คอลัมน์ เคลียร์ปมร้อน: แร่ใยหินก่อมะเร็ง

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการรณรงค์ยุติการใช้แร่ใยหินในวัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องแผ่นเรียบ ฝ้าเพดาน และฉนวนกันความร้อน เป็นต้น ต่อมาสหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ประกาศยกเลิกการใช้วัสดุที่มีส่วนผสมแร่ใยหินอย่างสิ้นเชิง หลังมีผลการศึกษาพบว่าอนุภาคของแร่ใยหินสามารถฟุ้งกระจายสู่ปอด ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ มะเร็งปอด และมะเร็งเยื่อหุ้มปอด
ทั้งนี้ ในปี 2549 มีการประชุมระดับนานาชาติเพื่อรณรงค์และประกาศให้ยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ส่วนในประเทศไทยมีการเคลื่อนไหวจากภาคสังคมเรื่อยมา โดยเฉพาะในเวทีองค์กรอิสระผู้บริโภคที่จัดโดยมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคที่จัดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2552 ที่ประชุมเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎหมายห้ามนำเข้าแร่ใยหินและผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินอย่างสิ้นเชิง
กระทั่งวันที่ 2 ธ.ค. 2557 กระทรวงสาธารณสุขรายงานผลศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากแร่ใยหินต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสรุปว่าแร่ใยหินทุกชนิด รวมทั้งไครโซไทล์ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพก่อให้เกิดผล กระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการก่อให้เกิดโรคมะเร็งคือ ยิ่งสัมผัสแร่ใยหินมากจะยิ่งก่อให้เกิดโรคมะเร็งมาก โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ากลุ่มคนงานในเหมืองแร่ใยหินชนิดไครโซไทล์เป็นโรคมะเร็งปอดและโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจำนวนมาก
ขณะที่ ครม.มีมติมอบหมาย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะทำงานเรื่องนี้ เช่น ผลกระทบที่มีต่อประชาชนทั่วไป และผู้ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แร่ใยหิน ความเป็นไปได้ในการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน มาตรการเยียวยา และการหาวัสดุอื่นมาทดแทน ก่อนเสนอให้เสนอ ครม.ต่อไป

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร