คอลัมน์ สร้างสุข: ร่าง พรบ.คู่ชีวิตประตูสู่ความเท่าเทียม

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ด้วยความหลากหลายและสังคมที่ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเสรีภาพ มิติของประชากรโลกเองนั้นก็เกิดความเปลี่ยนแปลง และมี ความแตกต่างหลากหลายมากขึ้น กลุ่มประชากรที่มีความหลากหลาย ทางเพศ ถือเป็นหนึ่งกลุ่มคนที่สังคมกำลังผลักดันให้พวกเขาได้มี ความเท่าเทียม และมีพื้นที่ที่สามารถแสดงสิทธิของตนเองได้ไม่ต่าง จากบุคคลเพศอื่นๆ
ในต่างประเทศ มีการร่างและใช้กฎหมายเพื่อความเท่าเทียมกันทางเพศ ของบุคคลเพศทางเลือก มีการอนุญาตให้แต่งงานกัน และใช้สิทธิพื้นฐานของประชาชนได้อย่างเสมอภาค เช่นเดียวกัน ในประเทศไทยแม้จะยังไม่มีกฎหมายที่ถูกตราขึ้นอย่างเป็น รูปธรรม แต่หลายฝ่ายกำลังขับเคลื่อนให้เกิดการทำงานเพื่อการปฏิรูปกฎหมายในประเด็นนี้อย่างเป็นรูปธรรม
มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความเสมอภาคระหว่างเพศในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเสวนา “ร่างพรบ.คู่ชีวิต ฉบับภาคประชาชน ถึงไหน อย่างไร จะผ่านหรือไม่?”เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการจัดทำร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ฉบับภาคประชาชนต่อสาธารณชนและนักกิจกรรมด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ สร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการผลักดันร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ฉบับภาคประชาชนในขั้นตอนต่อไป คุณ พงศ์ธร จันทร์เลื่อน รองประธานมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า ชุมชนจะเข้มแข็งได้ จะต้อง เกิดจากการที่ประชาชนในชุมชนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนด้วยตนเอง คณะทำงานขับเคลื่อนด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิพื้นฐานและความเท่าเทียมกันในสังคม ซึ่งถือเป็นสิทธิของมนุษยชน ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการรับรอง โดยการรวมตัวกันเพื่อทำให้ พรบ. คู่ชีวิตเกิดขึ้นได้จริง
ในขณะที่ คุณฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ อธิบายเพิ่มเติมว่า ร่างพรบ. คู่ชีวิต มี 2 ฉบับ คือ ฉบับของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฏร จัดทำร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเรียกว่า ฉบับกรมคุ้มครองสิทธิฯ และ ฉบับภาคประชาชน ซึ่งองค์กรที่ทำงานประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศร่วมจัดทำขึ้นมา โดยมีมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ เป็นองค์กรในการประสานงาน
ส่วนสาเหตุที่ต้องมีร่างภาคประชาชนขึ้นมา เป็นเพราะร่างของกรมคุ้มครองสิทธิฯ ยังไม่ครอบคลุมคนที่มีความหลากหลาย ทางเพศ และบางมาตราก็เลือกปฎิบัติมากกว่าจะคุ้มครองเพื่อความเท่าเทียม เช่น พรบ.ฉบับกรมคุ้มครองสิทธิฯ กำหนดให้ จดทะเบียนได้เฉพาะคนเพศเดียวกัน ขณะที่คนข้ามเพศที่ไม่ได้นิยามว่าตัวเองเป็นคนรักเพศเดียวกัน ก็จะไม่สามารถจดทะเบียนได้ หรือฉบับกรมคุ้มครองสิทธิฯ กำหนดให้จดทะเบียนได้เมื่ออายุ 20 ปี ทั้งที่ตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 สามารถ จดทะเบียนได้เมื่ออายุ 17 ปี โดยมีผู้ปกครองให้การยินยอม เป็นต้น
“นอกเหนือจากต้องเร่งผลักดันทางด้านกฎหมายให้ครอบคลุมสิทธิของทุกคนแล้ว การสร้างพื้นฐานความเข้าใจต่อสังคมและบุคคลทั่วไป ก็เป็นอีกหนึ่งงานเร่งด่วนที่ต้องผลักดัน ทั้งการลงพื้นที่ และการจัดเวทีเสวนาต่างจังหวัด เดินหน้าสร้างความเข้าใจต่อสังคมไทย ที่ยังมองว่ากลุ่มหลากหลายทางเพศคือ ผู้ผิดปกติที่ไม่สามารถสร้างครอบครัวได้ ทั้งหมดจึงต้องใช้เวลาพิจารณา ร่างกฎหมายอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดการบังคับใช้จริงในอนาคต” ฉันทลักษณ์ กล่าว
ร่าง “พรบ.คู่ชีวิต” ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความเข้าใจให้สังคม และเหล่า “คนรักเพศเดียว” ได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม และจะเป็นประตูบานใหม่ให้กับ สังคมไทย ที่ทุกฝ่ายเฝ้าจับตามอง

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย, ระบบสุขภาพ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร