คอลัมน์ ฝั่งขวาเจ้าพระยา: ใบสั่งปฏิรูปจากต่างชาติ ศักดิ์สิทธิ์กว่ารัฐธรรมนูญ

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558
โชกุน
ประเทศไทยของเรา โดน “ใบเหลือง” คือ คำเตือน จากประเทศคู่ค้า และองค์กรกำกับดูแลระหว่างประเทศให้ปรับปรุงการ ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลถึงสองใบในเวลาไล่เลี่ยกัน
ใบแรก เป็นใบเหลืองขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ที่สั่งให้กรมการบินพลเรือนของไทยตรวจสอบความปลอดภัยของสายการบินระหว่างประเทศ 28 สาย และในประเทศ 14 สายใหม่ เพราะเห็นว่าการตรสวจสอบของกรมการบินพลเรือนที่ผ่านมา ไม่ได้มาตรฐาน บุคลากรไม่มีคุณภาพ
สายการบินเหล่านี้ มีทั้งสายการบินหลักที่บินประจำ เช่น การบินไทย แอร์เอเชียฯ และสายการบิน แบบเหมาลำ ที่มีตารางบินไม่แน่นอน ซึ่งล้วนเป็นสายการบินที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการบินพลเรือน
ICAO ขอให้กรมการบินพลเรือนปรับปรุงระบบการทำงาน ตลอดจนประสิทธิภาพของบุคลากรมานานแล้ว แต่กรมการบินพลเรือนไม่ทำอะไร ตั้งหน้าตั้งตา “แจก” ใบอนุญาตการบินเป็นหลัก
ครั้งนี้ ICAO ขีดเส้นตายให้ตรวจสอบสายการบิน และปรับปรุงการทำงานให้เสร็จภายในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ หากไม่ทัน อุตสาหกรรมการบินไทยอาจถูกแบนห้ามบิน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง
ใบเหลือง จาก ICAO นี้ ทำให้รัฐบาลต้องลงมือ ปฏิรูป ยกเครื่องกรมการบินพลเรือนครั้งใหญ่ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร มีแต่บอกว่าอาจต้องใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งใบเหลือง ที่ไทยเพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ คือ ประกาศของสหภาพยุโรป หรืออียู เกี่ยวกับการทำประมงผิดกฎหมายของไทย โดยให้เวลาไทย 6 เดือนแก้ปัญหา และต้องทำแผนปฏิบัติการประมงระดับชาติเสนอต่ออียูด้วย
หากไม่ทำ หรือไม่แก้ปัญหา อียูจะให้ใบแดงห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากไทย ซึ่งมีมูลค่าปีละ 10,000 กว่าล้านบาท
อียู เริ่มจัดการปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้แรงงานผิดกฎหมายแรงงานที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ การลักลอบจับปลาโดยไมได้รับอนุญาต ฯลฯ มาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว โดยกดดันให้ประเทศที่ส่งออกสินค้าไปยังอียูแก้ไขให้ถูกต้อง
เรื่องนี้ประเทศไทยก็รู้ดี เหมือนเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสายการบิน หรือเรื่องการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ไทยถูกสหรัฐฯ ลดอันดับก่อนหน้านี้ แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลย
ครั้งนี้ ใบเหลืองจาก ICAO และอียู คงจะทำให้ เกิดการปฏิรูปที่เป็นจริงของกรมการบินพลเรือน และอุตสาหกรรมประมงของไทย เพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่รัฐบาลไม่อาจต่อรอง หรือซื้อเวลาผัดผ่อนต่อไปได้อีกแล้ว
การเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิรูปหลายอย่างในอดีตเกิดขึ้นจากแรงกกดันจากต่างประเทศ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การปฏิรูประบบการเงิน การธนาคาร หลังวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ในปี 2540
วิธีการปฏิรูป ด้วยการเขียนกฎหมายร่างรัฐธรรมนูญ ใหม่ มีตัวอย่างที่พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว เช่น การปฏิรูป การเมือง โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2540 การปฏิรูปสื่อ และโทรคมนาคมตามมาตรา 40 รัฐธรรมนูญ 2540
การปฏิรูประบบสุขภาพ ด้วยการออกกฎหมาย พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุด แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงข้อขัดแย้งที่รอการพิสูจน์ว่าเป็นการปฏิรูปจริง หรือเป็นเพียงการโยกย้ายอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณด้านสาธารณสุข
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งร่างเสร็จแล้ว และนำเสนอที่ประชุมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอภิปรายให้ความเห็น มีบทบัญญัติว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทยทุกๆ ด้าน ตั้งแต่กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการแผ่นดิน การเงิน การคลัง การศึกษา สื่อสารมวลชน วัฒนธรรม ฯลฯ ตามพิมพ์เขียวที่ คสช. กำหนด
ปัญหาอยู่ที่การทำให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ ทำอย่างไรการปฏิรูปจึงจะเกิดขึ้นจริงเหมือนการปฏิรูป กรมการบินพลเรือน และการปฏิรูป การประมงของไทย ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามใบสั่งขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และอียู
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งร่างเสร็จแล้ว และนำเสนอที่ประชุมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอภิปรายให้ความเห็นมีบทบัญญัติว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทยทุกๆ ด้าน ตั้งแต่กฎหมายกระบวนการยุติธรม การบริหารราชการแผ่นดิน การเงิน การคลัง การศึกษา สื่อสารมวลชน วัฒนธรรม ฯลฯ ตามพิมพ์เขียวที่ คสช. กำหนดปัญหาอยู่ที่การทำให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ ทำอย่างไรการปฏิรูปจึงจะเกิดขึ้นจริงเหมือนการปฏิรูปกรมการบินพลเรือน และการปฏิรูปการประมงของไทย ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามใบสั่งขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และอียู

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน คสช. และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร