‘จักรมณฑ์’ค้านใช้งบแสนล.อุ้มผู้ใช้แร่ใยหินชี้ควรให้ผู้ประกอบการทยอยยกเลิก

แนวหน้า ฉบับวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลัง การให้ นายเดนิส แมนทูรอฟ รมว.อุตสาหกรรมและการค้า สหพันธรัฐรัสเซีย เข้าพบ ว่า ปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการกระเบื้องที่ใช้วัสดุแร่ใยหินในกระบวนการผลิตเพียง 2 ราย แม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่หากจะยกเลิกการใช้ทันทีตามข้อเรียกร้องขององค์กรภาคประชาชน ด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 จะส่งผลให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกระเบื้องที่มีแร่ใยหินทั่วประเทศมูลค่าหลายแสนล้านบาท
ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง ต่างจาก ประเทศอื่นๆที่สามารถยกเลิกการใช้ได้ทันที ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด จึงควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยขณะนี้ผู้ผลิตกระเบื้องทั่วโลก รวมถึงไทย ต่างก็ทยอยยกเลิกการใช้แร่ใยหินแล้ว อีกทั้งยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิตจากการใช้แร่ใยหินตามที่มีกระแสข่าว
โดยจากสถิติการนำเข้าแร่ใยหินของไทยระหว่างปี 2550-2557 พบว่าอยู่ที่ 50,000-100,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 800-1,400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มการนำเข้าลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากสหพันธรัฐรัสเซีย, บราซิล, แคนาดา และจีน
“ตอนนี้ภาคเอกชนส่วนใหญ่ที่เคยใช้แร่ใยหิน ก็เริ่มปรับตัว โดยการยกเลิกใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้ยังไม่มีผลการศึกษาที่บ่งชี้ชัดเจนว่าแร่ใยหินส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่เนื่องจากผู้นำเข้า ในหลายๆ ประเทศ ต่างกีดกันการใช้แร่ใยหิน ในขณะที่ไทยเหลือเพียงบริษัทผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง 2 ราย ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการผลิต และหันไปใช้วัสดุอื่นทดแทน ซึ่งกระทรวงอยากให้ผู้ประกอบการทยอยเลิกไปดีกว่าจะมาประกาศยกเลิกเลย แล้วจะต้องเอาเงินของรัฐมาชดเชยผู้ใช้ ซึ่ง กระทรวงไม่เห็นด้วย แต่ถ้าผลการศึกษาชัดเจนว่าอันตราย กระทรวงก็เห็นควรให้ยกเลิกเลย” นายจักรมณฑ์ กล่าว
นายจักรมณฑ์กล่าวถึงปัญหาค่าเงินรูเบิลของสหพันธรัฐรัสเซียตกต่ำ ว่าไม่กระทบการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทย และเพื่อให้มูลค่าการค้าระหว่างกันขยายตัวขึ้น สหพันธรัฐรัสเซียพร้อมที่จะขยายตลาดในลักษณะการร่วมทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งสหพันธรัฐรัสเซียมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ
ส่วนสิทธิประโยชน์ทางภาษี ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ผู้ประกอบการ สหพันธรัฐรัสเซียให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย แต่จะคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐานและทักษะแรงงานมากกว่า สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทย-สหพันธรัฐรัสเซียช่วง 10 เดือนแรกปี 2557 อยู่ที่ 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 14% จากช่วงเดียวกันของปี 2556
“แม้ตอนนี้ค่าเงินรูเบิลของสหพันธรัฐรัสเซียตก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมไทยในภาพรวมมากนัก เพราะไทยได้มีการหารือกับสหพันธรัฐรัสเซีย โดยจะเพิ่มการค้าและการลงทุนด้านอุตสาหกรรมระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งสหพันธรัฐรัสเซียชวนไทยไปลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนไทยเองก็อยากให้สหพันธรัฐรัสเซียเข้ามาลงทุนด้านอุตสาหกรรมยาและการแพทย์” นายจักรมณฑ์ กล่าว

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร