ลงชื่อหรือไม่ลงชื่อ และยกมือเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 2. ส.ส. ที่กระทำความผิดทางอาญา เช่น เสียบบัตรแทนกัน เป็นต้น โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. คงจะได้วินิจฉัยเป็นกลุ่ม ๆ ว่า ผิดอะไร ผิดอย่างไร ไม่ผิดอะไร ไม่ผิดอย่างไร และต้องมีมติออกมาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างแน่นอน
“กรณีเสียบบัตร ถ้าพูดจริง ๆ นี่เป็นจุดปัญหา เพราะระบบของสภามันไม่สามารถที่จะไปพิสูจน์ได้ว่า ใครไปเสียบบัตรแทนใคร เพราะมันเป็นระบบไว้ออกเสียงอย่างเดียว คือใครมีบัตรมากดก็ออกเสียงได้ มันจึงพิสูจน์ไม่ได้” นายสรรเสริญ กล่าวและระบุว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหา อดีต ส.ส. เพิ่มเติมอีก 1 ราย เนื่องจากในช่วงรัฐประหารฝ่าย ป.ป.ช. ได้หยุดกระบวนการไต่สวน เพราะไม่ชัดเจนว่ามีอำนาจดำเนินการหรือไม่
“บิ๊กตู่” ปาร์ตี้สื่อทำเนียบ
สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่ห้องสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล (รังนกกระจอกเก่า) สื่อมวลชนได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ โดยมีกิจกรรมแลกของขวัญ และจัดอาหารมารับประทานร่วมกัน ในโอกาสนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยง พร้อมร่วมร้องเพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร ของ หญิงลี ศรีจุมพล และถ่ายรูปกับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพรและมอบพระพุทธเมตตาเสนานาถให้กับสื่อมวลชนเป็นที่ระลึก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ชีวิตและจิตใจของพวกตนมอบให้กับประเทศไทย และคนไทยไม่เช่นนั้น ไม่ออกมาทำเช่นนี้ ยอมรับว่ายังเป็นห่วงประเทศชาติ ของขวัญที่อยากจะขอคนไทย คือทำอย่างไรให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง สำหรับเรื่องการเมืองขอให้รู้แพ้รู้ชนะด้วยกฎหมาย ยืนยันที่ผ่านมา พยายามไม่ให้มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นเพิ่มเติม
ขออโหสิกรรมเริ่มต้นใหม่
“ขอให้ทุกคนมีความสุข สิ่งใดก็ตามที่ผมในนามของรัฐบาล ที่ล่วงล้ำไปบ้างก็ขออภัย ขออโหสิกรรม ให้ลืม ๆ กันไปปีใหม่เริ่มกันใหม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว พร้อมกับเรียกหา นางยุวดี ธัญญศิริ สื่อมวลชนอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับบอกว่าเป็นพี่ที่ตนเคารพ อีกทั้งยังเป็นภรรยาของรุ่นพี่ ภายหลังนายกรัฐมนตรีร่วมรับประทานอาหาร และพูดคุยกับผู้สื่อข่าวประมาณ 30 นาที ก็ได้เดินกลับไปปฏิบัติภารกิจที่ตึกไทยคู่ฟ้าเช่นเดิม
สื่อสภาจัดงานเลี้ยงปีใหม่
อีกด้านหนึ่ง ที่ห้องทำงานสื่อมวลชนประจำรัฐสภา มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์รับปีใหม่เช่นกัน โดย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. พร้อมคณะได้ร่วมรับประทานอาหาร และพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ นายพรเพชร ได้กล่าวอวยพรว่า ในวาระดิถี ขึ้นปีใหม่ ขอปวารณาตัวต่อประชาชนและสื่อมวลชนว่าจะปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็จะนำไปปรับปรุง พร้อมชมเชยสื่อมวลชนที่มีบทบาทในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น และมีการตรวจสอบกันเอง
ปัดตอบโต้ทวงเงินเลือกตั้ง
นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวยืนยันว่า กกต. จำเป็นต้องมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบเหลือง-แดง) ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง มิเช่นนั้น กกต. ก็เหมือนยักษ์ที่ไม่มีกระบอง เป็นกรรมการที่ไม่สามารถไล่ผู้เล่นที่เกเรออกจากสนามได้ เมื่อถามว่า กมธ.ยกร่างฯ จะใช้ระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมนี นายศุภชัย กล่าวว่า หากมีการเปลี่ยนรูปแบบ การเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. ก็พร้อมปฏิบัติได้หมด อย่างไรก็ตาม ต้องมีการศึกษาทำความเข้าใจกับระบบเลือกตั้งแบบเยอรมนีอีกครั้ง
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 3,000 ล้านบาท กับบุคคลที่ทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบ สวนสอบสวนของคณะทำงานของสำนักงาน กกต. ซึ่ง กกต. ยังไม่มีมติในเรื่องดังกล่าว และไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นประเด็นขึ้นมา เพราะขณะนี้เหมือนทุกฝ่ายต้องการให้ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ กกต. ไม่อยากไปตอบโต้ เพราะการดำเนินการในเรื่องนี้ยังไม่ตกผลึก
พท.โวยกกต.ต้องจ่าย
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ กปปส. ไปประท้วงปิดหน่วยเลือกตั้ง กกต. มีอำนาจตามมาตรา 43 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 (พ.ร.บ.กกต.) คือผู้ใดฝ่าฝืนการทำงานของ กกต. มีโทษจำคุก 1-10 ปี กกต. ต้องสอบสวน อยากถามว่า กกต. สอบสวนไปแล้วหรือไม่ หากไม่สอบสวนจะผิดตามมาตรา 29 ของ พ.ร.บ. กกต. เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ตามมาตรา 93 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุว่า กกต. ต้องจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ในส่วนที่ยังไม่เสร็จให้ครบ 500 คนภายใน 180 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง แต่ กกต. ไม่ทำ จนนำไปสู่การฟ้องให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ดังนั้น กกต. ผิดแน่นอน และ กกต. ควรรับผิดชอบกับจำนวนเงิน 3,000 กว่าล้านบาท ที่เสียหายไป
เล็งพัฒนารถไฟความเร็วสูง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สรุปการปฏิบัติภารกิจเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22-23 ธ.ค. ว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอยู่ในระดับที่ดีมาก ในช่วงหนึ่งได้เยี่ยมชมศูนย์ควบคุมรถไฟแห่งประเทศจีน และการทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงเส้นทางปักกิ่ง-เทียนจิน เพื่อเป็นแนวทางพัฒนารถไฟไทย ขณะนี้รัฐบาลได้เริ่มด้วยการพัฒนารถไฟที่สามารถวิ่งด้วยความเร็ว 160 กม. ต่อ ชม. และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงต่อไป นอกจากนี้ในการหารือกับภาคเอกชนจีน รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านดิจิตอล พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์โทรคมนาคมของภูมิภาค และได้เชิญประธานาธิบดีจีน เยือนประเทศไทยในปี 2558 เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุ 60 พรรษา
“บิ๊กเจี๊ยบ”เล็งเยือนซาอุฯ
ที่สำนักจุฬาราชมนตรี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว. การต่างประเทศ เปิดเผยว่า มีแผนที่จะเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียในเร็ว ๆ นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย และยินดีที่จะให้ความร่วมมือในทุกเรื่อง หากทางซาอุดีอาระเบียส่งเรื่องมายังกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นความไม่เข้าใจกันของ 2 ประเทศ ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยืนยันความสัมพันธ์ ต้องได้รับการดูแล ขณะที่จุฬาราชมนตรี ถือเป็นผู้ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งการจะใช้ศาสนานั้นถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยสร้างการรับรู้และกลับมาใกล้ชิดเหมือนเดิม
ปฏิรูปสังคมสุขภาวะ
ที่ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่องเดินหน้าสมานฉันท์ ร่วมกันปฏิรูป สังคมสุขภาวะ ภายในงานประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 7 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ตอนหนึ่งความว่า ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ ซึ่งมีหลายประเด็น อาทิ การขจัดลดความรุนแรงในครอบครัว สร้างความปลอดภัยไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และให้มีแนวทางพัฒนาสุขภาพที่ดีของเด็ก โดยชุมชนต้องช่วยกันดูแล รวมถึงการกำจัดโรคบางอย่าง เช่นโรคพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ในนามของรัฐบาลยืนยันจะสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้นในสังคมไทยตลอดไป.

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน NHA57 และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร