เปิดเทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์เริ่ม5ถึง19เม.ย.นี้ททท.ฝันคนเล่นน้ำทำเงินสะพัดหมื่นล.

Untitledบ้านเมือง ฉบับวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558
“บิ๊กตู่” ช่วยโปรโมท “เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” 5-19 เม.ย. ททท.ฝัน นทท.คนไทย-ต่างชาติร่วมสาดน้ำทำเงินสะพัด 14,500 ล. มท.ผุด 5 มาตรการคุมเข้มจราจรป้อง-ลดอุบัติเหตุ ทางด้าน ทบ.ผบ.ทบ.สั่งตั้งจุดบริการประชาชน 243 แห่งทั่วประเทศ ดูแล ปชช.ช่วงสงกรานต์ เน้นเส้นทางสายหลัก-หน้าค่ายทหาร เตรียมพร้อม รพ.สังกัด 24 ชั่วโมง เข้มชายแดน ป้องสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ สตช.การันตีไร้เหตุป่วนเมืองช่วงสงกรานต์ ท่องเที่ยวสบายใจ ทางด้าน ศวปถ.ห่วง 2 วันอันตรายสุดขีด “15-16 เม.ย.” เร่งรีบกลับเข้าเมืองกรุงทำอุบัติเหตุพุ่ง เหตุฉลองหนัก 3 วัน 3 คืน เสี่ยงหลับใน พักผ่อนไม่เพียงพอ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 เม.ย.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามปกติ โดยก่อนการประชุม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมศิลปิน ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์ “เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” ในปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558 และส่งเสริมการเล่นสงกรานต์แบบวิถีไทย โดยทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์มาถึงได้สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์จำลอง พร้อมรับมอบผ้าขาวม้าและน้ำอบ สัญลักษณ์วันสงกรานต์ โดยนายกรัฐมนตรีได้แนะนำ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาว่า ในการรณรงค์เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินอกจากให้ของที่ระลึกแล้วอยากให้สอดแทรกความรู้ต่างๆ ไปด้วย โดยนางกอบกาญจน์ได้รายงานว่าในช่วงระหว่างวันที่ 11-19 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย 5 แสนราย ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งเพิ่มกว่าช่วงปีที่แล้วประมาณร้อยละ 30 คิดเป็นมูลค่า 14,500 ล้านบาท
นายกรัฐมนตรีได้สอบถามนางกอบกาญจน์ว่า ช่วงสงกรานต์นักท่องเที่ยวมีเงินเพียงพอที่จะท่องเที่ยวหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีการระบุว่าเศรษฐกิจไม่ดีส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่ถ้าเมื่อไหร่คนออกมาเที่ยวเป็นจำนวนมากแสดงว่าทุกวันนี้คนมีเงินใช้ แต่เรื่องของเศรษฐกิจนั้นมีปัญหาเพียงบางส่วน ขณะนี้รัฐบาลกำลังแก้ไขอยู่ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันนี้สามารถเที่ยวได้แต่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด อดออม อย่าใช้จ่ายโดยสิ้นเปลืองมากนัก บางทีคนอาจไม่เข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงท่องเที่ยวฯ ที่จะให้ความรู้ เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยอ่านหนังสือ ก็ต้องช่วยกัน อย่างตนอ่านจนตาแฉะทุกวัน แต่คนไม่อ่านหนังสือ ชอบออกมาวิเคราะห์วิจารณ์อะไรกันมากมายไม่ได้เรื่อง
ทางด้าน พ.ญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นำศิลปินดารานักแสดงเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อติดเข็มกลัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์ โครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ขับขี่ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ ลดการใช้โลหิต” เพื่อรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต เตรียมพร้อมรับมืออุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ช่วงระหว่างวันที่ 7-15 เม.ย.นี้
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2558 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ภายใต้ชื่อ “สติ วินัย น้ำใจ ปลอดภัยสงกรานต์ สืบสานประเพณี” ระหว่างวันที่ 9-15 เม.ย.นี้ โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการ ได้แก่ มาตรการด้านบริหารจัดการ มาตรการด้านถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย มาตรการด้านยานพาหนะที่ปลอดภัย มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และมาตรการด้านการตอบสนองหลังเกิดอุบัติเหตุ จะเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง โดยกำหนดให้ช่วงวันที่ 1- 8 เม.ย.เป็นช่วงเตรียมพร้อมและรณรงค์ ส่วนช่วงวันที่ 9-15 เม.ย.มีการควบคุมอย่างเข้มข้น
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศจัดตั้งจุดให้บริการประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 9-16 เม.ย.นี้ จำนวน 243 จุด เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ประชาชน โดยจุดบริการประชาชนดังกล่าวจะมีที่ตั้งอยู่ในเส้นทางคมนาคมหลัก อาทิ ถ.พหลโยธิน ถ.มิตรภาพ ถ.เพชรเกษม และหน่วยทหารที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง โดยจะจัดพื้นที่เพื่อเป็นจุดพักรถ-พักคน และจุดบริการประชาชน บริเวณหน้าหน่วยทหาร รวมทั้งเป็นจุดรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งมีการประสานความช่วยเหลือกับส่วนราชการ และภาคเอกชนในพื้นที่รับผิดชอบให้การช่วยเหลือและบริการประชาชนอย่างเต็มที่ อาทิ การตรวจสอบเส้นทาง ตรวจเช็คสภาพรถ บริการน้ำดื่ม และผ้าเย็นปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกขณะนี้ ได้เตรียมบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมให้การรักษาพยาบาลและดูแล ผู้ป่วยเจ็บ โดยความร่วมมือกับโรงพยาบาลสาธารณสุขในพื้นที่ตลอดช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการเตรียมบรรเทาสาธารณภัยขนาดใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้น ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพบก ได้เตรียมเครื่องมือ ยานพาหนะ อากาศยาน และชุดปฏิบัติการทางเทคนิค พร้อม 24 ชั่วโมง ในการเข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
ส่วนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีประชาชนผ่านเข้า-ออกตามด่านตรวจและช่องทางต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทางกองกำลังชายแดนของกองทัพบก จะเพิ่มมาตรการตรวจค้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำเอาสิ่งผิดกฎหมาย หรือยาเสพติดผ่านเข้า-ออก พร้อมทั้งจะระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการเดินทางของประชาชน รวมทั้งในจุดผ่านแดนบางพื้นที่ที่จะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ก็จะให้การดูแลด้านความปลอดภัยกับประชาชนอย่างเต็มที่
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ไม่มีเหตุป่วนเมืองช่วงสงกรานต์นี้แน่นอน พร้อมมั่นใจมาตรการลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนด้วย โดยเฉพาะเรื่องเมาไม่ขับ ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดฝ่าฝืนขายสุราในเขตจุดพักรถ และผู้ประกอบการร้านค้าริมทางที่ลักลอบจำหน่ายสุรานอกเวลาที่กฎหมายกำหนด
น.พ.ธนพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวในเวที “สช.เจาะประเด็น ครั้งที่ 2/2558 วิกฤติอุบัติภัย…ใครช่วยได้?” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ว่า ตามข้อมูลใบมรณบัตร คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุประมาณ 14,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 38 ราย โดยช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์ ยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะเพิ่มเป็น 2 เท่า เนื่องจากมีความเสี่ยงใน 2 ช่วง ได้แก่ 1.ช่วงเดินทาง จะเกิดอุบัติเหตุบนถนนหลัก เพราะปริมาณรถมาก คนขับอ่อนล้า ขับรถเร็ว ไม่ชำนาญทาง และรถโดยสารบรรทุกเกินจะเกิดในช่วงเวลากลางวันถึงค่ำ และ 2.ช่วงฉลอง พบว่า 2 ใน 3 เกิดจากการดื่มแล้วขับ มักเกิดบนถนนสายรอง จุดที่มีการฉลองและสถานที่ท่องเที่ยว การเล่นน้ำหน้าบ้าน ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์และรถกระบะบรรทุกเกิน
“ช่วงสงกรานต์ปีนี้อัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดน่าจะเป็นช่วงวันที่ 15-16 เม.ย. เพราะจะเห็นว่ามีช่วงหยุดยาว 13-15 เม.ย. หากคนที่ฉลองแบบ 3 วัน 3 คืน แล้ววันที่ 15 หรือ 16 เม.ย. ต้องขับรถกลับมาทำงานก็จะพักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อการหลับในได้ มาตรการสำคัญในการตัดวงจรอุบัติเหตุคือต้องรณรงค์ให้คนไทยปรับพฤติกรรม ทั้งการขับรถเร็ว ความอ่อนล้าหรือการดื่มขณะขับรถ รวมถึง การตัดหน้ากะทันหัน และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ด้วยการณรงค์ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมวกกันน็อก และเข็มขัดนิรภัย และการแก้ไขเรื่องของถนน” น.พ.ธนพงศ์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ องค์กรเอกชนหรือองค์กรต่างๆ ควรเข้ามาร่วมรณรงค์การลดอุบัติเหตุด้วยการออกมาตรการองค์กร เพราะจะมีผลอย่างมากต่อบุคลากรขององค์กร เช่น บุคลากรมีการเมาแล้วขับ จะมีการตัดโบนัสหรือถูกพิจารณาโทษ เป็นต้น ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลแทนที่จะใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว ซึ่งปัจจุบันมีบางองค์กรดำเนินการแล้ว

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน สช.เจาะประเด็น และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร