ยกเครื่อง EIA & EHIA ชง สปช.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์

2-2-2558 15-46-44

ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 02 – 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
นโยบายการลงทุนภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ทั้งโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า สัมปทานน้ำมัน เหมืองแร่ เหมือง หรือนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ แม้ด้านหนึ่งช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่อีกด้านได้สร้าง “บาดแผล” แก่ชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่รุนแรง
ทรัพยากรที่สูญเสียไป เหลือทิ้งไว้แต่อัตราการเจ็บป่วย พิการ และเสียชีวิต ในหลายพื้นที่มีการถอดบทเรียนเป็นตัวอย่างมากมาย อาทิ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, โครงการเหมืองแร่สังกะสี ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก, โครงการเหมืองแร่ทองคำ ที่ จ.พิจิตร ฯลฯ
แม้ภาครัฐจะสร้าง “เครื่องมือ” ในการประเมินผลกระทบที่เข้มแข็งมากขึ้น อาทิ การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (EIA) หรือการประเมินผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) ภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แต่ด้วยข้อจำกัดจำนวนมาก ทำให้การประเมินไม่สามารถไปถึงเป้าหมาย
สารพัดจุดอ่อน EIA-EHIA มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การทำ EIA และ EHIA ที่ไร้ผล ส่วนหนึ่งเพราะถูกครอบงำจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ หรือบริษัทที่ปรึกษาซึ่งถูกว่าจ้างโดยผู้ลงทุน อีกส่วนคือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการชี้ชะตาอนาคตของตัวเองว่า จะเห็นด้วยกับโครงการลงทุนหรือไม่ รวมถึงการถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ในการจัดเวทีประชาพิจารณ์อย่างรอบด้าน สุดท้ายกลายเป็นวิกฤตความเชื่อมั่น
ปัญหาดังกล่าวทำให้มีความพยายามในการขับเคลื่อนผ่านการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment : HIA) ตามมาตรา 11 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่กำลังถูกโฟกัสจากเครือข่ายภาคประชาสังคมและหน่วยงานที่ดูแลสุขภาพของประชาชน ว่าจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ชุมชนในพื้นที่ สามารถฝากผีฝากไข้ไว้ได้หรือไม่
โดยชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายสาธารณะและโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของภาครัฐ สามารถร้องขอใช้สิทธิ์ในการให้มีการทำ การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ หรือ HIA ขึ้นได้ตามกฎหมาย และขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หน่วยงานที่กำกับดูแล พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำลังมีการเสริมเขี้ยวเล็บ ให้ HIA มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิประชาชนมากยิ่งขึ้น
ชงประเมินระดับยุทธศาสตร์ ในเวทีวิชาการ การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA Conference) ประจำปี พ.ศ. 2557 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.มอ.) เมื่อวันที่ 26-27 มกราคมที่ผ่านมา ได้สะท้อนความเห็นมากมายถึงข้อจำกัดในการประเมิน EIA และ EHIA ที่ไปไม่ถึงเป้าหมาย และพยายามผลักดันให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพิ่มรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environment Assessment : SEA) ครอบคลุมบริบทสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมในแต่ละพื้นที่ โดยโครงการไม่ต้องเสียเวลาทำ EIA/HIA หากรายงาน SEA พบไม่เหมาะสม
ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการผลักดันแนวคิดใหม่ในการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) เป็นการประเมินความเป็นไปได้ทางด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ สังคม และวิศวกรรม ภายใต้ กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลสนับสนุนการลงทุนในแต่ละพื้นที่มีความรอบคอบ รอบด้าน และห่วงใยสุขภาพของประชาชน มากยิ่งขึ้น ก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
หากมีพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้มีการจัดทำ SEA และพบว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับทำเกษตรกรรมเท่านั้น รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เกิดโครงการด้านเกษตรเท่านั้น ปฏิเสธการลงทุนด้านอุตสาหกรรมหนัก หรือโครงการที่อาจจะมีผลกระทบรุนแรง โดยเอกชน หรือรัฐบาลเองจะได้ไม่ต้องเสียเวลา หรือเสียงบประมาณในการทำ EIA และ HIA
“การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 14 ปีแล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังมีอุปสรรค และไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ถึงเวลาแล้วที่จะควรมีการยกระดับ HIA ให้ทำหน้าที่คุ้มครองสุขภาวะของชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้งขับเคลื่อน HIA ในประเด็นสำคัญ อย่างพลังงาน ทรัพยากรสินแร่ และเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”
ขยายความร่วมมืออาเซียนนายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพ กล่าวว่า การประเมินผลกระทบ สุขภาพ ในแต่ละโครงการเป็นกลไก ดูแลสุขภาพของประชาชนและลดผลกระทบ ทางสังคม เพิ่มเติมจากเดิมที่มุ่งเน้นการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เพียงอย่างเดียว และขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบ กำลังผลักดันเครื่องมืออื่น ๆ เข้ามาเสริม อาทิ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ จะช่วยให้การประเมิน ผลกระทบครอบคลุมไปถึงศักยภาพและ ข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อมในเชิงพื้นที่ด้วย หรือกลไกใหม่ในการประเมินผลกระทบทางสังคม เป็นต้น
และล่าสุดอยู่ระหว่างการทำงานวิชาการร่วมกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างฐานความรู้ในการประเมินผลกระทบ ต่อสุขภาพ เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่บางโครงการ เชื่อมโยงพื้นที่หลายประเทศ อาทิ การทำเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง หรือการผลิตไฟฟ้าจากลาว เพื่อส่งมาขายยังประเทศไทย เป็นต้น โดยเรื่องนี้จะมีการจัดประชุมอย่างเป็นทางการ ในระดับวิชาการของอาเซียนช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
กมธ.รับลูกสู่รัฐธรรมนูญใหม่ด้าน ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เสียงสะท้อนจากหลายภาคส่วน ต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องการให้คงหมวดสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ตามที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะสาระสำคัญในส่วนของสิทธิชุมชน มาตรา 66 และมาตรา 67 วรรคสอง ขณะเดียวกันมีข้อเสนอกลไกเพิ่มเติม ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA เพื่อให้ครอบคลุมไปถึงแผนงาน ศักยภาพ และข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ด้วย รวมถึงให้มีการกำหนดสิทธิพลเมืองมีส่วนร่วมแสดงความเห็น และตัดสินใจอย่างแท้จริง
ภาคประชาสังคมมีความหวัง
นางวัชราภรณ์ วัฒนขำ ตัวแทนภาคประชาสังคม จังหวัดเลย ในฐานะเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบโครงการเหมืองแร่ กล่าวว่า การประเมินผลกระทบทางสุขภาพในช่วงที่ผ่านมา ถูกนำไปผูกโยงกับกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพื่อเดินไปสู่การอนุมัติหรืออนุญาตเท่านั้น และยังอยู่ภายใต้การดำเนินการของบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งถูกว่าจ้างโดยเจ้าของโครงการ ทำให้กระบวนการประเมินผลกระทบ ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่มาแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง อีกทั้งมีการใช้เครื่องมือ และคนของรัฐ อาทิ ทหาร ตำรวจ เข้ามาดูแลในช่วงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น สกัดกั้นผู้ต่อต้านโครงการ เพื่อทำให้การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นผ่านไปด้วยดี
นอกจากนี้ เห็นควรให้มีคนกลางเข้ามา ทำหน้าที่ กำหนดขอบเขตการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมทั้งควรจัดตั้งคณะกรรมการในระดับพื้นที่ มาจากภาครัฐในส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในชุมชน ทำหน้าที่อนุมัติหรืออนุญาตโครงการ และติดตามผลกระทบต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เสียงของประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง และยังทำให้การแก้ไขปัญหามลพิษเป็นไปอย่างรวดเร็ว

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HIA และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร