สปช.ดันตั้ง “สมัชชาคุณธรรม” เป็นองค์กรอิสระ

T news วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558
หนึ่งประเด็นทางการเมืองที่ถูกพูดถึงในขณะนี้ นั่นก็คือการจัดตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกนำเสนอเอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์สภาปฎิรูปแห่งชาติ ได้เผยแพร่วาระการประชุมสมาชิก สปช. ในวันที่ 6 ม.ค. 58 โดยมีวาระสำคัญคือ รายงานการศึกษาเรื่องสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ กับการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลของประเทศ ในระยะเปลี่ยนผ่าน ที่ศึกษาโดยคณะกรรมการการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ที่มี น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป เป็นประธาน โดยมีแนวทางให้จัดตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูง กรรมการในองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นักการเมืองท้องถิ่น องค์กรธุรกิจที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่บุคคลในหน่วยงานดังกล่าวให้เป็นตามมาตรฐาน และต้องจัดระบบ แบ่งบทบาทการทำงานให้เชื่อมโยงทั้งระบบ มีเป้าหมายและการปฏิบัติงานร่วมกัน และให้มีการแบ่งภาระหน้าที่ที่ชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน

ต่อประเด็นดังกล่าว นายอำพล จินดาวัฒนะ สมาชิก สปช. ในฐานะรองประธานกรรมการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะจะเป็นการส่งเสริมเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังในสังคมไทย เนื่องจากที่ผ่านมามักสนใจกันแต่เรื่องกฎหมายว่าถูกหรือผิดเพียงอย่างเดียว แต่ในข้อเท็จจริงจะต้องสร้างมาตรฐานขึ้นมาตรวจสอบบุคคลสาธารณะ และหน่วยงานที่จะเข้ามาทำหน้าที่ที่มีผลประโยชน์และผลกระทบต่อสาธารณะ ที่ต้องมีมาตรฐานเรื่องคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่น

นายอำพล กล่าวต่อว่า ทางกรรมการฯ เห็นว่าเราจำเป็นต้องมีกลไกขึ้นมาส่งเสริมพัฒนามาตรฐานเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนโดยเน้นให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานว่าสิ่งใดรับได้และสิ่งใดรับไม่ได้ในสังคมไทยแต่กลไกนี้จะไม่มีอำนาจในการลงโทษหรือไปชี้ว่าใครถูกหรือใครผิด แต่จะเป็นการตรวจสอบ เผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ ทั้งนี้ เชื่อว่ากระบวนการนี้จะช่วยทำให้มาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ถูกยกระดับมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญคือรูปแบบการสร้างมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมของคนในสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการยกระดับและร่วมกันตรวจสอบ ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่ไปไล่ตรวจสอบใคร แต่จะเป็นการดึงสังคมทั้งสังคมมาร่วมตรวจสอบสร้างมาตรฐานและยกระดับคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากสปช.เห็นชอบก็อาจมีการนำเอาเนื้อหาสาระบางส่วนที่สำคัญไปเสนอคณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป

ขณะที่ในวันนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หาก สปช.คิดจะให้มีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติขึ้นจริง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ และเป็นบรรทัดฐานในบริบทของหลักธรรมาภิบาลประเทศไทยทางการบริหารจัดการ ตนคิดว่าดีมาก เป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ และจะช่วยพัฒนาแนวคิดทางการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยให้สามารถก้าวเดินหน้าต่อไปอย่างมีความหวังใหม่ๆ เกิดขึ้นและบ้านเมืองอยู่ในครรลองคลองธรรม อีกทั้งขอชื่นชมแนวคิดนี้เพราะไม่มีประเทศใดหรือสังคมใดจะประสบความสำเร็จได้โดยปราศจากหลักคิดหรือยุทธศาสตร์ทางคุณธรรมอย่างจริงจัง ซึ่งในประเทศไทย ที่ผ่านมาหลายปี เราละเลยอย่างมากจนกลายเป็นว่ามองการทุจริตเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติน่าจะเปรียบเหมือนกับฐานแห่งความถูกต้อง คุณความดี และความซื่อตรงได้ในทุกบริบท นอกจากนี้ถือเป็นความคิดที่ใหม่และควรได้รับการสนับสนุนอย่างมาก เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่คนไทย

ส่วนทางด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุน ในแนวทางจัดตั้งดังกล่าว เพราะเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาการขาดคุณธรรมและจริยธรรมของ ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีประเด็น ที่ขอให้ สปช. พิจารณาด้วยความรอบคอบ คือ ที่มาของสมัชชาฯ ต้องได้รับการยอมรับ และการให้อำนาจของกรรมการสมัชชาคุณธรรม โดยชี้ว่าผู้ใดหรือบุคคลสาธารณะคนใดมีพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรม ธรรมาภิบาล หรือมาตรฐานทางวิชาชีพ รวมทั้งต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย เช่น การแทรกแซงจากบุคคลภายนอก ส่วนในกรณีที่สมัชชา คุณธรรมฯ ไม่มีเงินเดือน ได้รับเพียงแค่เบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนั้น ควรพิจารณาให้ดีว่าจะมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่หรือไม่ โดยเฉพาะการถูกกลุ่มอิทธิพลของรัฐ ราชการ เอกชนแทรกแซงการทำหน้าที่

นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงการตรวจสอบและ ถ่วงดุลการทำงานของสมัชชาคุณธรรมด้วย เพราะกรณีที่ให้อำนาจของสมัชชาคุณธรรมฯ หากมีการแทรกแซงจากบุคคลที่มีส่วนได้เสียแล้วทำให้กรรมการหรือที่ประชุมสมัชชาฯ ใช้อำนาจเพื่อกลั่นแกล้งบุคคลอื่นอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นควรออกแบบกลไกที่ทำให้เกิดการ ถ่วงดุลการใช้อำนาจด้วย

ขณะที่อีกด้านในวันนี้ ทางด้านของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลทบทวนการประกาศใช้กฎอัยการ ว่า ถือเป็นวิสัยทัศน์ของนายอภิสิทธิ์ ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องรับฟังจากทุกภาคส่วน

แต่ในขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และคสช.ได้เคยชี้แจงไปหลายครั้งว่า ขณะนี้ยังมีความจำเป็นที่ต้องคงไว้ ซึ่งกฎอัยการศึกอยู่ เราจึงต้องเลือกระหว่างภาพลักษณ์ที่หลายคนมองว่า มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวกับความสงบที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ เพราะหากมีความสงบก็จะส่งเสริมให้เกิดภาพลักษณ์ได้เอง ซึ่งในเวทีนานาประเทศนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นนี้ และทุกประเทศก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม เวลานี้ความจำเป็นยังมีอยู่ เราจึงต้องเลือกเรื่องที่เร่งด่วน และ สำคัญที่สุดก่อน ตนไม่สามารถสัญญาแทนนายกฯ ได้ว่าจะมียกเลิกกฎอัยการศึก หรือไม่ แต่เชื่อว่าในวันข้างหน้า นายกฯ จะหาแนวทางที่เหมาะสมและทำให้บรรยากาศดีขึ้น

พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงข้อเสนอการนิรโทษกรรม ที่คณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ระบุว่าหากพิจารณาเห็นว่าการนิรโทษกรรมมีความจำเป็นเร่งด่วนก็จะเสนอให้รัฐบาลและคสช.ใช้อำนาจ มาตรา 44 นิรโทษกรรมได้ ว่า เรื่องดังกล่าวรัฐบาลและคสช.จะรับลูกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี แต่ที่ผ่านมานายกฯ ยังไม่เคยปรารภเรื่องนี้กับที่ประชุมครม.แต่เชื่อว่านายกฯ จะมีการปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เนื่องจากเป็นประเด็นที่อ่อนไหวของสังคม ซึ่งนายกฯ ได้ชี้แจงต่อสังคมมาโดยตลอดว่าเวลานี้ยังไม่ใช่จุดที่ท่านจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพราะยังมีรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมาก จึงต้องรอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตกผลึกในเรื่องดังกล่าวก่อน

ที่มา : http://crime.tnews.co.th/

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HA และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร