ชงบรรจุธน.ใหม่ทำ”เอชไอเอ”กิจการ”พลังงาน-แร่-เอฟทีเอ”

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558
สช.-สจรส.จัดประชุมวิชาการ ประเมิน ผลกระทบสุขภาพปี 57 เสนอใช้ “เอชไอเอ” ในกิจการพลังงาน เหมืองแร่ เอฟทีเอ พร้อมยกระดับประเมินนโยบายสาธารณะแบบรายโครงการสู่การประเมินเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทุกมิติ เตรียมเสนอ สปช. บรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.มอ.) จัดการประชุมวิชาการ การประเมินผลกระทบ ทางสุขภาพ (HIA Conference) ประจำปี พ.ศ.2557 หัวข้อเรื่อง “ผลกระทบของกระบวนการ ประเมินผลกระทบทางสุขภาพ”
นพ.วิพุธ พูลเจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย จำเป็นต้องมีกลไกในการประเมินนโยบายของภาครัฐ ในการสร้างผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร เช่น นโยบายส่งเสริมการทำเหมืองแร่ เหมืองทองคำ แม้ว่าในอดีตจะสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก แต่ไม่เคยมีการประเมินถึงความคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อมหรือสุขภาวะของชาวบ้าน ที่ต้องสูญเสียไป ตลอดระยะเวลาที่ภาครัฐให้สัมปทาน
ดังนั้น การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ในแต่ละโครงการ จึงเป็นกลไกดูแลสุขภาพของประชาชนและลดผลกระทบทางสังคม เพิ่มเติมจากเดิมที่มุ่งเน้นการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีเอสไอเอ) เพียงอย่างเดียว
ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบ กำลังผลักดันเครื่องมืออื่นๆ เข้ามาเสริม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) จะช่วยให้การประเมินผลกระทบครอบคลุมไปถึงศักยภาพและข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อมในเชิงพื้นที่ด้วย หรือกลไกใหม่ในการประเมินผลกระทบทางสังคม เป็นต้น
ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการ สจรส. กล่าวว่า เวทีการประชุมวิชาการครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนและพัฒนากระบวนการการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น สอดคล้องตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่คุ้มครองสิทธิของชุมชนจากนโยบายสาธารณะ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ และในรัฐธรรมนูญ ปี 50 ที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 67 วรรค 2 กำหนดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพร่วมกับการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ)
“การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ถือเป็นเครื่องมือทางสังคม ที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน และใช้ความรู้ทางวิชาการประกอบในการประเมินผลกระทบสุขภาพทุกมิติ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง ก่อนที่ภาครัฐจะกำหนดนโยบายหรือตัดสินใจดำเนินโครงการ” ผศ.ดร.พงค์เทพ กล่าว
ผศ.ดร.พงค์เทพ กล่าวว่า แนวทางการทำเอชไอเอในช่วงที่ผ่านมายังมีข้อจำกัด ทำให้กลไกการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาวะชุมชน ดำเนินการได้ไม่เต็มที่ และไม่สอดคล้องกับบริบทใหม่ของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป จำเป็นต้องพัฒนากลไกให้ดีขึ้น
อีกทั้งที่ผ่านมา ได้มุ่งเน้นแต่การประเมินผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเฉพาะรายโครงการหรือกิจกรรม โดยขาดการมองภาพรวมของนโยบายและข้อจำกัดของพื้นที่ เช่น กรณีของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในจังหวัดต่างๆ ซึ่งสุดท้ายภาครัฐก็อนุมัติการก่อสร้าง
ขณะนี้มีการผลักดันแนวคิดใหม่ คือ การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในเชิงนโยบายและการมองภาพรวมถึงศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งเป็นกลไกที่ครอบคลุมนโยบายของภาครัฐ เป็นที่มาของการเกิดโครงการและกิจกรรมต่างๆ เช่น นโยบายพลังงานในภาพรวมของประเทศ นโยบายการผลิตไฟฟ้า นโยบายการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ (เหมืองแร่) นโยบายในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หรือ นโยบายรวม 3 กองทุนประกันสุขภาพ คือ กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะเกิดให้ ผลกระทบต่อระบบสุขภาพของประชาชนอย่างไร
โดยในครั้งนี้ มีการทำงานวิชาการโดยการพัฒนาข้อเสนอการประยุกต์ใช้เอชไอเอในนโยบายสาธารณะที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน คือ 1.นโยบายพลังงานของประเทศไทย 2.การจัดการทรัพยากรสินแร่ และเหมืองแร่ของประเทศไทย และ 3.กระบวนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (FTA) รวมทั้งข้อเสนอกลไกและกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่เป็นเครื่องมือสำคัญอันหนึ่งในการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งทางสถาบันฯ จะนำข้อมูลที่ได้ข้างต้น เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณาให้ บรรจุเป็นสาระสำคัญในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เหมืองทองคำที่เลย และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร