ยกเลิกแร่ใยหินส่อแววแท้ง’จักรมณฑ์’ ยันกระเบื้องมุงหลังคาที่ใช้อยู่ไม่เกิดปัญหา

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 26 – 29 เมษายน พ.ศ. 2558
นโยบายยกเลิกใช้แร่ใยหินของกระทรวงอุตสาหกรรมไปไม่รอด “จักรมณฑ์” ยันต้องศึกษาให้รอบคอบ ไม่เสนอครม.ให้ตัดสินใจ หวั่นผิดข้อตกลงทางการค้านำเข้าแร่ใยหินจากรัสเซีย และนานาประเทศก็ยังมีการใช้อยู่ ผลกระทบต่อสุขภาพยังไม่ชัดเจน ด้านกรอ.รับลูก ยกเลิกทันทีมีผลกระทบต่อผู้บริโภคต้องเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคา เชื่อลากยาวไม่ทันครม.อนุมัติภายในปีนี้
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากเดิมที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนจะยกเลิกการใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ กับสินค้า 6 รายการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกกระเบื้องแผ่นเรียบและกระเบื้องยางปูพื้น กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 2 ปี และกลุ่มที่ 2 กลุ่มกระเบื้องมุงหลังคา ผ้าเบรก และคลัตช์ ท่อซีเมนต์ใยหิน กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 5 ปี ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 เกี่ยวกับมาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหินที่เห็นชอบในการห้ามนำเข้าแร่ใยหินไครโซไทล์ และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินไครโซไทล์เฉพาะกรณี และห้ามผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินไครโซไทล์ที่ใช้วัตถุดิบอื่นหรือใช้ผลิตภัณฑ์อื่นทดแทนได้นั้น
โดยที่ผ่านมาทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกด้านแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าการใช้แร่ใยหินจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนประกอบกับมติครม.เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2555 ที่เห็นชอบให้คณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทยรัสเซีย ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาศึกษาเพื่อตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภาพจากการใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ และจัดทำข้อเสนอแนะในการใช้แร่ใยหินผลิตผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย ที่จะร่วมแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการลงทุน และเพิ่มการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น ซึ่งหากยกเลิกการใช้ทันทีเท่ากับว่าห้ามนำเข้าแร่ใยหิน ซึ่งจะขัดกับข้อตกลงทางการค้ากับรัสเซีย ดังนั้น จะต้องมาศึกษาร่วมกันว่าจะหาทางออกเรื่องนี้ได้อย่างไร
ประกอบกับเห็นว่าการนำเข้าแร่ใยหินในแต่ละปีก็มีมูลค่าไม่กี่ร้อยล้านบาท อีกทั้งการนำแร่ใยหินไปใช้ในผ้าเบรก คลัตช์ กระเบื้องยางปูพื้นและกระเบื้องแผ่นเรียบ ก็มีการใช้วัตถุดิบชนิดอื่นไปทดแทนแล้ว จะเหลือเพียงกระเบื้องมุงหลังคาเท่านั้นที่ยังมีการใช้แร่ใยหินอยู่ และเท่าที่พบก็ยังไม่เห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในหลายประเทศทั่วโลกก็ยังมีการใช้อยู่ แม้แต่ทางสหรัฐอเมริกาหรือในอาเซียนเองก็ไม่ได้ห้ามการใช้ ดังนั้น การจะเสนอนโยบายยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ให้ครม.พิจารณาคงจะต้องชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อพิจารณาข้อมูลให้ชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในแผนการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมก็ตาม
นายศักดา พันธ์กล้า รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้แผนการยกเลิกแร่ใยหินต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคงต้องยุติไว้ก่อน เพื่อมาทบทวนผลศึกษาให้ครบทุกมิติ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ใช้ หรือองค์การการค้าโลก(WTO) และสิทธิสัญญาว่าด้วยการกำจัดของเสียอันตราย อีกทั้งจะต้องพิจารณาว่าเส้นใยจากแร่หินบะซอลต์สามารถนำไปทดแทนแร่ใยหินในกระเบื้องมุงหลังคาได้หรือไม่ และมีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นมติครม.ที่ให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปทบทวนแผนการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน และให้หาวัตถุดิบมาทดแทนให้ได้ ก่อนที่จะตัดสินใจ
โดยระหว่างนี้การใช้ผลิตภัณฑ์กระเบื้องมุงหลังคาคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริโภคว่าจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทไหน ระหว่างมีแร่ใยหินและไม่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากราคาและคุณภาพความคงทนแตกต่างกัน
“หากยกเลิกการใช้แร่ใยหิน จะต้องเสนอครม.พิจารณาให้เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 ห้ามมีไว้ในครอบครอง ซึ่งเท่ากับว่าจะต้องรื้อกระเบื้องมุงหลังคาทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีแผนที่จะกำจัดทำลาย และคงต้องกระทบกับประชาชนผู้ใช้ ดังนั้นหากปัจจัยหลายๆ ด้านที่กล่าวมา มองว่าการจะยกเลิกการใช้แร่ใยหินจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และคงไม่สามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ เพราะจะต้องศึกษาและเตรียมแผนรองรับให้รอบด้าน”

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร