‘แพทยสภา’ขยับต้านร่างพรบ.กองทุนคุ้มครองผู้ป่วย-แพทย์

มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาปัญหาการฟ้องร้องระหว่างแพทย์และผู้ป่วยมีจำนวนมาก ล่าสุดเพื่อประโยชน์ทุกฝ่าย คณะทำงานร่างกฎหมายของ สบส. ได้จัดทำร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้น แต่เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ร่าง พ.ร.บ.กองทุนคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข เพื่อให้ชัดเจนว่าจะเป็นกองทุนช่วยเหลือทั้งบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยกรณีได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข โดยจะไม่มีการพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด เน้นการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ที่ผ่านมาได้ผ่านการประชาพิจารณ์มาแต่ละภาค ทั้งการสอบถามในส่วนบุคลากรสาธารณสุข ประชาคมสาธารณสุข ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมาได้เชิญตัวแทนเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และตัวแทนภาคประชาชนมาหารือ เห็นด้วยกับตัวกฎหมายนี้ และในสัปดาห์หน้าจะเชิญตัวแทนสภาวิชาชีพต่างๆ มาเสนอความคิดเห็นก่อนจะประมวลและเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)” นพ.ธเรศกล่าว
ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ อุปนายกแพทยสภา กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วย หากจะตั้งกองทุนดังกล่าว เนื่องจากไม่มีความจำเป็น เพราะปัจจุบันมีมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ สามารถแก้กฎหมายขยายให้ครอบคลุมสามกองทุนสุขภาพภาครัฐได้ รวมทั้งขยายวงเงินจากปัจจุบัน 4 แสนบาท สามารถขยายให้ได้ถึง 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม วงเงินก็ไม่มากเท่ากับการมีกองทุน เพราะการตั้งกองทุนมาช่วยเหลือทุกสิทธิเช่นนี้ เป็นการสิ้นเปลืองงบ เพราะขั้นต่ำต้องใช้งบไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ไม่แตกต่างจากกองทุนต่างๆ ปัจจุบันที่มีอยู่ อย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใช้งบกว่าสามพันล้านบาท งบประมาณมหาศาล ขณะที่รัฐก็ยากจนอยู่แล้ว
“วันที่ 9 มีนาคม แพทยสภาจะแถลงข่าวจุดยืนในการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากไม่มีความจำเป็น และเรา ก็มีกฎหมายมาตรา 41 อยู่แล้ว ขณะที่ สปส.ก็มีความพยายามในการช่วยเหลือ ผู้ประกันตนกรณีรับผลกระทบ แบบนี้จะ ยิ่งซ้ำซ้อนหรือไม่” ศ.คลินิก นพ.อำนาจกล่าว

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน พรบ.คุ้มครองฯ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร