รายงานพิเศษ: ถึงเวลาพลิกสังคม หนุน กม.ยาสูบใหม่

บ้านเมือง ฉบับวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558
ความพยายามหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฉบับใหม่ แม้การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ร่างกฎหมายจะไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาก็ตาม แต่ขณะนี้สังคมเริ่มตื่นรู้และเริ่มออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนให้มีการออกกฎหมายฉบับดังกล่าวออกมาบ้างแล้ว
โต้โผใหญ่ในการสนับสนุนให้ประชาชนร่วมกันออกมาสนับสนุนร่างกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ แน่นอนว่าย่อมเป็นมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพและ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ออกมารณรงค์ให้สังคมรับรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ และความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายเพื่อปกป้องอนาคตของชาติให้พ้นจากพิษภัยของควันร้ายทำลายสุขภาพนี้
ที่ต้องประกาศสู้ศึกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเช่นนี้ ก็เพราะฝั่งบริษัทยาสูบข้ามชาติต่างใช้เล่ห์กล ในการออกอุบายให้สมาคมชาวไร่ยาสูบ และสมาคมการค้ายาสูบออกมาเป็นฉากบังหน้าในการเคลื่อนไหวคัดค้านการออกกฎหมาย โดยอ้างว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบ และร้านค้ารายย่อยจำนวนมาก
ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น สสส. ภาคีเครือข่าย นักวิชาการต่างๆล้วนออกมายืนยันแล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง โดย ผศ.ดร.ลักขณาเติมศิริกุลชัย อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ย้ำว่า ไม่มีบทบัญญัติใดในกฎหมายเกี่ยวข้องกับชาวไร่ยาสูบเลย โดยความเป็นจริงแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของยาสูบที่ปลูกในเมืองไทยนั้นเป็นการปลูกเพื่อส่งออกเมื่อลงไปพูดคุยกับสมาคมชาวไร่ยาสูบในจังหวัดภาคเหนือที่ขึ้นป้ายคัดค้านก็พบว่า บริษัทบุหรี่สนับสนุนเงินเป็นแพ็กเกจสำหรับเคลื่อนไหวคัดค้าน รวมถึงขึ้นป้ายตามริมถนนในหลายจังหวัด ซึ่งบางส่วนเมื่อทราบข้อเท็จจริงเรื่องกฎหมายก็ได้เอาป้ายลงแล้ว
นี่เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า มีความพยายามในการล้มร่างกฎหมายดังกล่าว แม้กระทั่งทำเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯก็สั่งการให้ สธ.ชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาคมชาวไร่ยาสูบและสมาคมการค้ายาสูบ แต่สุดท้ายเพื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็เห็นชัดว่าฝั่งสมาคมฯนั้นตั้งธงไว้ชัดเจนว่าต้องการล้ม พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้โดยต้องการให้ สธ.ถอนร่างกฎหมายออกมาจากการพิจารณา
เรื่องนี้นับเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในสังคมต้องรับรู้และพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงต่างๆ คืออะไร การมีกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อปกป้องเยาวชน ปกป้องสุขภาพของคนที่ไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่จริงแท้แล้วเป็นผลดีหรือไม่เพราะจากข้ออ้างดังกล่าวนั้นจะเห็นได้ชัดว่าสวนทางกันกับตัวแทนผู้ค้าปลีกอีกรายอย่าง น.ส.วิยะดา แดนตะเคียน อย่างเห็นได้ชัด
โดย น.ส.วิยะดา ระบุว่า กลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ พบว่า มีการให้ซองขนาดเล็กเพื่อใช้แบ่งขายมาด้วยทุกครั้ง ซึ่งหากร้านโชห่วยแบ่งขายจะได้กำไรเพิ่มขึ้น เป็นซองละ 20 บาท จากปกติที่ได้กำไรซองละไม่กี่สตางค์ ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่มักซื้อแบบปลีกมีแต่กลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากมีกำลังซื้อน้อยกว่า แต่กลับตกเป็นเหยื่อของบริษัทบุหรี่ กลายเป็นนักสูบหน้าใหม่ในที่สุด โดยร้านค้าของชำหากขายตามที่กฎหมายฉบับใหม่กำหนด เชื่อว่าไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่มาซื้อเพื่อเลิกบุหรี่แต่อย่างใด
ขณะนี้ สสส.และภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้เร่งสร้างการรับรู้และข้อเท็จจริงไปสู่ประชาชน อย่างเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ลานสยามสแควร์วัน ตัวแทนจาก 700 องค์กร ต่างก็ออกมาประกาศสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ และมีการลงชื่อร่วมสนับสนุนแล้วกว่า 1.18 แสนราย
ขณะที่อีกแคมเปญหนึ่งที่แม้จะยังไม่มีการรณรงค์อย่างเป็นทางการ แต่ก็เริ่มมีคนนำไปใช้แล้วก็คือ การเขียนป้ายสนับสนุนกม.ควบคุมยาสูบ พร้อมถ่ายรูปอัพขึ้นบนสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กอินสตาแกรม โดยการติดแฮชแท็กว่า #ต้านบุหรี่ ซึ่งขณะนี้ก็มีทั้งกลุ่มคนรักสุขภาพ แวดวงหมอและสาธารณสุข รวมไปถึงศิลปินดาราก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหวบ้างแล้ว

หากคิดว่าตัวเองเป็นอีกคนหนึ่งที่คิดว่าบุหรี่เป็นพิษร้ายทำลายสุขภาพและการออกกฎหมายฉบับใหม่สามารถช่วยปกป้องตัวเองและเยาวชนได้ ก็มี 2 กิจกรรมให้เลือกสรรร่วมสนับสนุนตามแต่ที่เห็นชอบ

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน บุหรี่/ยาสูบ/เหล้า และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร