คอลัมน์ หมายเหตุประชาชน: แร่ใยหิน จำเป็นต้องยกเลิกหรือไม่???

Untitledเดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ทีมเดลินิวส์ 38 article@dailynews.co.th
แร่ใยหิน เป็นแร่ที่เกิดตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นผลึกเส้นใยยาว สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ แอมฟิโบล และเซอร์เพนไทน์ สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 6 ชนิด โดยกลุ่ม แอมฟิโบล แบ่งย่อยออกได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่ ครอซิโดไลท์, อะโมไซท์, ทรีโมไลท์, แอนโธฟิลไลท์ และแอคทิโนไลท์ ส่วนกลุ่ม เซอร์เพนไทน์ มีชนิดเดียว คือ ไครโซไทล์ หรือไวท์ แอสเบสทอส หรือที่เราเรียกว่าแร่ใยหินสีขาว
ด้วยคุณสมบัติทนความร้อน ทนไฟ ทนทานต่อสารเคมี มีเส้นใยที่แข็งและเหนียว แร่ใยหินจึงได้รับความนิยมใช้ในอุตสาหกรรมหลายแขนง ผลิตภัณฑ์ที่พบได้ทั่วไป เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องแผ่นเรียบ ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรก คลัตช์ ท่อน้ำซีเมนต์ และกระเบื้องยางไวนิลปูพื้น เป็นต้น
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา “แร่ใยหิน” เป็นข้อถกเถียงของคนในสังคมไทยมาโดยตลอด ทั้งเรื่องของอันตราย และเรื่องที่จะยกเลิกการใช้แร่ใยหิน
ล่าสุด “แร่ใยหิน” ได้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้กลับไปทบทวนเรื่องการขึ้นทะเบียนแร่ใยหินเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนถึงผลดี ผลเสีย และแนวทางเยียวยาแก้ไขถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ตามหลักฐานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
เนื่องจากการพิจารณาในเบื้องต้นเห็นว่า หากกำหนดให้แร่ใยหินเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 จะทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนอย่างกว้างขวาง
โดยคณะรัฐมนตรีเห็นว่าควรดำเนินการไปตามแนวทางมติ ครม.เดิมที่ให้กำหนดให้มีกรอบเวลาการยกเลิกนำเข้าแร่ใยหินภายใน 2-5 ปี ตามชนิดของผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มแรกกระเบื้องแผ่นเรียบและกระเบื้องยางปูพื้น ให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 2 ปี และกลุ่มที่ 2 กลุ่มกระเบื้องมุงหลังคา ผ้าเบรก คลัตช์ และท่อซีเมนต์ใยหิน กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 5 ปี แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่จะต้องหาวัสดุอื่นมาทดแทนได้ในเชิงพาณิชย์
หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว อยากให้มีการประกาศให้แร่ใยหินเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามนำเข้า ส่งออกผลิต จำหน่าย และมีไว้ในครอบครองอย่างเด็ดขาด แต่ก็มีอีกหลายฝ่ายที่เห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าหน่วยโรคปอด โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กล่าวว่า “ผมได้เรียนรู้เรื่องอุบัติการณ์การ เกิดโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด malignant mesothelioma ที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหินth ใน 3 ประเทศที่งานประชุม 19 Asian 3acific 6ociety of 5espirology 2014 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย พบว่า ปัจจุบันสหรัฐอเมริกายังมีคนป่วยด้วยโรคดังกล่าว ประมาณ 2,500 คนต่อปี ญี่ปุ่น 1,400 คนต่อปี เกาหลีใต้ 50 คนต่อปี ทั้งที่ 3 ประเทศได้หยุดใช้แร่ใยหินทุกชนิดแล้ว ขณะที่ประเทศไทยยังใช้แร่ใยหินต่อเนื่องนานกว่า 40 ปี แต่กลับพบผู้ป่วยไม่เกิน 10-15 คน ไม่ใช่ 1,295 คนต่อปี อย่างที่กลุ่มต่อต้านต้องการยกเลิกแร่ใยหินพยายามนำเสนอ”
ในสหรัฐอเมริกา สมัยที่ใช้แร่ใยหินกลุ่มแอมฟิโบล อัตราการป่วยด้วยโรค malignant mesothelioma เคยสูงถึง 50 คนต่อสัดส่วนประชากร 1 ล้านคน และได้เลิกใช้แอมฟิโบล รวมทั้งแร่ใยหินทุกชนิดมานานเกือบ 15 ปีแล้ว ปัจจุบันยังมีคนป่วยด้วยโรคนี้ 2,500 คนต่อปี แบ่งเป็นผู้ชาย 2,000 คน ผู้หญิง 500 คน คิดเป็นอัตราส่วน 8 ต่อล้านคนของประชากรทั้งหมดในสหรัฐ
ญี่ปุ่นเคยใช้แร่ใยหินกลุ่มแอมฟิโบล และได้เลิกใช้แร่ใยหินทุกชนิด 15 ปีแล้ว แต่ยังมีผู้ป่วยโรค malignant mesothelioma 1,400 คนต่อปี คิดเป็นอัตราส่วน 10 ต่อล้านคน
ส่วนเกาหลีใต้เคยใช้ไครโซไทล์ ปัจจุบันเลิกใช้ 6 ปีแล้ว แต่ยังมีผู้ป่วยโรค malignant mesothelioma 20-100 คน เฉลี่ย 50 คนต่อปีในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาคิดเป็นอัตราส่วน 1 ต่อล้านคน ต่ำกว่าญี่ปุ่น 10 เท่า
สำหรับประเทศไทย ขณะที่เรายังใช้ไครโซไทล์ ต่อเนื่องนานกว่า 40 ปี คนไทยป่วยด้วยโรค malignant mesothelioma น้อยมากไม่น่าเกิน 10-15 คนต่อปี คิดเป็นอัตราส่วน 0.2 ต่อล้านคน ซึ่งต่ำกว่าเกาหลีใต้ 5 เท่า ทั้ง ๆ ที่เรายังใช้ไครโซไทล์อยู่ และต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ที่เลิกใช้แร่ใยหินทุกชนิดแล้ว ถึง 50 เท่า
“ประเทศไทยไม่ควรยกเลิกการใช้แร่ใยหิน แต่ควรควบคุมให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้คนทำงานกับแร่ใยหินได้รับอันตราย การจะเลิกใช้แร่ใยหินจะทำต้องคำนึงถึงทั้งด้านเศรษฐกิจ และด้านสุขภาพพร้อม ๆ กัน ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวย เราต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นแต่กลับได้สินค้า เช่น กระเบื้องมุงหลังคา ผ้าเบรกและท่อส่งน้ำที่อายุการใช้งานสั้นและคุณภาพต่ำลง อาจเกิดความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ถ้าต้องใช้สารอย่างอื่นทดแทนแร่ใยหิน เราไม่จำเป็นต้องทำตามประเทศที่ร่ำรวยหรือองค์การอนามัยโลกที่ให้ยกเลิกการใช้แร่ใยหิน มีอีกกว่า 100 ประเทศ ที่มีประชากรมากกว่า 2 ใน 3 ของโลกยังใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ในปัจจุบัน” นพ.มนูญ กล่าวสรุป.

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร