คอลัมน์ กระดานความคิด: ต้องสังคายนามาตรการสกัดอุบัติภัย

Untitled8คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ศรายุทธ สายคำมี :

ในช่วงเทศกาลปีใหม่เช่นนี้ เรื่องอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลและเรียกร้องให้เตรียมการป้องกัน แต่ในบางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้บังเอิญว่าได้อ่านผลการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีข้อเสนอแนะที่ดี และน่าสนใจควรที่จะได้รับรู้ในวงกว้าง
สำหรับการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 7 นี้ จัดขึ้นที่อินแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2557 ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาตครั้งที่ 2 เรื่อง”การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน” รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะในการผลักดันมติสมัชชาฯ ไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเรื่อง “การแก้ปัยหาอุบัติเหตุทางถนน” ได้นำสู่การแก้ไขปัญหาแล้วหลายประการ ทั้งในระดับนโยบายและในระดับพื้นที่ เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน อาทิ แนวทางการสอบใบขับขี่จากเดิมตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ผู้สอบต้องรับการอบรมเพียง 1 วันขณะนี้มีการปรับเปลี่ยนเป็น 4 วัน นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ขานรับข้อเสนอไปปฏิบัติอย่างจริงจังเช่น
อุปสรรคที่สำคัญในการแก้ปัญหาคือ เรื่องบูรราการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จัดกิจกรรมรณรงค์เหมือนการจัดงานอีเวนท์ไม่ได้ทำให้เกิดวิถีความปลอดภัยทางถนนอย่างแท้จริง ขณะที่การขับเคลื่อนของภาคประชาชนถือว่ามีความจริงจังมากกว่า
หลังจากนี้จะมีการนำข้อเสอนและความก้าวหน้าที่ได้จากภาคีเครือข่ายมาประมวลว่าจุดไหนเป็นจุดคานงัดที่จะต้องเร่งทำ ทั้งรับฟังข้อเสนอใหม่ๆ เพื่อให้การแก้ปัญหาทันต่อสถานการณ์ จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ คสช.รับทราบ และนำสู่การแก้ปัญหาต่อไป
มีการอ้างถึงการทำวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถว่า การบังคับใช้มีปัญหาหรืออุปสรรคในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งพบว่าในปัจจุบันปัญหาได้รับการแก้ไขไปมากโดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน อีกทั้งยังมีการเพิ่มวงเงินคุ้มครองจาก 1.5 หมื่นบาทเป็น 4 หมื่นบาท ขณะที่ผู้ใช้สิทธิ์ยังสามารถรักษาพยาบาลผ่านโรงพยาบาลได้ทันที
จากการศึกษายังพบปัญหาน่าห่วงว่า ขณะนี้มีรถที่ไม่ได้ทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์และมีไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคัน ในกรณีนี้จะทำให้ผู้ขับขี่ไม่ได้รับการคุ้มครองจกา พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ดังนั้นหน่วงงานภาครัฐควรหาทางแก้ไขเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถเหล่านี้ด้วย
ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ แตะกระโทก นักวิชาการมหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาเรื่องอุบัติภัยทางถนน ให้ข้อเสนอในการป้องกันอุบัติภัยทางถนนที่อยากผลักดันให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ คือ การตั้งศูนย์บริการข้อมูลสำหรับตรวจสอบผู้กระทำความผิดซ้ำซาก เพื่อเพิ่มบทลงโทษ ทั้งยังเสนอให้มีการแยกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ระหว่างรถขนาดเล็กกับรถแบบบิ๊กไบค์ เหมือนในต่างประเทศ เนื่องจากระยะหลังบิกไบค์เกิดอุบัติเหตุที่มีความสูญเสียรุนแรงจำนวนมากขึ้น
ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพขับรถขนส่ง หรือรถสาธารณะ ขอเสนอว่า ให้แยกระหว่างใบอนุญาตขับรถกับใบประกอบวิชาชีพขับรถสาธารณะโดยกำหนดให้ต้องต่อใบประกอบวิชาชีพทุกปีนอกจากนี้ ในการเดินรถทัวร์แบบสองชั้น ควรมีนโยบายให้ยกเลิกการเดินรถในบางเส้นทางที่อาจเกิดอันตราย ส่วนการตรวจสอบสภาพรถของเอกชน หรือ ตรอ. ต้องมีมาตรฐานการตรวจที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้บริการรับทราบ เป็นต้น
เป็นข้อเสนอแนะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรจะละเลย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่เช่นนี้!

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน NHA57 และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร