ไทยตั้งรับรัสเซียเรียกถกแร่ใยหิน ‘ดมิทรี’บินมาเอง-ขอคำชี้แจงคุมนำเข้าไครโซไทล์

Untitledประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 09 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2558
กระทรวงพาณิชย์หวั่น “แร่ใยหิน” ฉนวนเหตุ ข้อพิพาททางการค้าไทยรัสเซีย หากฝ่ายไทยไม่มีผลศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ชัดถึงอันตรายที่เกิดจากการใช้แร่ใยหินประเภท Chrysotile จนกระทบกับสุขภาพของประชาชน มีสิทธิ์เสี่ยงถูกรัสเซียฟ้ององค์การการค้าโลก WTO สุดท้ายมอบหมาย “หม่อมอุ๋ย” เป็นคนชี้แจงรัสเซีย ก่อน “ดมิทรี เมดเวเดฟ” เดินทางมาเยือนไทยในเดือนเมษายนนี้
ตามที่คณะกรรมการศึกษาและติดตามการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและนโยบายสุขภาพ (คจคส.) ได้รับทราบมติที่ประชุมเตรียมการ คณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-รัสเซีย ในประเด็นการค้าและการลงทุน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 โดยที่ประชุมเตรียมแจ้งต่อรัสเซียว่า ปัจจุบันไทยไม่มีแผนที่จะออกมาตรการห้ามนำเข้าแร่ใยหิน ไครโซไทล์ (Chrysotile) แต่อยู่ระหว่างศึกษารวบรวมข้อมูลผลกระทบอันตรายจากการใช้อย่างรอบด้าน
แหล่งข่าวจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 7-9 เมษายนนี้ นายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซียจะเดินทางเยือนประเทศไทย ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายรัสเซียจะหยิบยกขึ้นมาหารือ คือ ความกังวลที่ไทยจะออกประกาศห้ามนำเข้าแร่ใยหินไครโซไทล์ เพราะรัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตและ ส่งออกรายใหญ่ของโลก ในขณะที่ฝ่ายไทยยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนถึงอันตรายที่เกิดจากการใช้ไครโซไทล์อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ แร่ใยหิน (Asbestos) แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ Amphiboles กับ Serpentine ซึ่งกลุ่มนี้มี Chrysotile อยู่ด้วย โดยกลุ่มแรกได้ห้ามใช้โดยเด็ดขาดไปแล้ว ส่วนกลุ่มหลังตามกฎหมายไทย Chrysotile ถูกจัดอยู่ในประเภทวัตถุอันตรายชนิด 3 ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย 2535 การผลิต/นำเข้า/ส่งออก/ครอบครองต้องได้รับอนุญาต
“ล่าสุดฝ่ายไทยมอบให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี รวบรวม ผลศึกษา โดยตั้งคณะทำงานขึ้นมารวบรวมข้อมูลหารือกับรัสเซีย แต่ตอนนี้ไทยยังสามารถนำเข้าแร่ใยหินประเภทนี้มาใช้ได้ปกติ”
ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากกระทรวงสาธารณสุข ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ “แร่ใยหิน” ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา, เบรก/คลัตช์รถยนต์ จึงขอให้ประกาศห้ามใช้แร่ใยหินในอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยใช้ผลการศึกษาถึงอันตรายจากการใช้แร่ใยหินในต่างประเทศเป็นหลัก ส่วนกรณีที่เกิดในไทยมีผู้เสียชีวิต อาจจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากแร่ใยหินเพียง 5 คน ซึ่งพิสูจน์ผลกระทบไม่ชัดเจนหรืออาจเรียกว่า “ไม่มีนัยสำคัญ”
จนทางรัสเซีย “ไม่ยอมรับ” เพราะประชาชนแต่ละประเทศอาจจะมีภูมิต้านทาน หรือผลจากการใช้แร่ใยหินที่ต่างกัน ประเด็นนี้จึงนำมาสู่การหารือ โดยฝ่ายรัสเซียและไทยได้มีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ร่วมกัน ฝ่ายรัสเซียต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาและผลกระทบจากการใช้แร่ใยหินในอุตสาหกรรมเป็นเวลา 2 ปี
แหล่งข่าวกล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) มาตรา 20 อนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่จะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ถึงผลกระทบดังกล่าวประกอบการอ้างอิงเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล (International Standard) แต่กรณีทีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนไม่ใช่ของไทยเอง ทางรัสเซียอาจจะตีความว่า เป็นการใช้ มาตรการกีดกันการนำเข้า และส่งผลกระทบ ต่อรัสเซียในฐานะที่เป็นประเทศผู้ส่งออก แร่ใยหินรายสำคัญของโลก และอาจ นำไปสู่การยื่นฟ้องตอบโต้ไทยต่อองค์การการค้าโลก (WTO)
“ถ้าการห้ามนำเข้าอ้างอิงมาตรฐานที่เหนือกว่า เช่น ในกรณีที่ไทยจะอ้าง ผลศึกษาจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศ สามารถทำได้ แต่ต้องมีหลักฐานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีฟ้องร้องคล้ายกับกรณีของแคนาดาฟ้องฝรั่งเศส”
แหล่งข่าวกล่าวว่า การฟ้องตอบโต้กลับเป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึง แต่อีกเรื่องหนึ่งคือ ปัญหาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-รัสเซีย ในขณะนี้แม้ว่าจะเกิดปัญหาเศรษฐกิจในรัสเซียและปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับสหภาพยุโรป กระทั่งรัสเซียต้องคว่ำบาตรไม่นำเข้าสินค้าจากยุโรปส่งผลให้ประเทศผู้ส่งออกสินค้าในยุโรป เช่น โปแลนด์ เริ่มเดือดร้อน เพราะส่งออกแอปเปิลมาจำหน่ายรัสเซียไม่ได้ผลผลิตเสียหาย รัสเซีย จึงหันมานำเข้าสินค้าจากกลุ่มเอเชียรวมถึง ประเทศไทย จึงเป็นโอกาสในการเปิดตลาดส่งออกสินค้าสำคัญของไทย เช่น ไก่ อาหาร หรือแม้แต่ยางพาราที่รัฐบาลต้องการขายให้กับรัสเซียด้วย
“การพิจารณาเรื่องแร่ใยหิน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ต้องสร้างความสมดุลให้ได้ หากไม่มีผลศึกษาที่แน่ชัด แล้วนำมาตัดสินใจ ออกประกาศห้ามนำเข้า หรือกำหนดให้แร่ใยหินเป็นวัสดุอันตราย กระทบ ต่อรัสเซียแน่นอน การตอบโต้กลับเกิดขึ้นแน่นอน แล้วการส่งออกสินค้าอื่นจะเป็นอย่างไร เช่น ไก่สด รัสเซียต้องส่ง เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบโรงงาน หรือยางพารา ที่ไทยต้องการขายจะทำอย่างไร
หากไทยไม่รักษาความสัมพันธ์กับรัสเซีย ก็ต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐ และสหภาพยุโรปเรื่อยไป เมื่อมีปัญหากับ 2 ประเทศนี้ ไทยก็ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เพราะพึ่งพา เพียง 2 ตลาดส่งออกนี้”

บรรยายใต้ภาพ
แร่ใยหินยังอีกยาว – หลังจากมติ ครม.เมื่อหลายปีก่อนมีมติให้ประเทศไทยยกเลิกการใช้แร่ใยหินภายใน 2-5 ปี เพราะกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอผลศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีผลกระทบต่อสุขภาพก่อให้เกิดมะเร็งเยื่อหุ้มปอด และ ผลกระทบต่อคนไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใช้แร่ใยหินบางส่วน แต่ล่าสุดได้มีการสั่งให้ทบทวนการยกเลิกมติดังกล่าว

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร