สกู๊ปหน้า1: จับตาร่างรัฐธรรมนูญกฎหมายเพื่อคนจน

ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558
7 วัน…6 คืน นับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนจนถึงวันที่ 26 เมษายน เป็นห้วงระยะเวลาที่ประชาชนคนไทยตั้งตารอดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปที่ถูกนำมาอภิปรายอย่างละเอียดรายมาตรา โดยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 250 คน
รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปร่างแรกนี้ถูกยกร่างขึ้นโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขาจำนวน 36 คน โดยมีทั้งหมด 315 มาตรา ที่น่าสนใจคือเป็นครั้งแรกของการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีหมวด… “ปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” และ “สร้างความเป็นธรรม”
ไล่เรียงตั้งแต่มาตรา 279 ถึงมาตรา 296…แต่ละมาตราถูกยกร่างขึ้นจากข้อเรียกร้องจากเครือข่ายพลเมืองต่างๆ อาทิ เรื่องการกระจายการถือครองที่ดิน ธนาคารแรงงาน ระบบการออม การศึกษา
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ได้บัญญัติในมาตรา 294 อย่างชัดเจนว่าให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตามข้อเสนอของเครือข่ายสมัชชาปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเครือข่ายฯได้เตรียมร่างกฎหมายไว้แล้ว เรียกว่า…“กฎหมายเพื่อคนจน”
“ร่างกฎหมายว่าด้วยธนาคารที่ดิน…ว่าด้วยโฉนดที่ดินชุมชน หรือสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร และว่าด้วยการจัดเก็บภาษีที่ดิน…สิ่งปลูกสร้าง”
นอกจากนี้ในมาตรา 284 ยังระบุเรื่องการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ ให้มีองค์กรบริหารพัฒนาภาคหรือกลุ่มจังหวัด เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดต่างๆที่ตั้งอยู่ในภาค หรือกลุ่มจังหวัด และกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ จัดทำแผน…บริหารงบประมาณพัฒนาแบบพื้นที่ เพื่อดำเนินการพัฒนาภาคที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับงานของจังหวัด…องค์กรบริหารท้องถิ่น
ในเรื่อง การปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แม้เราจะมีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็งแต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานอิทธิพลของทุนที่ได้ทำลายทรัพยากร สิ่งแวดล้อมในบ้านเราไปเป็นจำนวนมากได้
รัฐธรรมนูญ มาตรา 287 จึงระบุเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจน โดยให้มีการดำเนินการปฏิรูประบบ…โครงสร้างองค์กร และปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเล การจัดการขยะ…ของเสียอันตราย กฎหมายด้านสิทธิชุมชนและการกระจายอำนาจ
รวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและการพัฒนาเมือง นอกจากนี้แล้วยังจะให้มีการพัฒนาระบบการจัดทำรายงานประเมิน
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ โดยไม่อนุญาตให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาทำการประเมินอีกต่อไป
ที่สำคัญ…ยังระบุถึงการจัดระบบภาษีสิ่งแวดล้อมที่ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังวิกฤติ…ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบ และยังมีการพัฒนากระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ การบริหารจัดการทรัพยากร…สิ่งแวดล้อม ให้ประชาชน…ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
สำหรับ…“การปฏิรูปด้านสังคม” นพ.ชูชัย ชี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุเรื่องปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมทั้งด้านการให้บริการสังคม การประกันสังคมทุกกลุ่มวัย การช่วยเหลือทางสังคม การสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคมที่มีความครอบคลุมเพียงพอ ยั่งยืน มีคุณภาพ เข้าถึงได้ และมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ
โดยเฉพาะ “ผู้สูงอายุ” ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุเกือบ 10 ล้านคน…ในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุ 14.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากร…เราจึงกำหนดให้จัดทำแผนระยะยาว ดำเนินการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ จัดให้มีระบบการออมเพื่อการดำรงชีพในยามชรา เตรียมความพร้อมสู่วัยสูงอายุที่เหมาะสม
พร้อมๆไปกับการปรับปรุงระบบการเกษียณอายุ…ปฏิรูประบบสวัสดิการผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ เพื่อให้ดำรงชีพได้อย่างเหมาะสม
ต่อเนื่องในเรื่อง…“การปฏิรูปด้านแรงงาน” ที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญ มาตรา 289 ระบุให้มีการปฏิรูปตามแนวทางดังต่อไปนี้ หนึ่ง…ให้มีการตรากฎหมายและกำหนดกลไกเพื่อรองรับเสรีภาพของผู้ใช้แรงงานในการสมาคม การรวมตัวกัน และการร่วมเจรจาต่อรองให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ
สอง…สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อเป็นกองทุนการเงินของผู้ใช้แรงงานในการส่งเสริมการออม และพัฒนาตนเอง…อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ให้รู้อีกว่า…การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังคำนึงถึงความสำคัญใน “การปฏิรูปด้านการศึกษา” …ที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่าระบบการศึกษาไทยล้มเหลวในทุกด้าน ไม่ว่าใช้เครื่องมือใดประเมิน เพราะขาดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ ทรัพยากร และขาดระบบความรับผิดชอบในทุกขั้นตอน
สาระสำคัญบางประการที่ได้บัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 286 ประเด็นแรก…กระจายอำนาจการจัดการศึกษา โดยลดบทบาทรัฐจากการเป็นผู้จัดการศึกษาให้เป็นผู้จัดให้มีการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งกำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา
ถัดมา…ส่งเสริมให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการการศึกษาได้อย่างมีอิสระ มีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา โดยให้เอกชน ชุมชน องค์กรบริหารท้องถิ่น มีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม
ประเด็นที่สาม…จัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัวโดยตรงแก่ผู้เรียนทุกคนอย่างพอเพียง ตามความจำเป็นและเหมาะสมสำหรับการศึกษาระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยม ทั้งการศึกษาสายสามัญ…สายอาชีพ และสุดท้าย… พัฒนาระบบการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการคิด การใช้เหตุผล การเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ
ในร่างรัฐธรรมนูญยังระบุอย่างชัดเจนว่า บทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญภาคนี้นั้นก่อให้เกิดความรับผิดชอบแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน และพลเมือง ที่ต้องจัดให้มีการปฏิรูป…การสร้างความปรองดองตามหลักการและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้….
เมื่อมีความรับผิดชอบจึงเป็นหน้าที่ หากไม่ดำเนินการถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยในมาตรา 102 ได้บัญญัติไว้ว่า… “ในกรณีที่รัฐธรรมนูญนี้บัญญัติให้ดำเนินการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ หรือกฎ หรือดำเนินการใดเพื่อให้การเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ผู้มีหน้าที่เสนอหรือผู้มีหน้าที่พิจารณากฎหมาย หรือกฎ หรือกระทำการดังกล่าวไม่ดำเนินการ หรือไม่กระทำการภายในเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด หรือภายในเวลาอันสมควรในกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเวลาไว้…
…ทำให้การปฏิบัติการตามรัฐธรรมนูญนี้ ไม่บังเกิดผลให้ถือว่าคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ผู้มีหน้าที่เสนอ หรือผู้มีหน้าที่พิจารณากฎหมาย หรือกฎ หรือมีหน้าที่กระทำการนั้น…ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น ผู้เสียหายย่อมฟ้องรัฐให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้”
“การปฏิรูป”…เพื่อ “ลดความเหลื่อมล้ำ”…“สร้างความเป็นธรรม” ที่ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายส่วนที่ต้องผ่านการพิจารณาจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
คนไทยทุกคนควรต้องติดตาม เพราะนี่คือ…ก้าวแรกแห่งโอกาสการเปลี่ยนแปลง ที่จะกำหนดและชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย.
ให้รู้อีกว่า…การยกร่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังคำนึงถึงความสำคัญใน”การปฏิรูปด้านการศึกษา”…ที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่าระบบการศึกษาไทยล้มเหลวในทุกด้านไม่ว่าใช้เครื่องมือใดประเมินเพราะขาดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณทรัพยากรและขาดระบบความรับผิดชอบในทุกขั้นตอน

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทั่วไป และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร