คอลัมน์ คอฟฟี่เบรค: ศก.พอเพียงอุปสรรคการพัฒนาประเทศ?

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
สินีพรมฤคพิทักษ์ เรื่อง/ภาพ
คราวที่ไปงานประชุมวิชาการ การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA Conference) ประจำปี พ.ศ.2557 เรื่องผล กระทบของกระบวนการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ บอกตามตรงว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่านอกจาก EIA แล้ว ยังมีการผลักดันให้พิจารณา HIA (Health Impact Assessment) ประกอบด้วย
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) บรรยายปิดในหัวข้อ “HIA เครื่องมือเพื่อการปฏิรูปประเทศ” มีความตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยเริ่มกำหนดเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ไว้ในกฎหมายตั้งแต่ปี 2550 ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550
หลังการรัฐประหารครั้งที่สอง ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 ประเทศไทยเข้าสู่ยุคพัฒนาการ มีการตั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ เมื่อปี 2502 เกิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2504 และว่าแนวคิดสำคัญของการพัฒนาตามแนวทางของโลกตะวันตก นำโดยธนาคารโลกก็คือจะต้อง “ขจัด” อุปสรรคสำคัญของการพัฒนา
โลกตะวันตกมองว่าหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา ที่สอนให้คนสันโดษ และไทยโดยมากมีวิถีชีวิตตามแนวทางที่ปัจจุบันเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง ทำเพียงพออยู่พอกิน เป็นตัวขัดขวางการพัฒนา
จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์หัวหน้ารัฐบาลและคณะปฏิวัติจึงส่งสารถึงคณะสงฆ์ ในการประชุมพระสังฆาธิการทั่วประเทศ เมื่อ พ.ศ.2503 ซึ่งเรียกว่าการประชุมสัมมันตนาพระคณาธิการทั่วพระราชอาณาจักร มีข้อความตอนหนึ่งดังนี้
“นี่เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลและกระผมเองร้องขอ เพราะเหตุว่าพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีอยู่ทุกทาง ที่สามารถจะเลือกเอามาสอนหรือจูงใจให้คนประพฤติปฏิบัติ มีคำสอนให้คนมักน้อย สันโดษ ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากได้อะไร อย่างที่เคยสอนกันว่าไม่จำเป็นต้องขวนขวาย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ คำสอนอย่างนี้อาจจะเหมาะสำหรับกาลสมัยหนึ่ง แต่จะไม่เหมาะสำหรับสมัยปฏิวัติ ซึ่งต้องการความขวนขวายหาทางก้าวหน้า จำต้องเลือกสรรเอาธรรมะที่สอนให้มีวิริยอุตสาหะขยันหมั่นเพียร ประกอบสัมมาชีพ ไม่ประมาท ไม่หวังพึ่งคนอื่น พึ่งแต่ตัวเอง และความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจเหล่านี้ ซึ่งกระผมเข้าใจว่ามีพุทธภาษิตอยู่มากหลาย ที่จะนำมาสอนได้ จึงใคร่ขอร้องคณะสงฆ์ให้พยายามสอนคนไปทางนี้ จะเป็นการช่วยแผนการเศรษฐกิจ และงานทุกอย่าง ที่รัฐบาลปฏิวัติกำลังทำอยู่ โดยมุ่งความวัฒนาถาวรของประเทศ ซึ่งจะเป็นความวัฒนาถาวรทางพระศาสนาเอง”
นพ.วิชัย ตั้งข้อสังเกตว่านี่คือจุดหักเหสำคัญที่ทำให้คนไทย เปลี่ยนแนวชีวิตจากเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็น “ไม่พอเพียง” จนกระทั่งปัจจุบัน
“ต้นคิดคือซีไอเอ พบว่าคนไทยไม่มีทางพัฒนาถ้าคนยังพอเพียง มันจะต้องล้างความคิดนี้ให้ได้ การไม่ดิ้นรน ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นทุนนิยม หรือวัตถุนิยมได้” ก่อนสรุปปิดท้ายว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยพัฒนาโดยขาดสมดุล ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือ EIA และ HIA เพื่อป้องกันและลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คน ภาระสำคัญเฉพาะหน้าคือ ต้องติดตาม เฝ้าระวัง ผลักดัน ให้รัฐธรรมนูญที่กำลังร่างออกมา ต้องยืนยันสาระสำคัญของ HIA ไว้ไม่น้อยกว่าที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HIA และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร