สกู๊ปพิเศษ: ผู้ประกอบการชี้กฎหมายควบคุมยาสูบใหม่ซ้ำเติมร้านค้าร้องครม.แตะเบรก

แนวหน้า ฉบับวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558
ร้านค้าปลีกยาสูบออกมาเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีหยุด”ร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ” ที่สาธารณสุขได้นำเสนอร่างกลับเข้าสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรอบ 2 โดยไม่รับฟังความเห็นจากภาคเกษตร-เอกชนเพิ่มเติม อ้างปกป้องเยาวชนทั้งที่กฎหมายเดิมมีมาตรการจำกัดอายุเด็กและเยาวชนไม่ให้ซื้อบุหรี่อยู่แล้ว ตอกย้ำผลสำรวจโชห่วยจาก “นิด้าโพลล์” ระบุไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วนและยังเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจอยู่แล้วในปัจจุบัน
นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า “เจ้าของร้านโชห่วยหลายรายระบุว่าร่างพ.ร.บ. จะส่งผลเสียต่อธุรกิจค้าปลีก สร้างภาระ เพิ่มต้นทุนร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ซึ่งสวนทางกับนโยบายรัฐบาล และคสช.ในการส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก ทางสมาคม จึงขอวอนคณะรัฐมนตรีรับฟังเสียงร้านค้าปลีกรายย่อยและผู้ได้รับผลกระทบก่อนเดินหน้าผลักดันกฎหมายเข้าสู่ ครม. หลังจาก กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาส่งร่างกฎหมาย กลับคืนสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีโดยไม่รับฟังและไม่แก้ไขใดๆ”
ก่อนหน้านี้จากผลสำรวจร้านค้าปลีก (โชห่วย) ทั่วประเทศ 1,011 ร้านค้าต่อร่างพ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยนิด้าโพลล์ ตุลาคม 2557 พบว่า ร้อยละ 90 คิดว่าการผ่านร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบไม่ใช่เป็นประเด็นเร่งด่วนที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติควรให้ความสำคัญในขณะนี้ เนื่องด้วยร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลร้ายแก่ธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อย ทั้งยังไม่สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ตามจุดประสงค์ที่แท้จริง
นางผกาพร สายแก้ว เจ้าของร้านค้าโชห่วย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้ความเห็นว่า “ร่างกม. นี้ยังไม่ใช่เรื่อง เร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องมาปรับเปลี่ยนหรือยุ่งวุ่นวายกับร้านค้าตอนนี้ ช่วงนี้ธุรกิจค่อนข้างเงียบและเป็นขาลงมาตลอด ร้านค้านี่ไม่ใช่ว่าจะขายดีอะไรมากมาย เดี๋ยวจะต้องมาเจอภาษีกีฬาอีก 2% ราคาก็ต้องปรับขึ้น ต้องเข้าใจว่าร้านเราอยู่ในโซนบุหรี่หนีภาษีเยอะ ทางใต้เสรีมากๆ ถ้ากฎหมายห้ามการแบ่งขาย ลูกค้าก็หันไปซื้อของเถื่อน ของเราเสียภาษีนะ แต่จะต้องขายยากขึ้นไปอีก เหมือนกับว่าเราต้องแข่งกับตลาดมืดด้วย ร้านค้าก็แย่สิ สธ. จะต้องรณรงค์เรื่องความรู้ คนที่เขาค้าขายก็ต้องค้าขาย อย่างภาพคำเตือนเต็มซองก็เหมือนกัน ลูกค้าบอกเราเลยว่าก็ไปซื้อบุหรี่นอก เพราะไม่มีภาพ”
คุณปรวีร์ บริทตัน เจ้าของร้านค้าส่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่กล่าวว่า “ผมคิดว่าเราจะมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้จริงมากกว่า ในแง่การปฏิบัติ ทำได้ลำบากหลายครั้งที่ออกกฎหมายแล้วทำไม่ได้จริง แต่เป็นการสร้างช่องทางเจ้าหน้าที่ทุจริต ขายของอยู่ดีๆ มีข้อห้ามประหลาดๆ ขึ้นมาเจ้าหน้าที่ก็ใช้ดุลพินิจเข้ามาจับปรับ ข้อห้ามหลายๆ อย่างในร่างกม.ใหม่ตึงเกินไป ผมยกตัวอย่างเรื่องที่เป็นปัญหามานาน อย่างฉลากหน้าซอง ภาพ 85% ไม่ได้ส่งผลเลย ยอดขายก็เหมือนเดิม แต่มันสร้างปัญหาให้คนขาย ทุกวันนี้ ขนาดร้านที่จัดอย่างดี แต่ด้วยปริมาณลูกค้าและการจัดของ เรายังหยิบผิดๆ ถูกๆ”
นางวราภรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่าฯ “เห็นด้วยกับเจตนาอันดี ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องเยาวชนให้ห่างไกลจากการสูบบุหรี่ ซึ่งกฎหมายควบคุมยาสูบในปัจจุบันก็มีกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบอยู่แล้วแต่ปัญหาในปัจจุบันคือการขาดการบังคับใช้ที่เข้มงวดและมี ประสิทธิภาพสมาคมฯ เชื่อว่าหากมีการใช้บังคับมาตราดังกล่าวอย่างเต็มที่แล้ว แทบไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องแก้กฎหมายปัจจุบันเลยเพราะผู้มีอายุไม่ถึงที่กฎหมายกำหนดจะไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบได้อยู่แล้ว”
จากการสำรวจความคิดเห็นของร้านค้าปลีกทั่วประเทศโดยนิด้าโพลล์ยังพบว่า ร้อยละ 79 เชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าร่างพ.ร.บ.ควบคุมการบริโภคยาสูบ ที่มีมาตรการอันสุดโต่งจะสร้างความเสียหายแก่ธุรกิจ ร้อยละ 52 เชื่อว่ากฎหมายที่เข้มงวดเกินความจำเป็นจะส่งผลให้การบริโภคยาเส้นมวนเองเพิ่มสูงขึ้นซึ่งไม่ได้เป็นการช่วยให้อัตราการบริโภคยาสูบลดลงแต่อย่างใด ในขณะที่ร้อยละ 92 มีความคิดเห็นว่าการบังคับใช้ซองบุหรี่แบบเรียบจะทำให้กิจกรรมทางการค้าในแต่ละวัน เช่น การสั่งสินค้า การจัดการคลังสินค้า การเติมสินค้า และการให้บริการลูกค้ามีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น และร้อยละ 90 เชื่อว่าการใช้ซองบุหรี่แบบเรียบจะนำไปสู่การปลอมแปลงผลิตภัณฑ์ยาสูบที่สามารถ

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน บุหรี่/ยาสูบ/เหล้า และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร