ของขวัญปี2558รัฐ-เอกชนร่วมใจ หยุดเสี่ยงมะเร็งจากแร่ใยหิน

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557
อัตราความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดอักเสบ มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องหันกลับมามองถึงพิษภัยจากแร่ใยหินอีกครั้ง ปัจจุบันไม่เพียงเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ใช้แรงงาน ที่ต้องสุ่มเสี่ยงกับโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งปอด มะเร็งเยื่อหุ้มปอด และโรคทางเดินหายใจ อันมีสาเหตุมาจาก “แร่ใยหิน” เท่านั้น แต่มีแนวโน้มความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นวัตถุดิบ
องค์การอนามัยโลก (ฮู) ประกาศถึงอันตรายของพิษภัยจากแร่ใยหิน ภายในการเข้าร่วมเสวนาระดับนานาชาติเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดย ดร.โยนาส เทงเก่น
ตัวแทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย ระบุว่า ในปี 2558 องค์การอนามัยโลกจะออกหนังสือเพิ่มเติมเกี่ยวกับอันตรายของแร่ใยหิน และยืนยันบนฐานข้อมูลที่ชัดเจนว่า แร่ใยหินเป็นอันตรายทุกประเภท เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งเยื่อหุ้มปอด และโรคทางเดินหายใจในมนุษย์
“วิธีการป้องกันด้วยการรักษา ถือเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ การแก้ไขที่ถูกต้อง คือ ป้องกันด้วยการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ซึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการใช้ถึง 40% ของอัตราการใช้ในโลก หรือประมาณ 2 ล้านตัน ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนในการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน”
รศ.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ล่าสุดองค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกจำนวน 107,000 คนต่อปี ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยอันตรายของแร่ใยหิน นอกจากคนงานในเหมืองผู้ใช้แรงงานก่อสร้างและรื้อถอนแล้ว ประชาชนทั่วไปก็อาจจะได้รับอันตรายจากการรื้อถอนวัสดุใยหิน เศษขยะที่มีใยหิน และระหว่างภัยพิบัติที่วัสดุก่อสร้างที่มีใยหินแตกกระจายได้เช่นกัน “การรื้อถอนเศษกระเบื้อง การฟุ้งกระจาย ของฝุ่นแร่ใยหินที่ยากต่อการควบคุม เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ควรเร่งยกเลิกการใช้ใยหินในวัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องปูพื้น และอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโรคมะเร็งจากฝุ่น ใยหิน เพราะฝุ่นลักษณะนี้ จะกระจายไปได้ทั่ว ป้องกันได้ยาก ทำให้มีการขยายผลกลุ่มเสี่ยงจากผู้ใช้แรงงานสู่ชุมชน”
การฟุ้งกระจายของ “แร่ใยหิน” ที่ปนเปื้อน มาในอากาศ กับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก และภาควิชาการ สอดคล้องไปกับข้อมูลใหม่จาก แพทย์ที่คาดว่า แนวโน้มผู้ป่วยที่เกิดจากอันตรายของแร่ใยหินอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นใน อนาคตหากยังไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีพอ
ศ.นพ.สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ ผู้แทนสมาคม โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
เปิดเผยถึงแนวโน้มกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสได้รับอันตรายจากการใช้แร่ใยหินในประเทศไทยว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยจากการสัมผัสกับแร่ใยหิน ที่องค์การอนามัยโลกประมาณการไว้ทั่วโลก เกิดการเจ็บป่วยจากแร่ใยหินประมาณ 1 แสนคนต่อปี
“สำหรับประเทศไทย มีข้อมูลรายงานตัวอยู่ ณ อนุกรรมการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อประมาณกลางปี 2556 ว่า มีผู้ป่วยโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดที่มีประวัติอยู่ประมาณ 12-13 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากยังคงไม่มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในประเทศไทย”
ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมยังอยู่ในกรอบแผนการยกเลิกในอีก 2-5 ปี แต่ภาคประชาชนอย่างเครือข่ายต่อต้านแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (ทีแบน) เร่งแผนการรณรงค์ยกเลิกในภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “ของขวัญปีใหม่ 2558 ทั่วไทยยกเลิกใช้แร่ใยหิน”
สมบุญ ศรีคำดอกแค ผู้ประสานงานเครือข่าย ทีแบน กล่าวว่า หลังทางเครือข่ายได้ดำเนินการรณรงค์ทวงถามไปยังภาครัฐถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน และยังไม่มีความชัดเจน ทางเครือข่ายจึงเตรียมรณรงค์ในภาคประชาสังคม เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยจากแร่ใยหิน ที่คนไทยมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญหน้ากับโรคมะเร็งจากการสูดดมสารประเภทนี้มากขึ้นทุกวัน “เครือข่ายจะเน้นการสร้างความตระหนัก และสร้างจิตสำนึกให้แก่ภาคเอกชน ในการร่วมมือกันสร้างสังคมไทยให้ปลอดจากแร่ใยหิน และอยากให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการยกเลิกการใช้แร่ใยหินของภาคเอกชน ยกเลิกการใช้ วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินในทุกๆ โครงการ และทุกๆ สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ทุกชุมชนทั่วไทย ปลอดภัยจากอันตรายจากแร่ใยหิน”
ขณะที่ “การยกเลิกใช้” ที่มักถูกหยิบยกเรื่องของ “ต้นทุนทางธุรกิจ” และผลกระทบที่เกิดขึ้นมาเป็น “ข้ออ้าง” สำคัญ ที่มักเน้นย้ำกันไปถึงการปรับตัวของภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และกลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญเกี่ยวกับ “สารทดแทน” และมูลค่าทางท้องตลาด
กรณีสารทดแทนและการปรับตัวของผู้ประกอบการ เสรี อติภัทธะ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้อย่างเป็นรูปธรรมจากแผนการยกเลิกแร่ใยหินใน 2-5 ปี โดยในสินค้าบางชนิด อาทิ กระเบื้องลอนใหญ่ กระเบื้องลอนคู่ และกระเบื้องแผ่นเรียบ อาจมีการพิจารณายกเลิกก่อนภายใน 2 ปี และที่เหลือจะพิจารณายกเลิกภายใน 5 ปี โดยขณะนี้ในท้องตลาดมีวัสดุทดแทนอย่างพีวีเอ ที่นำมาใช้ทดแทนแร่ใยหิน ซึ่งมีการใช้กันมานานแล้ว และราคาของผลิตภัณฑ์ที่ใช้พีวีเอทดแทนมีราคาใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น เรื่องราคาจึงไม่เป็นปัญหากระทบต่อผู้บริโภค

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร