สช.ชู ‘ลูกขุนพลเมือง’ ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

บ้านเมือง ฉบับวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดเวทีลูกขุนพลเมือง “ประเด็นการจัดระบบการดูแลระยะยาวในผู้สูงอายุ” ครั้งที่ 1/2558 ซึ่งกิจกรรมจัดระหว่างวันที่ 7-10 มกราคม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะคณะลูกขุนพลเมือง ซึ่งเป็นภาคประชาชนที่ได้รับการสุ่มตัวอย่างมาจากทั่วประเทศหลากหลายอาชีพ จำนวน 12 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 5 คน มีอายุระหว่าง 35-75 ปี มาร่วมกระบวนการรับฟังความคิดเห็น
น.พ.ณรงศักดิ์ อังคะสุวพลา ประธานคณะกรรมการทบทวนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ 2558 กล่าวเปิดกิจกรรมว่า เป็นการระดมความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อขอความคิดเห็นจากคนในพื้นที่ ถึงแม้คนพื้นที่จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ถือว่ามีประสบการณ์ในชีวิตจริงๆ เพื่อจะทำอย่างไรให้กระบวนการนี้ได้สอดคล้องในสิ่งที่คาดหวัง โดยสิ่งที่ดำเนินการครั้งนี้มี 2 เรื่องคือ 1.ระบบที่จะดูแลผู้สูงอายุ ทั้งเรื่องกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองผู้สูงอายุจำนวนมาก เรียกว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุช่วงเริ่มต้น ต่อไปจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ก็อาจจะเกิดปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมตามมาได้ และประเด็นที่ 2 คือเรื่องกระบวนการ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมาร่วมเรียนรู้ด้วยกันและระดมความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดมุมมองรอบด้านเพิ่มเติมในธรรมนูญ
ด้าน น.พ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว 12 คนที่มาวันนี้คือตัวแทนประชาชนที่มาจากระบบการคัดเลือกมาร่วมกระบวนการเรียนรู้ ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญจากชีวิตจริง จึงต้องการทุกคนมาแลกเปลี่ยนในเรื่องผู้สูงอายุ วันนี้ทุกคนจึงเป็นครู จะเป็นคนให้ความจริง และเคยสัมผัสมาจากของจริง ซึ่งขณะนี้สังคมเราเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว กำลังเป็นเรื่องใหญ่ จึงต้องมาคิดเรื่องการวางระบบ เพราะเรื่องสังคมผู้สูงอายุจะมีผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือผลกระทบด้านสุขภาพ เป็นต้น จึงต้องมาดูเรื่องการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เพื่อคิดในเชิงระบบรองรับผู้สูงอายุ เพื่อนำไปวางระบบใหญ่ๆ ในสังคมเพื่อรองรับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ในขณะนี้ ลูกขุนพลเมืองแปลมาจากภาษาอังกฤษ ระบบนี้เป็น กระบวนการหนึ่งที่ต่างประเทศใช้ที่ทดสอบจากความจริง กระบวนการนี้ไม่เคยใช้ในเมืองไทย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
ขณะที่ น.พ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) กล่าวว่า นโยบายสุขภาพเคยมีการจัดเวทีสมัชชาสุขภาพทุกจังหวัด มีการอภิปรายเรื่องที่จะแก้ปัญหา แต่กระบวนการนี้เวลาน้อย ไม่สามารถพูดกันทั่วถึง จึงมีการแก้ปัญหาโดยแสวงหารูปแบบอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้เกิดความคิดที่ลึกซึ้ง จึงเป็นที่มาของการพูดคุยกันในรูปแบบลูกขุนพลเมืองเป็นครั้งแรก โดยหลักการคือมีการสุ่มจากประชาชนหลากหลาย ไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในแวดวง เป็นผู้ที่ไม่รู้จักกัน แต่จะสุ่มมาจาก 5 จังหวัด มีการกำหนดเลือกอายุ อาชีพ และการศึกษาหลากหลายเพื่อร่วมเป็นลูกขุนพลเมือง เมื่อทำการสุ่มมาแล้วจะมาอยู่ด้วยกัน 4 วัน ซึ่งกระบวนการนี้จะมีจุดเด่น 1.มีเวลา 2.มีการให้ข้อมูล 3.ลูกขุนพลเมืองจะได้คุยกันและนำมาเขียนสรุปเป็นทิศทางหลักๆ เพื่อให้ทีมวิชาการนำข้อมูลไปยกร่างรายงานฉบับสมบูรณ์แล้วส่งให้คณะลูกขุนพลเมืองเพื่อสรุปความเห็นชอบร่วมกัน เพื่อนำข้อสรุปไปเสนอในลำดับต่อไป
น.พ.สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้สูงอายุเกณฑ์ 60 ปีขึ้นไปในประเทศไทยขณะนี้มีสัดส่วนและจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุ 10 ล้านคน ถ้าในประเทศกำลังพัฒนาถ้าเกิน 7 เปอร์เซ็นต์ถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว แต่ในสังคมไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุ 12-14 เปอร์เซ็นต์ และจะมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และปัญหาที่จะตามมาจะเป็นด้านสุขภาพ รวมถึงการพึ่งพาตัวเองกรณีไม่มีผู้ดูแล หากมีเด็กน้อยลงแต่มีผู้สูงอายุมากขึ้นจะทำให้ศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุของครัวเรือนถดถอยลงได้

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ธรรมนูญสุขภาพ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร