รัสเซียค้านรัฐเลิกแร่ใยหินก.อุตฯปล่อยตามกลไกตลาด

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

รัสเซียตบเท้าหารือกระทรวงอุตสาหกรรม ถามหาความชัดเจนยกเลิกใช้แร่ใยหิน หวั่นสูญเสียตลาดจากการเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ และขัดต่อข้อตกลงทางการค้า ขณะที่”จักรมณฑ์”ย้ำชัดปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หากยกเลิกต้องแก้พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ส่งผลกระทบต้องใช้งบเป็นแสนล้านบาท อุ้มผู้ใช้แร่ใยหิน
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย ภายหลังการหารือกับนายเดนิส แมนทูรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า ทางรัสเซียต้องการความชัดเจนด้านนโยบายเรื่องการยกเลิกการใช้แร่ใยหินของประเทศไทย เนื่องจากทางรัสเซียเป็นผู้ส่งออกแร่ใยหินรายใหญ่ของโลก
ขณะเดียวกันไทยกับรัสเซียก็มีความร่วมมือด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ภายใต้คณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ที่เห็นพ้องกันที่จะร่วมแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการลงทุน และเพิ่มการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น ดังนั้นการที่จะยกเลิกการใช้แร่ใยหินก็คงต้องมาพิจารณาอย่างรอบคอบ
โดยปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการกระเบื้องเพียง 2 ราย ที่ยังใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบในการผลิตกระเบื้อง แม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่หากจะยกเลิกการใช้ทันทีตามข้อเรียกร้องขององค์กรภาคประชาชน ด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 จะส่งผลให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกระเบื้องที่มีแร่ใยหินทั่วประเทศมูลค่าหลายแสนล้านบาท เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่สามารถยกเลิกการใช้ได้ทันที
ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดจึงควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งขณะนี้ผู้ผลิตกระเบื้องทั่วโลก รวมถึงไทยต่างก็ทยอยยกเลิกการใช้แร่ใยหินแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มเอสซีจีก็หันไปหาวัตถุดิบชนิดอื่นมาทดแทนแล้ว อีกทั้งยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิตจากการใช้แร่ใยหินและผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งจากแร่ใยหินเกิดขึ้น เมื่อเทียบกับผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่
ทั้งนี้ จากสถิติการนำเข้าแร่ใยหินของไทยระหว่างปี 2550-2557 พบว่าอยู่ที่ 5 หมื่น-1 แสนตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 800-1,400 ล้านบาทต่อปี โดยมีแนวโน้มการนำเข้าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากสหพันธรัฐรัสเซีย, บราซิล, แคนาดา และจีน
“ตอนนี้ภาคเอกชนส่วนใหญ่ที่เคยใช้แร่ใยหินก็เริ่มปรับตัวโดยการยกเลิกใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้ยังไม่มีผลการศึกษาที่บ่งชี้ชัดเจนว่าแร่ใยหินส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่เนื่องจากผู้นำเข้าในหลายๆ ประเทศ ต่างกีดกันการใช้แร่ใยหิน จึงอยากให้ผู้ประกอบการทยอยเลิกไปดีกว่าจะมาประกาศยกเลิกเลย แล้วจะต้องเอาเงินของรัฐมาชดเชยผู้ใช้ ซึ่งไม่เห็นด้วย แต่ถ้าผลการศึกษาชัดเจนว่าอันตรายเราก็เห็นควรให้ยกเลิกเลย” นายจักรมณฑ์กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาค่าเงินรูเบิลของรัสเซียที่ตกต่ำ ยังไม่ส่งผลกระทบการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทย และเพื่อให้มูลค่าการค้าระหว่างกันขยายตัวเพิ่มขึ้น ทางรัสเซียพร้อมที่จะขยายตลาดในลักษณะการร่วมทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งรัสเซียมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ อีกทั้งยังได้ชักชวนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร