ครม.ค้านขึ้นทะเบียนคุมแร่ใยหินหวั่นกระทบประชาชนวงกว้าง

แนวหน้า ฉบับวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

แหล่งข่าวจากคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติให้กลับไปทบทวนเรื่องการขึ้นทะเบียนแร่ใยหินเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนถึงผลดี ผลเสีย และแนวทางเยียวยาแก้ไขถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น  ตามหลักฐานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ซึ่งจากการพิจารณาในเบื้องต้นเห็นว่า หากกำหนดให้แร่ไยหินเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 จะกระทบกับประชาชนอย่าง กว้างขวาง เนื่องจากตามกฎหมายได้ระบุอย่างชัดเจนว่าวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 จะต้อง ห้ามนำเข้า ส่งออก ผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองอย่างเด็ดขาด
“หากประกาศใช้จริงประชาชนที่ใช้หลังคากระเบื้อง หรือวัสดุก่อสร้างต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของแร่ไยหินจะต้องรื้อถอนออก ทั้งหมด และรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล ในการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น” แหล่งข่าว กล่าว
ดังนั้น จึงเห็นว่าควรดำเนินการไปตามแนวทางมติครม.เดิมที่ให้กำหนดให้มีกรอบเวลาการยกเลิกนำเข้าแร่ใยหินภายใน 2-5 ปี ตามชนิดของผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มแรกกระเบื้องแผ่นเรียบและกระเบื้องยางปูพื้น ให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 2 ปี และกลุ่มที่ 2 กลุ่มกระเบื้องมุ่งหลังคา ผ้าเบรก และคลัตช์ ท่อซีเมนต์ใยหิน กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 5 ปี แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่จะต้องหาวัสดุอื่นมาทดแทนได้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งในแนวทางนี้จะใช้พ.ร.บ.กรมโรงงานในการห้ามนำเข้าแร่ใยหิน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนปรับตัว และส่งผลต่อประชาชนน้อยที่สุด

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร