เริ่มแล้ว สมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้ง7 เตรียมดัน 6 ประเด็นนโยบาย

ประชาไท วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557
24 ธ.ค.2557 นายเจษฎา มิ่งสมร ประธานกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2557 (คจ.สช.) เปิดเผยว่า การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 7 พ.ศ.2557 จัดระหว่างวันที่ 24-26 ธ.ค.2557 ณ อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “เดินหน้าสมานฉันท์ ร่วมกันปฏิรูป สังคมสุขภาวะ” ใน 6 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อบูรณาการกลไกคุ้มครองเด็ก เยาวชน และครอบครัว จากปัจจัยเสี่ยง 2.การจัดการสเตอรอยด์ที่คุกคามสุขภาพคนไทย 3.การพัฒนากระบวนการประเมินและการตัดสินใจใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ 4.การกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประชาชน 5.การจัดทำแผนยุทธศาสตร์สุขภาพโลกของประเทศไทย และ 6.ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ การป้องกันผลกระทบต่อสุขภาวะและสังคมจากการค้าเสรีระหว่างประเทศ

นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ประธานกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า จากการประชุมสมัชชาสุขภาพมาแล้วจำนวน 6 ครั้ง มีมติฯ ทั้งหมดจำนวน 59 มติ ซึ่งมติเหล่านั้นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

สำหรับในปีนี้มีมติที่ต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุม จำนวนทั้งหมด 10 มติ โดยมีมติที่น่าจับตามอง ได้แก่ (1) การจัดระบบและโครงสร้างเพื่อส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน (2) การป้องกันและลดผลกระทบด้านสุขภาพจากโรงไฟฟ้าชีวมวล และ (3) การจัดการปัญหาหมอกควันที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติกล่าวว่า กระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมที่เน้นการเชื่อมโยงทั้ง 3 ภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาควิชาการและภาครัฐ กระบวนการนี้เปิดโอกาสให้กลุ่มเครือข่ายได้เสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์กับสาธารณะ ในขณะเดียวกันมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติซึ่งเป็นนโยบาย ก็สามารถนำไปขับเคลื่อนได้จริงในพื้นที่

สำหรับการพิจารณาระเบียบวาระ มีวาระที่น่าสนใจเช่น “การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อบูรณาการกลไกคุ้มครองเด็ก เยาวชน และครอบครัวจากปัจจัยเสี่ยง” โดยมีภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วม ทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ กว่า 200 คน

วณี ปิ่นประทีป ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชุม คณะที่ 2 กล่าวว่า สถานการณ์เด็ก เยาวชนไทย กำลังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง เพราะต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายรูปแบบ ทั้งความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาเรื่องเพศ ยาเสพติด การเสพสื่อลามก ปัญหาเด็กติดเกม และค่านิยมในการบริโภคไม่เหมาะสม โดยปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เกิดขึ้นทั้งในเขตเมืองและต่างจังหวัด ส่งผลให้ภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เห็นความสำคัญและร่วมกันพัฒนาระเบียบวาระนี้เมื่อได้รับฉันทมติแล้ว จะมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อไป

ขณะที่ภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในหลายจังหวัด ร่วมแสดงความคิดเห็น อาทิ พะเยา พัทลุง ยะลา อุบลราชธานี และกทม. รวมทั้ง มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการเห็นกลไกภาครัฐ ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาปัจจัยเสี่ยงของเด็กและเยาวชนไทยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่ประชุมยังมีการนำเสนอข้อมูลจาก สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในปี 2557 ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีการทำร้ายกันของคู่สมรสอยู่อันดับที่ 30 ของโลก โดยผู้ชายทำร้ายผู้หญิงสูงอันดับ 7 ของโลก สาเหตุสำคัญในการทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว มาจากการหึงหวง/นอกใจ ยาเสพติด และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ห่างเหิน ผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นสตรี คิดเป็นร้อยละ 43 รองลงมาเป็นเด็กและเยาวชน คิดเป็นร้อยละ 33.5

นอกจากนั้น ยังพบว่ามีเด็กผู้หญิงและวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวนเกือบ 125,000 คน ให้กำเนิดบุตรก่อนวัยอันควร ปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาเหล่านี้คือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสื่อทุกรูปแบบที่มีเนื้อหาผลิตซ้ำความรุนแรงทางเพศ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ในปัจจุบัน ได้แก่ สารเสพติด การค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก เป็นต้น

ที่มา : http://www.prachatai.com

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน NHA57 และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร