ปิดจุดอ่อน-เสริมจุดแข็งปฏิรูปธรรมนูญสุขภาพ

บ้านเมือง ฉบับวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558
นางอรพรรณ ศรีสุขวัฒนา รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการทบทวนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2552 ครั้งที่ 1 เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้มีการนำเสนอภาพรวมของกระบวนการทบทวนธรรมนูญฯ และข้อสรุปของนักวิจัย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของการแยกธรรมนูญออกจาก พ.ร.บ.ในการทำธรรมนูญฯ ตามที่ น.พ.บรรลุ ศิริพานิช ประธานยกร่างฯ ได้ประกาศให้ธรรมนูญฯ มีสถานะเป็นเจตจำนงและพันธะร่วมของสังคม ซึ่งทุกฝ่ายจะนำไปเพื่อใช้ในการอ้างอิงและการปฏิบัติ ความสำเร็จการขับเคลื่อนคือ ธรรมนูญสุขภาพระดับพื้นที่ ซึ่งนำไปขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไปได้เป็นกติกาหรือข้อตกลงร่วมกับชุมชน เขียนแล้วจับต้องได้ ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ มีการกำหนดกลไกเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
ด้านกระบวนการทบทวนธรรมนูญฯ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การจัดทำโครงการศึกษาและทบทวนความรู้จากกระบวนการขับเคลื่อนและใช้ประโยชน์จากธรรมนูญฯ ใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การประเมินและทบทวนแนวคิดการนำธรรมนูญฯ ไปใช้ในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพในสังคมไทย 2.การทบทวน ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ รวมถึงโอกาสและภัยคุกคามของแต่ละหมวดในธรรมนูญฯ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และ 3.การวิเคราะห์และจัดทำภาพอนาคตของระบบสุขภาพในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ทั้ง 3 เรื่องได้จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มและเผยแพร่เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
“สช.ได้ดำเนินงานในลักษณะกลุ่ม คณะทำงาน ใน 3 ลักษณะคือ 1.กระบวนการประชาเสวนาหาทางออก จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าฯ เพื่อตอบโจทย์ภาพอนาคตของระบบสุขภาพไทยในมุมมองของประชาชน โดยกำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 5 เวที 4 ภาค ได้แก่ วันที่ 19-20 ม.ค. เวทีภาคกลางที่ รร.ริเวอร์แคว จ.กาญจนบุรี วันที่ 22-23 ม.ค. เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ รร.กิจตรง จ.อุบลราชธานี วันที่ 26-27 ม.ค. เวทีภาคเหนือที่ รร.แกรนด์ฮิล จ.นครสวรรค์ วันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. เวทีภาคใต้ที่ รร.ร้อยเกาะ จ.สุราษฏร์ธานี และ วันที่ 17 ก.พ. ที่ รร.เซนทาราศูนย์ราชการ กรุงเทพฯ โดยมีโจทย์ว่าต้องการระบบสุขภาพในอนาคตเป็นอย่างไร เพราะอะไรถึงอยากให้เป็นอย่างนั้น ทำอย่างไรถึงจะได้ภาพนั้น และใครเป็นคนทำ”
ด้าน น.พ.ณรงค์ศักดิ์ อังคสุวะพลา ประธานคณะกรรมการทบทวนธรรมนูญฯ กล่าวว่า ภาพของธรรมนูญฯ ฉบับเก่า คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการ ว่าเมื่อเราทำไปผู้คนที่ร่วมเดินและสังคมส่วนใหญ่ จะสะท้อนภาพกลับมาว่าเขาอยากเห็นอะไร นี่คือความสวยงามของกระบวนการมีส่วนร่วมที่เป็นภาพใหญ่ นำสิ่งที่เขาต้องการจะเห็นมาเรียบเรียงและเชื่อมกับผลการวิจัย สรุปเป็นยุทธศาสตร์และข้อเสนอต่างๆ ในการทบทวนธรรมนูญฯ
ขณะที่ น.พ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการสช. กล่าวว่า การทบทวนธรรมนูญสุขภาพในรอบ 5 ปี ถือเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งในการรีฟอร์ม นับเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นร่วมกัน ข้อดีคือธรรมนูญฯ ต่างจากกฎหมาย หากเกิดปัญหาหรือใช้ไม่ได้ผล ก็สามารถปรับโดยหาการมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิรูป ภาพความสำเร็จที่เกิดจากธรรมนูญฯ ระดับพื้นที่เกิดขึ้นมากมาย เกินความคาดหมาย นี่คือไดนามิคซีตี้ เป็นมุมมองในด้านบวก ที่น่าจะวิเคราะห์และมีการส่งเสริมให้เกิดการเขียนแบบนี้ ในกฎหมายอื่นในลักษณะรีฟอร์ม เพื่อให้มีกระบวนการทำงานต่อเนื่อง เหมาะสมและพัฒนาต่อยอดต่อไปได้ตามยุคสมัย
“การทำวิจัยในการทบทวนธรรมนูญฯ จะช่วยปิดจุดอ่อนเสริมจุดแข็ง มีสาระสำคัญ ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมและเน้นการมีส่วนร่วม และหลังจากกระบวนการทบทวนได้ข้อสรุป เพื่อจัดทำแผนและเสนอร่างเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ ก็นำเสนอเข้าสู่กระบวนการรายงานต่อสภาฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นส่วนประกอบของกฎหมาย ที่มีผลผูกพัน 2 ส่วนคือ 1.ผูกพันหน่วยงานของรัฐ 2.นำไปใช้อ้างอิงในการทำงานของหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นความงามที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกฎหมายใดมาก่อน ถือเป็นการปฏิรูปแบบกัลยาณมิตร โดยการเรียนรู้ร่วมกัน”

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ธรรมนูญสุขภาพ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร